bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Matthew 22
Matthew 22
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 21
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 23 →
1
พระเยซูตรัสแก่เขาเป็นคำอุปมาอีกว่า,
2
“แผ่นดินสวรรค์อุปมาเหมือนกษัตริย์องค์หนึ่งได้จัดการเตรียมอภิเษกมเหษีให้ราชโอรสของท่าน
3
แล้วใช้ข้าราชการไปตามผู้ที่รับเชิญในการนี้, แต่เขาไม่ใคร่จะมา.
4
ท่านยังใช้ข้าราชการอื่นไปอีก รับสั่งให้บอกผู้รับเชิญนั้นว่า. ‘ดูเถอะ, เราได้จัดการเลี้ยงไว้แล้ว, ทั้งวัวและสัตว์อ้วนพีของเราก็ฆ่าไว้เสร็จ. สิ่งสารพัตรก็เตรียมไว้พร้อม. จงมาในการนี้เถิด.’
5
แต่เขาก็เพิกเฉยเสียบางคนก็ไปไร่นาของตน. บางคนก็ไปทำการค้าขาย.
6
ฝ่ายพวกอื่นนอกนั้นก็จับข้าราชการทำอัปยศต่างๆ แล้วฆ่าเสีย.
7
กษัตริย์องค์นั้นก็ทรงพระพิโรธ. จึงรับสั่งให้ยกทัพไปปราบปรามคนร้ายเหล่านั้น. แล้วให้เผาบ้านเมืองเสีย.
8
ท่านจึงรับสั่งแก่ข้าราชการว่า. ‘การสมรสก็พร้อมอยู่แล้ว. แต่ผู้รับเชิญนั้นไม่สมกับการ
9
เหตุฉะนั้นจงออกไปตามทางแพร่ง. พบใครๆ ก็ให้เชิญมาในการนี้.’
10
พวกข้าราชการจึงออกใปเชิญคนทั้งปวงตามทางแพร่ง แล้วแต่จะพบให้มาทั้งดีและชั่ว. จนการอภิเษกนั้นเต็มไปด้วยผู้รับเชิญ
11
แต่เมื่อกษัตริย์องค์นั้นเสด็จทอดพระเนตรผู้ที่รับเชิญ. ก็เห็นผู้หนึ่งมิได้สวมเสื้อสำหรับงาน
12
จึงรับสั่งถามว่า. ‘สหายเอ๋ย, เหตุไฉนมาที่นี่จึงไม่สวมเสื้อสำหรับงาน?’ ผู้นั้นก็นิ่งอั้นอยู่พูดไม่ออก.
13
ท่านจึงรับสั่งแก่พวกข้าราชการว่า. ‘จงมัดมือมัดเท้าคนนี้เอาไปทิ้งเสียที่มืดภายนอก. ที่นั่นจะมีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน.’
14
ด้วยผู้รับเชิญก็มาก. แต่ผู้ที่ถูกเลือกก็น้อย.”
15
ขณะนั้นพวกฟาริซายไปปรึกษากันว่าจะจับผิดในถ้อยคำของพระองค์อย่างไรได้,
16
จึงใช้พวกศิษย์ของตนกับพวกเฮโรดให้ไปทูลพระองค์ว่า. “อาจารย์เจ้าข้า. ข้าพเจ้าทั้งหลายทราบอยู่ว่าท่านเป็นผู้สัตย์ซื่อ. ได้สั่งสอนในทางของพระเจ้าจริงๆ โดยมิได้เกรงกลัวผู้ใดเพราะท่านมิได้เห็นแก่หน้าของบุคคล
17
เหตุฉะนั้นขอโปรดให้ข้าพเจ้าทราบว่าท่านคิดเห็นอย่างไรควรจะส่งส่วยให้แก่กายะซาหรือไม่?”
18
พระเยซูทรงทราบอุบายของเขาจึงตรัสว่า, “โอคนหน้าซื่อใจคด, จะทดลองเราทำไม?
19
จงให้เราดูเงินส่วยนั้น.” เขาจึงเอาเงินตราแผ่นหนึ่งถวายพระองค์.
20
พระองค์ตรัสถามเขาว่า. “รูปและคำจารึกนี้เป็นของไคร?”
21
เขาทูลว่า. “ของกายะซา.” พระองค์ตรัสแก่เขาว่า, “เหตุฉะนั้นของๆ กายะซาจงถวายแก่กายะซา, และของๆ พระเจ้าจงถวายแก่พระเจ้า.”
22
ครั้นเขาได้ยินก็ประหลาดใจ. จึงละพระองค์ไว้แล้วกลับไป
23
ในวันนั้นมีพวกซาดูกายมาหาพระองค์. พวกนี้เป็นผู้สอนว่า การที่เป็นขึ้นมาจากความตายไม่มี.
24
เขาถามว่า. “อาจารย์เจ้าข้า, โมเซสั่งว่า, ‘ถ้าผู้ใดตายยังไม่มีบุตรก็ให้น้องชายรับพี่สะใภ้สืบเผ่าพันธุ์ต่อไป.’
25
ฝ่ายพวกข้าพเจ้ามีพี่น้องผู้ชายเจ็ดคน พี่ห้วปีมีภรรยาแล้วก็ตายเมื่อยังไม่มีบุตร. แล้วก็ละภรรยาไว้ให้แก่น้องชาย
26
ครั้นน้องที่สองที่สามตายก็ได้ละภรรยาไว้ให้เป็นภรรยาต่อๆ กันไปจนถึงคนที่เจ็ด.
27
ในที่สุดหญิงนั้นก็ตายด้วย.
28
ในวันที่เป็นขึ้นมาจากความตาย. หญิงนั้นจะเป็นภรรยาของผู้ใดในเจ็ดคนนั้น? ด้วยนางได้เป็นภรรยาของชายทั้งเจ็ดแล้ว”
29
พระเยซูตรัสแก่เขาว่า, “พวกท่านเข้าใจผิดไม่รู้จักพระคัมภีร์หรือฤทธิ์เดชของพระเจ้า.
30
เพราะว่าเมื่อเป็นขึ้นมาจากความตายนั้น จะไม่มีการสมรสหรือยกให้เป็นสามีภรรยากันอีก, แต่เป็นเหมือนทูตสวรรค์.
31
แต่เรื่องที่เป็นขึ้นมาจากความตายนั้น, ท่านทั้งหลายยังไม่ได้อ่านหรือ, ซึ่งพระเจ้าได้ตรัสไว้แก่พวกท่านว่า,
32
‘เราเป็นพระเจ้าของอับราฮาม, พระเจ้าของยิศฮาค, และพระเจ้าของยาโคบ,’ ไม่ได้เป็นพระเจ้าของคนตาย, แต่เป็นพระเจ้าของคนเป็น?”
33
ประชาชนทั้งปวงเมื่อได้ยินแล้วก็ประหลาดใจด้วยคำโอวาทของพระองค์.
34
ฝ่ายพวกฟาริซายเมื่อได้ยินว่าพระองค์ทรงกระทำไห้พวกซาดูกายนิ่งอั้นอยู่, จึงประชุมกันที่นั่น.
35
มีบาเรียนผู้หนึ่งในพวกเขาจะใคร่ทดลองพระองค์, จึงถามว่า,
36
“อาจารย์เจ้าข้า. พระบัญญัติข้อใดเป็นใหญ่?”
37
พระเยซูทรงตอบเขาว่า, “จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าด้วยสุดใจสุดจิตต์ของเจ้า, และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า.
38
นั่นแหละเป็นพระบัญญัติข้อต้นข้อใหญ่.
39
ข้อที่สองก็เหมือนกันคือ. จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง.
40
บัญญัติและคำพยากรณ์ทั้งสิ้นก็รวมอยู่ในพระบัญญัติสองข้อนี้.”
41
เมื่อพวกฟาริซายยังประชุมอยู่ที่นั่น, พระเยซูทรงถามว่า.
42
“พวกท่านคิดเห็นอย่างไรด้วยเรื่องพระคริสต์? ท่านเป็นบุตรของผู้ใด?” เขาตอบว่า, “เป็นบุตรของดาวิด.”
43
พระองค์ตรัสถามเขาว่า. “ถ้าอย่างนั้นเป็นไฉนดาวิดโดยเดชพระวิญญาณจึงได้เรียกว่าพระเจ้า เช่น,
44
พระยะโฮวาเจ้าได้ตรัสแก่พระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของข้าพเจ้าว่า. ‘จงนั่งที่ข้างขวาพระหัตถ์ของเรา กว่าเราจะปราบศตรูทั้งหลายของท่านให้อยู่ใต้พระบาทท่าน?’
45
ถ้าดาวิดเรียกว่าพระเจ้า, ท่านจะเป็นบุตรของดาวิดอย่างไรได้?”
46
ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดอาจที่จะตอบพระองค์สักคำหนึ่ง. ตั้งแต่วันนั้นมาไม่มีใครกล้าซักถามพระองค์ต่อไป
← Chapter 21
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 23 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28