bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Judges 9
Judges 9
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 10 →
1
ฝ่ายอะบีเมเล็ค, บุตรยะรูบาละก็ไปหาพี่น้องที่ร่วมมารดาเดียวกัน, และญาติวงศ์ตาของตนที่เมืองเซเค็ม, แล้วพูดแก่เขาทั้งหลายว่า,
2
ขอบอกให้บรรดาชาวเมืองเซเค็มฟังเถิดว่า, จะให้บุตรยะรูบาละทั้งเจ็ดสิบคนครอบครองท่านทั้งหลายดีหรือๆ จะให้ผู้เดียวปกครองดี? อนึ่ง, จงระลึกอยู่ว่า, ตัวเรานี้เป็นชาติเดียวเนื้อเดียวกันกับท่านทั้งหลาย.
3
ส่วนพี่น้องของมารดากล่าวคำเหล่านี้ถึงอะบีเมเล็คให้บรรดาบุรุษชาวเมืองเซเค็มฟัง: และจิตต์ใจเขาทั้งหลายก็นิยมข้างฝ่ายอะบีเมเล็ค; ด้วยเขานึกว่า, เป็นญาติกับเรา.
4
เขาจึงเอาเงินเจ็ดสิบแผ่นไปจากวิหารพระบาละบะรีธ ยกให้แก่อะบีเมเล็ค, อะบีเมเล็คพอได้เงินแล้ว, ก็ไปจ้างคนร้ายให้ตามหลังตนมา.
5
แล้วก็ไปยังอัฟราบ้านของบิดา, ได้ฆ่าพี่น้องคือบุตรยะรูบาละทั้งเจ็ดสิบคนที่ศิลาแผ่นเดียว: เหลือแต่โยธามบุตรสุดท้องของยะรูบาละ; เพราะเขาซ่อนตัวเสียได้.
6
บรรดาชาวเมืองเซเค็ม, และบรรดาพงศ์พันธุ์มิโลก็มาประชุมกัน, เชิญอะบีเมเล็คให้ขึ้นครองเมือง ณ ใต้ต้นสนริมค่ายที่เมืองเซเค็ม
7
พอโยธามรู้ความแล้ว, ก็ไปยืนอยู่บนยอดภูเขาฆะรีซีม, แผดเสียงร้องให้เขาทั้งหลายฟังว่า, ชาวเมืองเซเค็มเอ๋ย, จงฟังเรา, เพื่อพระเจ้าจะทรงฟังเจ้าทั้งปวง.
8
ต้นไม้ต่างๆ ก็ชุมนุมกัน, จะตั้งไม้ต้นหนึ่งเป็นกษัตรย์; ให้ครองรักษา, จึงเชิญต้นมะกอกเทศ (ออลิฟ) ว่า, จงครอบครองข้าพเจ้าเถิด
9
ต้นมะกอกเทศจึงตอบว่า, จะให้เราทิ้งน้ำมันในตัวเราที่เขาใช้แสดงความนับถือต่อพระเจ้าและมนุษย์, แกว่งไปมาเหนือต้นไม้ทั้งปวงหรือ?
10
แล้วต้นไม้ทั้งหลายจึงเชิญต้นมะเดื่อเทศว่า, มาคุ้มครองพวกข้าพเจ้าเถิด.
11
แต่ต้นมะเดื่อเทศก็ตอบว่า, จะให้เราทั้งรสหวาน, และผลวิเศษของเราเสีย, แกว่งไปมาเหนือต้นไม้ทั้งปวงหรือ?
12
ต้นไม้ทั้งหลายก็เชิญเถาองุ่นว่า, มาคุ้มครองข้าพเจ้าเถิด.
13
เถาองุ่นจึงตอบว่า, จะให้เราทิ้งน้ำหวานของเรา, อันเป็นโอชะที่ชื่นพระทัยพระเจ้าและชื่นใจมนุษย์, แกว่งไปมาเหนือต้นไม้ทั้งปวงหรือ?
14
บรรดาต้นไม้ก็เชิญต้นเสี้ยนหนามว่า, มาคุ้มครองข้าพเจ้าเถิด.
15
ต้นเสี้ยนหนามจึงตอบต้นไม้ว่า, ถ้าแม้นตั้งเราเป็นกษัตริย์ของเจ้าทั้งหลายจริงๆ จงมาอาศัยใต้ร่มของเราเถิด: ถ้าไม่อย่างนั้น, ก็ให้ไฟเกิดจากหนามเผาผลาญต้นสนที่ภูเขาละบาโนนเสีย.
16
ซึ่งเจ้าทั้งหลาย, ตั้งอะบีเมเล็คเป็นกษัตริย์, ถ้าเป็นการยุตติธรรมและซื่อตรงต่อยะรูบาละทั้งครอบครัวของท่าน, และสมกับการประพฤติของท่านก็ดีอยู่;
17
ด้วยว่าบิดาของเราได้รับอาสารบพุ่งแทนเจ้าทั้งหลาย, โดยไม่คิดอาลัยชีวิตของท่าน, เพื่อช่วยเจ้าทั้งปวงให้พ้นจากอำนาจพวกมิดยาน:
18
แต่บัดนี้, เจ้าทั้งปวงมาประทุษร้ายต่อเชื้อวงศ์บิดาของเรา, ได้ประหารบุตรชายทั้งเจ็ดสิบคนบนศิลาแผ่นเดียว, ตั้งอะบีเมเล็คลูกทาสีขึ้นเป็นกษัตริย์ชาวเซเค็ม, เพราะว่าเขาเป็นญาติของเจ้าทั้งปวง;
19
ในกาลบัดนี้, ถ้าเจ้าทั้งหลายมีความซื่อสัตย์ต่อยะรูบาละและเชื้อวงศ์ของท่านแล้ว, จงชื่นชมด้วยอะมีเมเล็คเถิด, และให้เขามีความยินดีในเจ้าทั้งหลายด้วย:
20
ถ้าไม่อย่างนั้น, ก็ให้ไฟเกิดจากอะบีเมเล็ค, เผาไหม้ชาวเมืองเซเค็มกับพงศ์พันธุ์มิโลเสีย; ทั้งให้ไฟเกิดจากชาวเซเค็ม, และพงศ์พันธุมิโล, เผาอะบีเมเล็คเสียด้วย.
21
โยธามก็รีบหนีไปยังบะเอธ, อาศัยอยู่ที่นั่น, เพราะกลัวอะบีเมเล็คพี่ชายของตน
22
ครั้นอะบีเมเล็คครอบครองพวกยิศราเอลได้สามปีแล้ว,
23
พระเจ้าจึงทรงใช้ปีศาจอันร้ายให้แซกเข้าในระหว่างอะบีเมเล็คกับชาวเมืองเซเค็มๆ จึงกบฏต่ออะบีเมเล็ค:
24
เพื่อการร้ายที่ทำต่อบุตรยะรูบาละทั้งเจ็ดสิบคน, และโทษแห่งโลหิตเหล่านั้นจะได้กลับตกถูกอะบีเมเล็คพี่ชายผู้ประหารเขา; และตกถูกชาวเซเค็ม; ผู้ช่วยอะบีเมเล็คให้ฆ่าพวกพี่น้องของตน.
25
ฝ่ายชาวเซเค็มใช้คนไปซุ่มซ่อนคอยอะบีเมเล็คอยู่บนยอดภูเขา, เขาก็ปล้นคนทั้งปวงที่ไปมาตามทางนั้น: ฝ่ายอะบีเมเล็คก็รู้เหตุการณ์นั้น
26
ฆาอัลบุตรชายเอเบดกับพี่น้องก็ข้ามไปเข้าเมืองเซเค็ม; ชาวเซเค็มก็ไว้เนื้อเชื่อใจฆาอัล.
27
จึงพากันออกไปในสวนเก็บผลองุ่นมาเหยียบย่ำทำการเลี้ยงสมโภชในโบสถ์พระของเขา, ทั้งด่าแช่งอะบีเมเล็คด้วย.
28
ฆาอัลบุตรชายเอเบดจึงพูดว่า, อะบีเมเล็คและชาวเซเค็มนั้นคือใคร, ทำไมเราจะได้ปฏิบัติเขา? เขาเป็นบุตรยะรูบาละมิใช่หรือ? ซะบูลเป็นผู้รองเขามิใช่หรือ? จงปฏิบัติพวกฮะโมรบิดาเซเค็มเถิด. เราจะปฏิบัติผู้นั้นทำไมเล่า?
29
ใครจะเป็นผู้มอบประชาชนเหล่านี้ไว้ในมือของเรา! เราจะได้ถอดอะบีเมเล็คเสีย. แล้วเขาพูดแก่อะบีเมเล็คว่า, จงรวบรวมพลโยธาให้มากขึ้น, แล้วออกมาสู้กันเถิด
30
พอซะบูลเจ้าเมืองได้ยินถ้อยคำของฆาอัลบุตรเอเบดก็โกรธ.
31
จึงใช้พวกทูตเป็นการลับไปหาอะบีเมเล็ค, ขอแจ้งว่า, ฆาอัลบุตรเอเบดกับพี่น้องได้ยกเข้ามายังเมืองเซเค็ม; ชักชวนชาวเมืองให้ต่อสู้ท่าน.
32
บัดนี้ท่านจงยกกองทัพไปเวลากลางคืน, มาซุ่มซ่อนไว้ที่ทุ่งนา:
33
พออาทิตย์ขึ้นเวลาเช้า, ท่านจงยกตรูเข้าตีเมืองเถิด: ครั้นฆาอัลกับกองทัพออกมาต่อสู้, ท่านจะทำแก่เขาได้ตามที่เห็นชอบ
34
ฝ่ายอะบีเมเล็ค, กับบรรดากองทัพจงยกมาซุ่มซ่อนอยู่ตรงเซเค็มเป็นสี่กอง.
35
ฆาอัลบุตรเอเบดก็ออกไป, ยืนอยู่ที่ประตูเมือง; อะบีเมเล็คกับกองทัพก็ลุกจากที่ซุ่มซ่อน.
36
เมื่อฆาอัลเห็นกองทัพ, ก็เรียนซะบูลว่า, จงดูเหล่าชนพากันลงมาจากยอดเขา. ซะบูลตอบว่า, เจ้าเห็นเงาภูเขาดูเหมือนคน.
37
ฆาอัลเรียนอีกว่า, จงดูเหล่าคนลงจากดินสูง, อีกกองหนึ่งมาทางต้นสนชื่อมะโอนะนีม.
38
ซะบูลตอบว่า, ที่ปากเจ้าว่าอะบีเมเล็คคือใครที่เราจะต้องปฏิบัตินั้นอยู่ไหนเล่า? ชนเหล่านี้เป็นผู้ที่เจ้าดูหมิ่นมิใช่หรือ? จงออกไปสู้รบกับเขาเถิด.
39
ฆาอัลก็นำหน้าชาวเซเค็ม, ออกไปรบสู้กับอะบีเมเล็ค.
40
แล้วก็หนี, อะบีเมเล็คก็ไล่ตามผู้คนถูกแทงล้มตายเป็นอันมาก, จนถึงช่องประตูเมือง
41
อะบีเมเล็คก็พักอยู่ที่อะรูมา: ฝ่ายซะบูลก็ไล่ขับฆาอัลกับพี่น้อง, ไม่ให้อยู่เมืองเซเค็ม.
42
วันพรุ่งนี้, ฝูงคนพาเจ้าไปที่ทุ่งนา; แจ้งความให้อะบีเมเล็ครู้.
43
อะบีเมเล็คก็รวมเขาไว้, แยกออกเป็นสามกอง, ยกมาซุ่มซ่อนไว้ที่ทุ่งนา, ให้คอยดู, เห็นหมู่ชนออกจากเมือง; แล้วให้รุกเข้าตี.
44
อะบีเมเล็ค, กับกองที่อยู่ด้วยท่าน, ยกเข้าไปตรงประตูเมือง: อีกสองกองก็เข้าตีคนทั้งหลายตามทุ่งนา.
45
อะบีเมเล็คได้ตีเมืองวันยังค่ำ; จึงมีชัยชะนะได้เมืองแล้ว, ฆ่าชาวเมืองเสีย, ทั้งทำลายเมืองเสียด้วย, แล้วเอาเกลือโปรยลงไป
46
เมื่อบรรดาชนที่อยู่บนหอรบในเซเค็ม, ได้ยินก็หนีไปอยู่ที่กำบังแน่นหนาในโบสถ์พระบารีธ.
47
มีผู้มาแจ้งแก่อะบีเมเล็คว่า, บรรดาพวกที่อยู่บนหอรบในเซเค็มรวมกันหมดแล้ว.
48
อะบีเมเล็คก็ยกบรรดากองทหารขึ้นเขาซะละโมน; จึงถือขวานตัดกิ่งไม้วางบ่าของตน, แล้วบอกพรรคพวกว่า, เจ้าทั้งหลายเห็นเราทำอย่างไร, ให้เร่งทำตามเถิด.
49
คนทั้งปวงก็ตัดกิ่งไม้คนละอัน, ตามอะบีเมเล็คไปวางไว้ต่อที่กำบังแล้วจุดไฟเผาที่กำบังนั้นได้ล้างผลาญผู้คน; ที่บนหอรบเซเค็มตายทั้งชายหญิงสักพันคน
50
อะบีเมเล็คจึงไปยังเมืองเธเบศ, ตั้งทัพยกเข้าตีก็ได้เมืองเธเบศ.
51
แต่กลางเมืองนี้มีหอรบมั่นคง, พวกชายหญิงชาวเมืองพากันหนีไปอยู่ที่นั่น, ปิดประตูไว้, ขึ้นไปอยู่บนหลังคาหอรบ.
52
อะบีเมเล็คก็มาตีถึงหอนั้น, เข้าไปชิดประตูหวังจะเผาไฟเสีย.
53
หญิงผู้หนึ่งเอาหินโม่แป้งก้อนหนึ่งทิ้งลงถูกศีรษะอะบีเมเล็ค, กระหม่อมแตก.
54
ท่านก็รีบเรียกชายหนุ่มที่ถืออาวุธของท่านมา, สั่งว่า, จงถอดกระบี่, ฆ่าเราเสียเถิด, เขาจะไม่ได้ขึ้นชื่อลือว่าผู้หญิงฆ่าเราตาย. ชายหนุ่มก็แทงเธอให้สิ้นพระชนม์.
55
พอพวกยิศราเอลเห็นว่าอะบีเมเล็คสิ้นชีพแล้ว, ต่างคนต่างก็กลับไปบ้าน.
56
การชั่วร้ายซึ่งอะบีเมเล็คได้กระทำแก่บิดา, คือได้ฆ่าพี่น้องเจ็ดสิบคนเสียนั้น, พระเจ้าทรงตอบแทนให้กลับถูกตนเอง:
57
ทั้งความชั่วร้ายของชาวเมืองเซเค็มนั้นด้วย พระเจ้าทรงบันดาลให้ตกถูกศีรษะของเขาเอง: และข้อแช่งของโยธามบุตรยะรูบาละนั้นก็สำเร็จถูกเขาทั้งหมด
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 10 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21