bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Leviticus 13
Leviticus 13
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 12
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 14 →
1
พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า,
2
“ถ้าและผู้ใดจะมีบวมขึ้นในกาย, หรือเป็นสะเก็ด หรือที่ขาวอยู่ในเนื้อหนังเหมือนดังโรคเรื้อนนั้น, จงพาคนนั้นมาหาอาโรนผู้เป็นปุโรหิต, หรือหาบุตรชายของอาโรนคนหนึ่งผู้เป็นปุโรหิต.
3
และปุโรหิตนั้นจะดูโรคที่ในเนื้อหนังของเขา, ถ้าขนที่โรคนั้นขาวและโรคนั้นดูเห็นลึกอยู่ในเนื้อหนังของเขาก็เป็นโรคเรื้อน, และปุโรหิตจะดูคนนั้นแล้วและจะกล่าวประกาศว่าตัวคนนั้นเป็นมลทิน.
4
ถ้าที่โรคในเนื้อหนังนั้นเห็นขาวอยู่ และดูไม่ลึกในเนื้อหนัง. และผู้นั้นั้นมิได้กลายเป็นขาวแล้ว, ปุโรหิตจะขังคนที่เป็นโรคนั้นไว้เจ็ดวัน.
5
ครั้นถึงวันที่เจ็ดปุโรหิตก็จะดูคนนั้นอีกทีหนึ่ง, ถ้าและโรคนั้นเห็นว่ายังทรงอยู่มิได้แผ่ออกไปอีกแล้ว, ปุโรหิตก็จะขังคนนั้นไว้อีกเจ็ดวัน,
6
และครั้นถึงวันที่เจ็ด ปุโรหิตนั้นก็จะได้ดูคนนั้นอีกทีหนึ่ง, ถ้าแลเห็นว่าโรคนั้นค่อยน้อยลงมิได้แผ่ออกไปในเนื้อหนังอีกแล้ว, ปุโรหิตก็จะกล่าวประกาศว่า, คนนั้นเป็นสะอาดเพราะว่าเป็นแค่สะเก็ด, และจะให้คนนั้นซักผ้าของตนแล้วจึงเป็นสะอาด.
7
ครั้นปุโรหิตได้ดูเขาและให้ชำระตัวเสียแล้ว, และสะเก็ดนั้นยังแผ่ออกไป, แล้วคนนั้นจะต้องมาให้ปุโรหิตดูอีกทีหนึ่ง.
8
ถ้าเมื่อปุโรหิตได้ดูแล้วเห็นว่าสะเก็ดนั้นแผ่ออกไปในเนื้อหนัง, ปุโรหิตก็จึงจะกล่าวประกาศว่า คนนั้นเป็นมลทินไม่สะอาดเพราะโรคเรื้อนของเขานั้น
9
“เมื่อโรคเรื้อนมีอยู่ในกายของผู้ใด แล้วจะต้องให้ผู้นั้นมาหาปุโรหิต,
10
และให้ปุโรหิตดูเขา, ถ้าเห็นว่าโรคนั้นบวมขึ้น และเป็นสีขาวอยู่ในหนัง, และขนกลายเป็นขาวและมีเนื้อ.
11
ก็เป็นโรคเรื้อนในเนื้อหนังของคนนั้น, และปุโรหิตจะกล่าวประกาศว่า, คนนั้นเป็นมลทินจะต้องขังคนนั้นไว้เพราะเขาเป็นมลทิน.
12
ถ้าและโรคเรื้อนนั้นลามแผ่ออกไปทั่วในตัวคนนั้น, ตั้งแต่ศีรษะจนถึงเท้าที่ปุโรหิตจะดูและเห็นนั้น.
13
ปุโรหิตจึงจะพิจารณาดู, ถ้าเห็นว่าโรคเรื้อนนั้นลามแผ่ออกไปทั่วในเนื้อหนังเช่นนั้น, ปุโรหิตจึงจะกล่าวประกาศว่าคนนั้นไม่เป็นโรคเรื้อน ตัวเขาขาวไม่เป็นมลทิน.
14
แต่ในขณะเมื่อโรคนั้นเป็นแผลเขาจะเป็นมลทิน.
15
และปุโรหิตจะดูที่แผลนั้นแล้วจะกล่าวว่า คนที่มีโรคนั้นเป็นมลทิน.
16
แผลนั้นก็เป็นมลทินเพราะโรคเรื้อนนั้น. และถ้าว่าโรคนั้นกลายออกเป็นสีขาวแล้วให้คนนั้นมาหาปุโรหิต.
17
และปุโรหิตจะดูเขาถ้าเห็นว่าโรคนั้นค่อยคลายออกเป็นสีขาวแล้วปุโรหิตจึงจะกล่าวประกาศว่าคนที่มีโรคอันคลายออกนั้นเป็นสะอาดหาเป็นมลทินไม่
18
“คนที่มีเนื้อบวมขึ้นเป็นฝีแล้วหาย,
19
ถ้าในรอยแผลที่หายนั้นมีสีขาวหรือแดงเรื่อๆ และนูนขึ้นก็ต้องให้ปุโรหิตดู.
20
และถ้าเมื่อปุโรหิตดูแล้วเห็นว่าโรคที่มีอยู่ในหนังและขนนั้นกลายเป็นขาวแล้ว, ปุโรหิต จึงจะกล่าวประกาศว่าคนผู้นั้นเป็นมลทิน, เพราะเป็นโรคเรื้อนซึ่งบังเกิดในที่ฝีนั้น.
21
ครั้นปุโรหิตดูแล้ว เห็นว่าขนไม่กลายเป็นขาว และมิได้แผ่ลามออกไป, ปุโรหิตจึงจะขังคนนั้นไว้เจ็ดวัน.
22
และถ้าโรค นั้นลามแผ่ออกไปในหนัง, ปุโรหิตจึงจะกล่าวประกาศว่า, คนนั้นเป็นมลทินเพราะเขาเป็นโรคเรื้อนนั้น.
23
ถ้าที่แดงนั้นทรงอยู่มิได้ลามแผ่ออกไปอีกก็เป็นแต่สีแดง, แล้วปุโรหิตจึงจะกล่าวประกาศว่าคนผู้นั้น หาเป็นมลทินไม่
24
“หรือถ้าเนื้อหนังถูกไฟไหม้ และแผลนั้นมีที่แดง หรือแดงเรื่อๆ หรือขาว.
25
ปุโรหิตจึงจะดูที่นั้นถ้าเห็นว่าขนในแผลนั้นกลายเป็นขาว และดูลึกอยู่ในหนัง, ก็เป็นโรคเรื้อนบังเกิดขึ้นที่แผลอันไฟไหม้นั้น. เหตุฉะนี้ปุโรหิตจึงจะกล่าวประกาศว่า, คนนั้นเป็นมลทินเพราะมีโรคเรื้อนนั้น.
26
และถ้าปุโรหิตได้ดูแล้ว, และเห็นว่าที่แดงนั้นไม่มีขนเป็นขาว และดูไม่ลึกในหนัง, และไม่แผ่ลามออกไปแล้ว ปุโรหิตจึงจะขังคนนั้นไว้เจ็ดวัน.
27
และในวันที่เจ็ดนั้นปุโรหิตจึงจะดูเขา, ถ้าเห็นว่าโรคนั้นแผ่ออกไปในหนังแล้ว, ปุโรหิตจึงจะกล่าวประกาศว่าคนนั้นเป็นมลทินเพราะเป็นโรคเรื้อน.
28
และถ้าที่แดงนั้นทรงอยู่ไม่แผ่ลามออกไปในหนัง, และเป็นแต่สีดำอยู่หน่อยหนึ่งก็เป็นแค่แผลไฟไหม้, ปุโรหิตจึงจะกล่าวประกาศว่าคนนั้นเป็นสะอาด แค่เป็นแผลไฟไหม้
29
“ถ้าชายก็ดี หรือหญิงก็ดีมีโรคที่ศีรษะหรือที่หนวด,
30
จงให้ปุโรหิตพิจารณาดูโรคนั้น. ถ้าเห็นว่าเป็นลึกอยู่ในหนัง และมีขนบางๆ เป็นสีเหลือง, ปุโรหิตจึงจะกล่าวประกาศว่าคนนั้นเป็นมลทิน, เพราะเป็นโรคเรื้อนอยู่ที่ศีรษะ หรือที่หนวดนั้น.
31
ครั้นปุโรหิตดูที่โรคนั้นเห็นว่าโรคนั้นไม่ลึกอยู่ในหนัง, และไม่มีขนดำ ๆ ที่แผลนั้น, ปุโรหิตจึงจะขังคนนั้นเจ็ดวัน.
32
ในวันที่เจ็ด ปุโรหิตจะดูคนที่มีโรคนั้นอีก. ถ้าเห็นว่าโรคนั้นไม่แผ่ลามออกไป, และขนไม่เป็นสีเหลือง และโรคนั้นไม่ลึกในหนัง,
33
จะต้องโกนศีรษะคนนั้นเว้นไว้แค่ที่แผล, แล้วปุโรหิตจึงจะขังคนนั้นไว้อีกเจ็ดวัน.
34
ในวันที่เจ็ดปุโรหิตจะดูที่แผลนั้นถ้าแผลนั้นไม่แผ่ลามออกไปในหนังหรือดูไม่ลึกในหนัง, ปุโรหิตจึงจะกล่าวประกาศว่าคนนั้นเป็นสะอาด, และให้คนนั้น, ซักผ้าของตนเป็นสะอาด.
35
ครั้นชำระแล้วถ้าแผลนั้น ลามออกมากในเนื้อหนัง,
36
ปุโรหิตจึงจะดูคนนั้นอีก. และถ้าแผลลามออกในหนัง, ปุโรหิตไม่ต้องหาขนสี เหลืองแล้วคนนั้นเป็นมลทิน.
37
แต่ทว่าถ้าเห็นแผลยังทรงอยู่, และขนดำอยู่ก็สำคัญว่าแผลนั้นหาย, คนนั้นจึงเป็นสะอาด, และปุโรหิตจะกล่าวประกาศว่าคนนั้นเป็นสะอาด
38
“ถ้าชายก็ดีหรือหญิงก็ดีมีสีแดงๆ ในเนื้อหนัง, ปุโรหิตจึงจะดู.
39
และถ้าสีแดงในเนื้อหนังของเขานั้น, เป็นแค่สีดำแดงคนนั้นก็มิได้เป็นมลทิน
40
“และคนที่ผมร่วงก็เป็นหัวล้านคนนั้นก็มิได้เป็นมลทิน.
41
และคนที่ผมร่วงข้างหน้าก็เป็นล้านหนังคนนั้นก็ไม่เป็นมลทิน.
42
ถ้ามีแผลแดงเรื่อๆ ที่หัวล้าน หรือที่ล้านหนังนั้น, ก็เป็นโรคเรื้อนเกิดขึ้นที่ศีรษะของคนที่ผมร่วงนั้น.
43
ปุโรหิตจึงจะดูแผลนั้น, และถ้าแผลนั้นเป็นสีแดงเรื่อๆ ที่ศีรษะคนผมล้านนั้น, ก็เป็นโรคเรื้อนปรากฏในเนื้อหนังนั้น.
44
คนนั้นเป็นคนมีโรคเรื้อนเขาเป็นมลทิน, ปุโรหิตจะกล่าวประกาศว่า, คนนั้นเป็นมลทินทีเดียวเขามีโรคเรื้อนที่ศีรษะ
45
“และคนโรคเรื้อนนั้นจะต้องฉีกเสื้อผ้าของตนเสีย, และอยู่ศีรษะเปล่าและเอาผ้าปิดปากไว้ร้องว่ามลทินๆ.
46
วันทั้งหลายที่เขามีโรคเรื้อนติดอยู่นั้น, เขาก็ยังเป็นมลทินอยู่, เขาต้องอยู่ต่างหากนอกที่หยุดพัก
47
“ผ้าที่มีโรคติดอยู่จะเป็นผ้านุ่งหรือผ้าห่ม,
48
หรือผ้าชั้นในหรือชั้นนอก, หรือผ้าป่านหรือผ้าสักหลาด หรือของที่ทำด้วยหนัง:
49
และถ้าโรคนั้นเป็นสีเขียว หรือสีแดงที่ขานั้น, หรือที่หนังหรือที่ผ้าชั้นใน, หรือชั้นนอกก็เป็นโรคเรื้อน จะต้องเอาไปให้ปุโรหิตดู.
50
และปุโรหิตจะดูของที่มีโรคติดนั้นเก็บไว้เจ็ดวัน.
51
และวันที่เจ็ดนั้นปุโรหิตจะดูของนั้นอีกที, ถ้าโรคลามออกในผ้านั้น, หรือผ้าชั้นในหรือ. ชั้นนอก, หรือในของที่ทำด้วยหนัง, ก็เป็นโรคเรื้อนของเหล่านั้นเป็นมลทินอยู่.
52
ปุโรหิตจึงต้องเอาไฟเผาผ้าชั้นในหรือชั้นนอก, หรือสักหลาด หรือผ้าป่าน, หรือของที่ทำด้วยหนัง; เพราะเป็นโรคเรื้อนจึงต้องเผาไฟเสีย
53
“แต่ถ้าปุโรหิตจะดูเห็นว่าโรคนั้นไม่แผ่ลามออกที่ผ้า, หรือเสื้อชั้นในหรือชั้นนอก, หรือของที่ทำด้วยหนังนั้น.
54
ปุโรหิตจึงจะสั่งให้เขาเอาของที่มีโรคติดอยู่นั้นไปซักน้ำเสีย, แล้วปุโรหิตจะเก็บไว้อีกเจ็ดวัน.
55
ครั้นซักแล้วปุโรหิตจะดูของที่มีโรคติดอยู่นั้นอีก, ถ้าเห็นว่าโรคนั้นไม่คลายและไม่ลามไปอีกก็ยังเป็นมลทินอยู่ต้องเผาไฟเสีย
56
“ครั้นซักน้ำปุโรหิตจะดู, ถ้าเห็นว่าโรคนั้นกลายเป็นสีดำปุโรหิตจึงจะฉีกส่วนที่โรคติดออกจากผ้าชั้นในหรือชั้นนอกเสีย.
57
ถ้าโรคนั้นยังติดอยู่ที่เสื้อชั้นในหรือชั้นนอกหรือของที่ทำด้วยหนังนั้น, ก็เป็นโรคเรื้อน, ก็ต้องเผาผ้าส่วนที่มีโรคติดนั้นเสียด้วยไฟ.
58
และเสื้อชั้นในหรือชั้นนอกหรือของที่ทำด้วยหนัง, ที่ซักน้ำแล้ว, ถ้าโรคหายแล้วก็ต้องซักน้ำอีกครั้งหนึ่ง, และของเหล่านี้จึงเป็นสะอาด
59
“นี้เป็นบัญญัติด้วยโรคเรื้อน, ในผ้าชั้นในหรือชั้นนอก, หรือของที่ทำลายหนังจะให้กำหนดของสะอาดหรือ ๆ ของมลทิน”
← Chapter 12
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 14 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27