bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Revelation 21
Revelation 21
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 20
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 22 →
1
ข้าพเจ้าได้เห็นฟ้าอากาศใหม่, และแผ่นดินโลกใหม่ เพราะฟ้าอากาศเดิมและแผ่นดินโลกเดิมนั้นล่วงไปแล้ว และทะเลไม่มีต่อไปเลย.
2
ข้าพเจ้าได้เห็นเมืองบริสุทธิ์ คือเมืองยะรูซาเล็มใหม่เลื่อนลอยลงมาจากสวรรค์แต่พระเจ้า, ทรงจัดเตรียมไว้แล้ว, เหมือนอย่างเจ้าสาวตกแต่งตัวไว้สำหรับสามี.
3
ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังมาจากพระที่นั่งว่า, “จงดูเถิด. พลับพลาของพระเจ้าก็อยู่กับมนุษย์แล้ว, พระองค์จะสถิตอยู่กับเขา, เขาจะเป็นพลเมืองของพระองค์, พระเจ้าเองจะดำรงอยู่กบเขา, และจะทรงเป็นพระเจ้าของเขา
4
และพระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆ หยดจากตาของเขา ความตายจะไม่มีต่อไป การคร่ำครวญ และร้องไห้ และการเจ็บปวดอย่างหนึ่งอย่างใดจะไม่มีอีกเลย เพราะเหตุการณ์ที่ได้มีอยู่แต่ตั้งเดิมนั้นได้ล่วงกันไปแล้ว.”
5
พระองค์ผู้ประทับบนพระที่ทั้งนั้นจึงตรัสว่า, “จงดูเถิด, เรากำลังสร้างสิ่งสารพัตรขึ้นใหม่.” และพระองค์ได้ตรัสแก่ข้าพเจ้าว่า, “จงจารึกไว้เถิด. เพราะว่าถ้อยคำเหล่านี้เป็นคำสุจริตและสัตย์จริง.”
6
พระองค์ได้ตรัสแก่ข้าพเจ้าว่า.” ถ้อยคำเหล่านี้สำเร็จแล้ว. เราเป็นอาละฟาและโอเมฆา, คือเบื้องต้นและเบื้องปลาย. ผู้ใดกระหาย. เราจะให้ผู้นั้นดื่มจากบ่อน้ำพุที่ประกอบด้วยชีวิตโดยไม่ต้องเสียค่าอันใด.
7
ถ้าผู้ใดมีชัยชะนะ. ผู้นั้นจะได้สิ่งเหล่านี้เป็นมรดก และเราจะเป็นพระเจ้าของเขา, และเขาจะเป็นบุตรของเรา.
8
แต่คนขลาด, คนไม่เชื่อ. คนที่กระทำการอุจาด, คนที่ฆ่ามนุษย์, คนกระทำผิดประเวณีชายหญิง, คนทำเล่ห์กะเท่ห์, คนที่บูชารูปเคารพ, และคนทั้งปวงที่พูดมุสา จะได้ส่วนมฤดกของตนที่ในบึงที่มีไฟและกำมะถันไหม้อยู่นั้น นั่นแหละเป็นความตายที่สอง.”
9
ในพวกทูตสวรรค์ทั้งเจ็ดองค์ที่ถือขันทั้งเจ็ดใบอันเต็มด้วยภัยทรมานที่สุดทั้งเจ็ดประการนั้น, มีองค์หนึ่งมาพูดกับข้าพเจ้าว่า, “เชิญมานี่เถิด ข้าพเจ้าจะสำแดงให้ท่านเห็นเจ้าสาวที่เป็นมเหษีของพระเมษโปดกนั้น.”
10
ท่านได้นำข้าพเจ้าโดยพระวิญญาณขึ้นไปบนภูเขาสูงใหญ่, และได้สำแดงให้ข้าพเจ้าเห็นเมืองใหญ่นั้น, คือเมืองยะรูซาเลมอันบริสุทธิ์. กำลังลอยลงมาจากสวรรค์แต่พระเจ้า.
11
เมืองนั้นประกอบด้วยรัศมีของพระเจ้า มีแสงสว่างดุจแล้วที่มีราคามาก, คือแล้วมณีโชติอันสุกใส.
12
เมืองนั้นมีกำแพงสูงใหญ่. มีประตูสิบสองประตู, และที่ประตูนั้นมีทูตสวรรค์ประจำอยู่ประตูละองค์เป็นสิบสององค์ และประตูนั้นมีชื่อจารึกไว้, ซึ่งเป็นชื่อตระกูลพวกยิศราเอลสิบสองตระกูล.
13
ฝ่ายด้านตะวันออกมีประตูสามประตู ด้านเหนือมีประตูสามประตู ด้านใต้มีประตูสามประตู และด้านตะวันตกมีประตูสามประตู.
14
กำแพงเมืองนั้นมีรากสิบสองชั้น, และที่รากนั้นมีชื่อพวกอัครสาวกของพระเมษโปดกสิบสองคนนั้นจารึกไว้
15
ทูตสวรรค์องค์ที่ได้พูดกับข้าพเจ้าถือไม้วาทองคำเพื่อจะวัดเมือง และประตูทั้งปวง และกำแพงเมืองนั้น.
16
และเมืองนั้นกว้างยาวเป็นสี่เหลียมจัตุรัสส์ และท่านได้เอาไม้วาวัดเมืองนั้นได้ห้าหมื่นสี่พันหกร้อยเส้น กว้างยาวกับสูงเท่ากัน.
17
และท่านได้วัดกำแพงเมืองนั้นได้ร้อยสี่สิบสี่ศอกตามไม้วาที่มนุษย์เคยใช้, อย่างเดียวกันกับทูตสวรรค์นั้นได้ใช้.
18
กำแพงเมืองนั้นก่อแล้วไปด้วยแล้วมณีโชติ, และเมืองนั้นแล้วไปด้วยทองคำเนื้อบริสุทธิ์ดุจแล้วสุกใส.
19
รากทั้งหลายแห่งเมืองนั้นประดับด้วยแก้วประเสริฐทุกอย่าง รากที่หนึ่งแล้วไปด้วยแก้วมณีโชติ รากที่สองแล้วไปด้วยแก้วไพฑูรย์ รากที่สามแล้วไปด้วยแก้วโมรา รากที่สี่แล้วไปด้วยแล้วมรกต.
20
รากที่ห้าแล้วไปด้วยแก้วโกเมน รากที่หกแล้วไปด้วยแก้วทับทิม รากที่เจ็ดแล้วไปด้วยแล้วบุษราคัมน้ำแก่ รากที่แปดแล้วไปด้วยแก้วเพทาย รากที่เก้าแล้วไปด้วยแล้วบุษราคัมน้ำอ่อน รากที่สิบแล้วไปด้วยแก้วหยก รากที่สิบเอ็ดแล้วไปด้วยแก้วนิล, รากที่สิบสองแล้วไปด้วยแก้วเพทายม่วง.
21
ประตูทั้งสิบสองประตูนั้นเป็นแก้วมุกดาล้วนทั้งแท่ง และถนนในเมืองนั้นเป็นทองคำบริสุทธิ์, ใสราวกับแก้ว
22
ข้าพเจ้าไม่ได้เห็นมีพระวิหารในเมืองนั้นเลย ด้วยพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทุกประการ. กับพระเมษโปดกนั้นทรงเป็นพระวิหารในเมืองนั้น.
23
เมืองนั้นไม่ต้องการดวงอาทิตย์และดวงจ้นทร์ส่องสว่าง เพราะว่าพระรัศมีของพระเจ้าได้ทรงส่องสว่าง. และพระเมษโปดกนั้นทรงเป็นดวงประทีปในเมืองนั้น.
24
และพวกนานาประเทศจะเดินในท่ามกลางความสว่างของเมืองนั้น, และกษัตริย์ทั้งปวงในแผ่นดินโลกจะนำสง่าราศีของตนมาถวายในเมืองนั้น.
25
ประตูทั้งหลายแห่งเมืองนั้นจะไม่ได้ปิดเลยในเวลากลางวัน. เพราะว่าจะไม่มีกลางคืนในเมืองนั้น.
26
และคนทั้งหลายจะนำสง่าราศีและเกียรติยศของนานาชาติมาถวายในเมืองนั้น
27
สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นมลทิน, หรือผู้หนึ่งผู้ใดที่ประพฤติเป็นที่อุจาดหรือพูดมุสา จะเข้าในเมืองนั้นไม่ได้เลย. แต่ฉะเพาะคนทั้งหลายที่มีชื่อจดไว้ในสมุดทะเบียนประจำชีพของพระเมษโปดกนั้นถึงจะเข้าได้
← Chapter 20
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 22 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22