bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Matthew 6
Matthew 6
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 5
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 7 →
1
“ท่านจงระวังให้ดี, อย่าทำความชอบธรรมของท่านต่อหน้ามนุษย์เพื่อหวังจะให้เขาเห็น. ถ้าทำอย่างนั้นท่านจะไม่ได้รับบำเหน็จแต่พระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์
2
“เหตุฉะนั้นเมื่อทำทาน, อย่าเป่าแตรข้างหน้าท่าน, เหมือนคนหน้าซื่อใจคดกระทำในธรรมศาลาและตามถนน, เพื่อจะได้ความสรรเสริญจากมนุษย์. เราบอกท่านตามจริงว่า, เขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว.
3
ฝ่ายท่านทั้งหลายเมื่อทำทาน, อย่าไห้มือซ้ายรู้การซึ่งมือขวากระทำนั้น.
4
เพื่อทานของท่านจะเป็นทานลับ. และพระบิดาของท่านผู้ทรงเห็นในที่ลับลี้, จะทรงโปรดประทานบำเหน็จให้ท่าน
5
“เมื่อท่านทั้งหลายจะอธิษฐาน, อย่าเป็นเหมือนคนหน้าซื่อใจคดเพราะเขาชอบยืนอธิษฐานในธรรมศาลาและตามถนน, เพื่อจะให้คนทั้งปวงเห็น. เราบอกท่านตามจริงว่า, เขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว.
6
ฝ่ายท่านเมื่ออธิษฐานจงเข้าในห้องชั้นใน, และเมื่อปิดประตูแล้ว, จงอธิษฐานขอจากพระบิดาของท่านผู้อยู่ในที่ลับลี้, และพระบิดาของท่านผู้อยู่ในที่ลับลี้จะทรงโปรดประทานแก่ท่าน.
7
แต่เมื่อท่านอธิษฐาน, อย่ากล่าวคำซ้ำให้มากเหมือนคนต่างประเทศเพราะเขาคิดว่าพูดมากหลายคำพระจึงจะโปรดฟัง.
8
อย่าทำเหมือนเขาเลย. เพราะว่าสิ่งไรซึ่งท่านต้องการ, พระบิดาของท่านทรงทราบก่อนเมื่อท่านยังไม่ได้ขอ
9
“ท่านทั้งหลายจงอธิษฐานตามอย่างนี้ว่าโอพระบิดาแห่งข้าพเจ้าทั้งหลายผู้สถิตในสวรรค์. ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่นับถืออันบริสุทธิ์.
10
ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่. พระทัยของพระองค์สำเร็จในสวรรค์อย่างไร, ก็ให้สำเร็จในแผ่นดินโลกเหมือนกัน.
11
ขอทรงโปรดประทานอาหารเลี้ยงข้าพเจ้าทั้งหลายในกาลวันนี้.
12
และขอทรงโปรดยกหนี้ของข้าพเจ้าเหมือนข้าพเจ้ายกหนี้ของผู้ที่เป็นหนี้ข้าพเจ้านั้น.
13
และขออย่านำข้าพเจ้าเข้าไปในการทดลอง, แต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย. (เหตุว่าราชสมบัติและฤทธิ์เดชและรัศมีภาพสิทธิ์ขาดอยู่แก่พระองค์สืบๆ ไปเป็นนิตย์, อาเมน.)
14
เพราะว่าถ้าท่านยกความผิดของมนุษย์, พระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์จะทรงโปรดยกความผิดของท่านด้วย.
15
แต่ถ้าท่านไม่ยกความผิดของมนุษย์, พระบิดาของท่านก็จะไม่ทรงโปรดยกความผิดของท่านเหมือนกัน
16
“เมื่อท่านถือศีลอดอาหาร, อย่าทำหน้าเศร้าหมองเหมือนคนหน้าซื่อใจคด ด้วยเขาทำหน้าให้มอมแมมเพื่อจะให้ปรากฏแก่มนุษย์ว่าเขาถือศีลอดอาหาร. เราบอกท่านตามจริงว่าเขาได้บำเหน็จของเขาแล้ว.
17
ส่วนท่านเมื่อถือศีลอดอาหาร, จงเอาน้ำมันทาศีรษะและล้างหน้า,
18
เพื่อท่านจะไม่ปรากฏแก่มนุษย์ว่าถือศีลอดอาหาร, แต่ให้ปรากฎแก่พระบิดาของท่านผู้อยู่ในที่ลับลี้, และพระบิดาของท่านผู้เห็นในที่ลับลี้ก็จะทรงประทานบำเหน็จให้แก่ท่าน
19
“อย่าส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัวในโลก, ที่ตัวหนอนและสนิมอาจทำลายเสียได้, และที่ขะโมยอาจขุดช่องล้วงลักเอาไปได้.
20
แต่จงส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์, ที่หนอนหรือสนิมทำลายเสียไม่ได้, และที่ไม่มีขะโมยขุดช่องล้วงลักเอาไปได้.
21
เพราะว่าทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน, ใจของท่านก็อยู่ที่นั่นด้วย.
22
ตาเป็นดวงสว่างของร่างกายเหตุฉะนั้นถ้าตาของท่านปกติ, ทั้งตัวก็พลอยสว่างไปด้วย.
23
แต่ถ้าตาของท่านผิดปกติ, ทั้งตัวของท่านก็พลอยมืดไปด้วย. เหตุฉะนั้นถ้าความสว่างซึ่งอยู่ในตัวของท่านมืดไป, ความมืดนั้นจะหนาทึบสักเพียงใด
24
ไม่มีคนใดปรนนิบัตินายสองนายได้เพราะว่าจะชังนายข้างหนึ่งและจะรักนายอีกข้างหนึ่ง, หรือจะนับถือนายฝ่ายหนึ่งและจะดูหมิ่นนายอีกฝ่ายหนึ่ง. ท่านจะปฏิบัติพระเจ้าและจะปฎิบัติเงินทองด้วยก็ไม่ได้.
25
เหตุฉะนั้นเราบอกท่านทั้งหลายว่า, อย่ากะวนกะวายถึงการเลี้ยงชีพของตนว่า, จะเอาอะไรกินหรือจะเอาอะไรดื่มและอย่ากะวนกะวายถึงร่างกายของตนว่า, จะเอาอะไรนุ่งห่ม. ชีวิตสำคัญยิ่งกว่าอาหารมิใช่หรือ, และร่างกายสำคัญยิ่งกว่าเครื่องนุ่งห่มมิใช่หรือ?
26
จงดูฝูงนกในอากาศมันมิได้หว่านมิได้เกี่ยวมิได้ส่ำสมไว้ในยุ้งฉาง, แต่พระบิดาของท่านทั้งหลายผู้อยู่ในสวรรค์ทรงเลี้ยงนกไว้. ท่านทั้งหลายมิประเสริฐยิ่งกว่าฝูงนกอีกหรือ?
27
มีใครในพวกท่านโดยความกะวนกะวายอาจต่อชีวิตให้ยาวออกไปอีกสักศอกหนึ่งได้หรือ?
28
ท่านกะวนกะวายถึงเครื่องนุ่งห่มทำไม? จงดูดอกไม้ที่ทุ่งนามันงอกขึ้นอย่างไร? มันไม่ทำงานมันไม่ปั่นด้ายเหนื่อย.
29
แต่เราบอกท่านทั้งหลายว่ากษัตริย์ซะโลโมเมื่อบริบูรณ์ด้วยสง่าราศี, ก็มิได้ทรงเครื่องงามเท่าดอกไม้นี้ดอกหนึ่ง.
30
แม้ว่าพระเจ้าทรงตกแต่งหญ้าที่ทุ่งนาอย่างนั้น, ซึ่งเป็นอยู่วันนี้และรุ่งขึ้นต้องทิ้งในเตาไฟ, โอผู้ที่มีความเชื่อน้อย, พระองค์จะไม่ทรงตกแต่งท่านมากยิ่งกว่านั้นหรือ?
31
เหตุฉะนั้นอย่ากะวนกะวายว่า, จะเอาอะไรกินหรือจะเอาอะไรดื่มหรือจะเอาอะไรนุ่งห่ม.
32
เพราะว่าพวกต่างประเทศแสวงหาสิ่งของทั้งปวงนี้, แต่ว่าพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์ทรงทราบแล้วว่าท่านต้องการสิ่งทั้งปวงเหล่านี้.
33
แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน, แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้.
34
เหตุฉะนั้นอย่ากะวนกะวายถึงพรุ่งนี้. เพราะว่าพรุ่งนี้คงมีการกะวนกะวายสำหรับพรุ่งนี้เอง. ความทุกข์ของวันใดก็พอสำหรับวันนั้น
← Chapter 5
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 7 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28