bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
Acts 9
Acts 9
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 10 →
1
ในระหว่างนั้น เซาโลยังคงขู่ฆ่าสาวกขององค์พระผู้เป็นเจ้า เขาเข้าพบมหาปุโรหิต
2
เพื่อขอจดหมายส่งถึงธรรมศาลาต่างๆ ของพวกยิวในเมืองดามัสกัส เพื่อว่าถ้าพบใครที่นับถือ “ทางนั้น” ไม่ว่าชายหรือหญิง จะได้จับกุมมาเป็นนักโทษที่เยรูซาเล็ม
3
เมื่อเซาโลเดินทางใกล้ถึงดามัสกัส ทันใดนั้น ก็มีแสงจากฟ้าสว่างวาบรอบตัวเขา
4
เขาล้มลงกับพื้นและได้ยินเสียงพูดว่า “เซาโล เซาโล เจ้าข่มเหงเราทำไม”
5
เซาโลถามว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์เป็นใคร” พระองค์ตอบว่า “เราคือเยซูผู้ที่เจ้ากำลังข่มเหง
6
จงลุกขึ้น เข้าไปในเมือง แล้วจะมีคนบอกสิ่งที่เจ้าต้องทำ”
7
พวกผู้ชายที่เดินทางมากับเซาโลก็ยืนนิ่งพูดไม่ออก พวกเขาได้ยินเสียงแต่ไม่เห็นใคร
8
เซาโลลุกขึ้นจากพื้น แต่พอเขาลืมตากลับมองอะไรไม่เห็น พวกเขาจึงจูงมือพาเซาโลเข้าดามัสกัส
9
เซาโลตาบอด และไม่ได้กินหรือดื่มอะไรเลยเป็นเวลาสามวัน
10
ในดามัสกัส มีสาวกคนหนึ่งชื่ออานาเนีย องค์พระผู้เป็นเจ้าเรียกเขาในนิมิตว่า “อานาเนีย!” เขาตอบว่า “ขอรับ องค์พระผู้เป็นเจ้า”
11
องค์พระผู้เป็นเจ้าบอกเขาว่า “จงไปบ้านยูดาสบนถนนที่ชื่อว่าถนนตรง แล้วถามหาคนชื่อเซาโลจากเมืองทาร์ซัส เพราะเขากำลังอธิษฐานอยู่
12
ในนิมิตเขาเห็นชายชื่ออานาเนียมา และวางมือบนตัวเพื่อให้เขามองเห็นได้อีกครั้ง”
13
อานาเนียตอบว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าได้ยินหลายคนพูดเรื่องคนนี้ว่า เขาทำร้ายบรรดาคนของพระองค์ในเยรูซาเล็ม
14
และเขามาที่นี่พร้อมด้วยอำนาจจากหัวหน้าปุโรหิต ให้จับกุมทุกคนที่ร้องออกนามของพระองค์”
15
แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าพูดกับอานาเนียว่า “ไปเถิด! ชายผู้นี้คือเครื่องมือที่เราเลือกสรรไว้ เพื่อให้ประกาศนามของเรากับคนที่ไม่ใช่ยิว กษัตริย์ของพวกเขาและชนอิสราเอล
16
เราจะให้เซาโลเห็นว่า เขาต้องทนทุกข์เพื่อนามของเราแค่ไหน”
17
อานาเนียจึงเข้าไปในบ้านนั้น วางมือบนเซาโลและพูดว่า “พี่เซาโล องค์พระผู้เป็นเจ้าคือพระเยซู ผู้ปรากฏตัวกับท่านระหว่างทางนั้น ได้ส่งข้าพเจ้ามาเพื่อให้ท่านมองเห็นได้อีกและให้เต็มด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์”
18
ทันใดนั้น มีสิ่งคล้ายเกล็ดหลุดจากตาของเซาโล เขาก็มองเห็นได้อีกครั้ง จึงลุกขึ้นและรับบัพติศมา
19
และเมื่อกินอาหารแล้ว เขาก็มีแรงขึ้น เซาโลได้พักอยู่กับสาวกในดามัสกัสหลายวัน
20
เขาเริ่มประกาศตามธรรมศาลาของยิวทันทีว่า พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า
21
ทุกคนที่ได้ยินก็แปลกใจและถามกันว่า “ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่หรือที่ทำลายคนที่ร้องออกนามนี้ในเยรูซาเล็ม และเขามาที่นี่ ก็เพื่อจับคนพวกนั้นเป็นนักโทษ ส่งให้หัวหน้าปุโรหิตไม่ใช่หรือ”
22
แต่เซาโลก็ประกาศอย่างเข้มแข็งมากขึ้น โดยพิสูจน์ให้เห็นว่าพระเยซูเป็นพระเมสสิยาห์ จนทำให้พวกยิวในดามัสกัสงงงัน
23
หลายวันผ่านไป พวกยิวคบคิดกันจะฆ่าเขา
24
แต่เซาโลล่วงรู้แผนนี้ พวกยิวเฝ้าดูอยู่ที่ประตูเมืองทั้งวันทั้งคืนเพื่อจะฆ่าเขา
25
แต่สาวกของเซาโลพาเขาออกมาตอนกลางคืน นำเขามาใส่ในเข่งแล้วหย่อนลงมาผ่านช่องกำแพงเมือง
26
เมื่อเซาโลมาถึงเยรูซาเล็ม เขาก็พยายามจะเข้าร่วมกับพวกสาวก แต่ทุกคนกลัว ไม่เชื่อว่าเขาเป็นสาวกจริงๆ
27
แต่บารนาบัสพาเขาไปพบอัครทูต แล้วเล่าให้ฟังว่า ระหว่างทางเซาโลได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และพระองค์พูดกับเขาว่าอย่างไร และเขากล้าเทศนาในนามพระเยซูอย่างไรที่ดามัสกัส
28
เซาโลจึงได้พักอยู่ด้วย เขาไปไหนมาไหนในเยรูซาเล็มได้อย่างอิสระ และพูดในนามองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างกล้าหาญ
29
เซาโลพูดคุยและโต้แย้งกับพวกยิว ซึ่งมาจากประเทศที่พูดภาษากรีก แต่พวกนั้นพยายามจะฆ่าเขา
30
เมื่อพวกพี่น้องรู้ จึงพาเซาโลลงไปที่เมืองซีซารียา แล้วส่งต่อไปที่ทาร์ซัส
31
จากนั้นคริสตจักรทั่วแคว้นยูเดีย กาลิลี และสะมาเรีย จึงสงบสุขและเข้มแข็งขึ้น คริสตจักรดำรงอยู่ในความยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้า และได้กำลังใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ จำนวนผู้เชื่อจึงเพิ่มขึ้น
32
ขณะที่เปโตรเดินทางไปที่ต่างๆ ก็ได้ไปเยี่ยมคนของพระเจ้าในเมืองลิดดา
33
ที่นั่นเขาพบชายคนหนึ่งชื่อไอเนอัส ซึ่งนอนเป็นอัมพาตมาแปดปี
34
เปโตรพูดว่า “ไอเนอัส พระเยซูคริสต์รักษาเจ้าแล้ว ลุกขึ้นเก็บที่นอนเถอะ” ทันใดไอเนอัสก็ลุกขึ้น
35
ทุกคนในลิดดาและที่ราบชาโรน ได้เห็นก็กลับใจมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้า
36
ในเมืองยัฟฟา มีสาวกผู้หนึ่งชื่อทาบิธา (ชื่อในภาษากรีกคือ โดรคัส) เธอประกอบคุณความดีและช่วยคนยากไร้อยู่เสมอ
37
ในช่วงนั้น เธอล้มป่วยและตาย คนจึงอาบน้ำศพและวางร่างไว้ในห้องชั้นบน
38
ลิดดานี้อยู่ใกล้กับยัฟฟา ดังนั้นพอพวกสาวกได้ข่าวว่าเปโตรอยู่ที่ลิดดา ก็ส่งสองคนไปขอร้องว่า “ได้โปรดมาในทันที”
39
เปโตรมากับคนทั้งสอง และเมื่อมาถึง พวกเขาก็พาเปโตรขึ้นไปห้องชั้นบน บรรดาแม่หม้ายยืนร้องไห้อยู่รอบๆ เปโตร และให้เขาดูเสื้อผ้าต่างๆ ที่โดรคัสทำเมื่อตอนมีชีวิตอยู่
40
เปโตรให้ทุกคนออกไปจากห้อง แล้วคุกเข่าลงอธิษฐาน หันไปทางหญิงผู้ตายนั้น และพูดว่า “ทาบิธา ลุกขึ้นเถอะ” เธอลืมตาขึ้น และเมื่อเห็นเปโตร ก็ลุกขึ้นนั่ง
41
เปโตรจับมือเธอพยุงให้ยืนขึ้น แล้วเรียกพวกแม่หม้ายและผู้เชื่อคนอื่นๆ มาให้เห็นว่า เธอฟื้นขึ้นแล้ว
42
ข่าวนี้แพร่ไปทั่วยัฟฟา และคนมากมายก็เชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า
43
เปโตรได้พักอยู่ในยัฟฟาระยะหนึ่งกับช่างฟอกหนังชื่อซีโมน
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 10 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28