bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
1 Kings 20
1 Kings 20
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 19
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 21 →
1
ครั้งนั้นกษัตริย์เบนฮาดัดแห่งอารัมยกกองทัพมาสมทบกับกษัตริย์ 32 คน พร้อมรถม้าศึกและม้าเข้าล้อมและโจมตีสะมาเรีย
2
เบนฮาดัดส่งทูตเข้ามาในเมืองแจ้งกษัตริย์อาหับแห่งอิสราเอลว่า “เบนฮาดัดพูดว่า
3
‘เงินและทองของท่านเป็นของข้า ภรรยาและลูกๆ ผู้ที่ดีที่สุดของท่านก็เป็นของข้าด้วย’ ”
4
กษัตริย์แห่งอิสราเอลตอบว่า “กษัตริย์ผู้เป็นเจ้านายของข้าพเจ้า ตกลงตามที่ท่านว่า ข้าพเจ้าและทั้งหมดที่ข้าพเจ้ามีเป็นของท่าน”
5
แล้วทูตกลับมาแจ้งอีกว่า “เบนฮาดัดพูดว่า ‘ข้าส่งคนมาเรียกร้องเอาเงินและทอง ภรรยา ลูกๆ ของท่าน
6
แต่พรุ่งนี้เวลาเดียวกันนี้ ข้าจะส่งคนมาตรวจดูวังของท่าน และบ้านเรือนของข้าราชการ แล้วจะริบเอาของมีค่าทุกอย่างไปจากท่าน’ ”
7
กษัตริย์แห่งอิสราเอลจึงเรียกชุมนุมผู้อาวุโสทั้งหมดและพูดกับพวกเขาว่า “ดูชายคนนี้สิ เขาพาลหาเรื่องข้า เมื่อเขามาเรียกร้องเอาภรรยา ลูกๆ และเงินทองของข้า ข้าก็ไม่ขัดขืน”
8
ผู้อาวุโสและประชาชนทั้งปวงตอบว่า “ขออย่าฟังหรือยอมตามข้อเรียกร้องของเขาเลย”
9
อาหับจึงพูดแก่ทูตของเบนฮาดัดว่า “ช่วยไปบอกกษัตริย์ผู้เป็นเจ้านายของข้าพเจ้าเถิดว่า ‘ผู้รับใช้ยอมทุกอย่างตามที่ท่านเรียกร้องในครั้งแรก แต่ข้อเรียกร้องครั้งหลังนี้ไม่อาจทำตามได้’ ” ทูตจึงกลับไปรายงานเบนฮาดัด
10
แล้วเบนฮาดัดมีคำกล่าวมาถึงอาหับอีกว่า “ขอให้เทพเจ้าทั้งหลายจัดการกับข้าอย่างหนัก หากในสะมาเรียยังเหลือฝุ่นพอให้คนของข้าคนละกำมือ”
11
กษัตริย์แห่งอิสราเอลตอบกลับไปว่า “จงบอกเขาว่า ‘คนที่เพิ่งสวมชุดเกราะ อย่าคุยโวเหมือนคนที่ถอดชุดแล้ว’ ”
12
คำตอบนี้มาถึงขณะที่เบนฮาดัดและกษัตริย์ทั้งหลายกำลังดื่มกันอยู่ในพลับพลา เบนฮาดัดสั่งคนของตนว่า “เตรียมบุกโจมตี” พวกเขาก็เตรียมทัพเข้าโจมตีเมืองนั้น
13
ขณะนั้นมีผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งมาพบกษัตริย์อาหับแห่งอิสราเอลและประกาศว่า “พระยาห์เวห์พูดว่า ‘เจ้าเห็นกองทัพมหึมานี้ไหม วันนี้เราจะมอบไว้ในมือของเจ้า แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์’ ”
14
อาหับถามว่า “แต่ใครจะเป็นผู้ทำการครั้งนี้” ผู้เผยพระวจนะตอบว่า “พระยาห์เวห์พูดว่า ‘บรรดาทหารหนุ่มซึ่งอยู่ภายใต้พวกผู้บัญชาการภูมิภาคต่างๆ’ ” อาหับถามว่า “ใครจะเป็นผู้เริ่มรบ” ผู้เผยพระวจนะตอบว่า “ท่านนั่นแหละ”
15
อาหับจึงรวบรวมบรรดาทหารหนุ่มซึ่งอยู่ภายใต้พวกผู้บัญชาการภูมิภาคต่างๆ ได้ 232 คน แล้วระดมกำลังพลอิสราเอลได้ทั้งสิ้น 7,000 คน
16
ประมาณเที่ยงวัน ขณะที่เบนฮาดัดและบรรดากษัตริย์พันธมิตรอีก 32 คนกำลังมึนเมาอยู่ในพลับพลา
17
บรรดาทหารหนุ่มซึ่งอยู่ภายใต้พวกผู้บัญชาการภูมิภาคต่างๆ ก็บุกขึ้นหน้าไปก่อน พลรักษาการณ์ที่เบนฮาดัดวางไว้รายงานว่า “มีกองทหารรุกมาจากสะมาเรีย”
18
เบนฮาดัดสั่งว่า “ไม่ว่าพวกเขามาอย่างสันติหรือมาทำศึกก็ให้จับเป็น”
19
บรรดาทหารหนุ่มซึ่งอยู่ภายใต้พวกผู้บัญชาการภูมิภาคต่างๆ เคลื่อนพลออกจากเมืองโดยมีกองทัพตามไป
20
แต่ละคนต่างสังหารข้าศึก คนอารัมพ่ายหนีและคนอิสราเอลก็รุกตาม ฝ่ายกษัตริย์เบนฮาดัดแห่งอารัมและพลม้าบางคนขี่ม้าหนีไปได้
21
แต่กษัตริย์แห่งอิสราเอลก็รุกคืบหน้าเข้ายึดม้าศึกและรถม้าศึกไว้ และกองทหารอารัมต้องพ่ายแพ้ยับเยิน
22
หลังจากนั้นผู้เผยพระวจนะมาพบกษัตริย์อาหับแห่งอิสราเอลและพูดว่า “ขอเสริมกำลังที่มั่นและตรวจตราดูว่าจะต้องทำอะไรอีกบ้างเพราะกษัตริย์แห่งอารัมจะกลับมาโจมตีอีกในฤดูใบไม้ผลิครั้งต่อไป”
23
ขณะเดียวกันบรรดาข้าราชการของกษัตริย์แห่งอารัมแนะนำว่า “พระเจ้าของพวกเขาเป็นเทพเจ้าแห่งขุนเขา พวกเขาจึงแข็งแกร่งเกินกำลังของเรา แต่หากสู้รบกันบนที่ราบ เราย่อมจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขาแน่นอน
24
ครั้งนี้ขอให้พวกแม่ทัพไปแทนกษัตริย์ทั้งหลาย
25
ท่านต้องระดมทัพขึ้นมาใหม่เหมือนทัพที่สูญเสียไปนั้น พร้อมด้วยม้าศึกและรถม้าศึกจำนวนเท่าเดิม แล้วพวกเราจะสู้รบกับคนอิสราเอลในที่ราบได้ เราจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขาอย่างแน่นอน” เบนฮาดัดเห็นด้วยและทำตามคำแนะนำนั้น
26
ในฤดูใบไม้ผลิต่อมาเบนฮาดัดเกณฑ์ทัพอารัมยกมาที่อาเฟคเพื่อรบกับคนอิสราเอล
27
ฝ่ายอิสราเอลก็ระดมพล และแจกเสบียง แล้วเข้าสู่สนามรบ กองทัพอิสราเอลตั้งค่ายประจันหน้าแลดูเหมือนฝูงแพะเล็กๆ สองฝูงเมื่อเทียบกับกองกำลังมืดฟ้ามัวดินของอารัม
28
คนของพระเจ้ามาพบและบอกกษัตริย์แห่งอิสราเอลว่า “พระยาห์เวห์พูดว่า ‘เนื่องจากคนอารัมคิดว่าพระยาห์เวห์เป็นเทพเจ้าแห่งขุนเขา ไม่ใช่เทพเจ้าแห่งที่ราบ เราจะมอบกองทัพมหึมานี้ไว้ในมือของเจ้า แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์’ ”
29
กองทัพทั้งสองตั้งค่ายประจันหน้ากันเป็นเวลาเจ็ดวัน แล้วในวันที่เจ็ดก็เปิดฉากรบ ในวันนั้นชาวอิสราเอลฆ่าทหารราบของซีเรียไป 100,000 คน
30
ที่เหลือหนีเข้าเมืองอาเฟค ซึ่งกำแพงเมืองทลายลงมาทับพวกเขา 27,000 คน เบนฮาดัดหลบหนีเข้าไปในเมืองและซ่อนตัวอยู่ในห้องชั้นในแห่งหนึ่ง
31
บรรดาข้าราชการของเขาพูดว่า “พวกเราได้ยินมาว่าบรรดากษัตริย์แห่งอิสราเอลนั้นมีจิตใจเมตตา ขอให้พวกเรานุ่งผ้ากระสอบ เอาเชือกคาดศีรษะไปพบกษัตริย์แห่งอิสราเอล เผื่อเขาจะไว้ชีวิตท่าน”
32
แล้วพวกเขาก็นุ่งผ้ากระสอบ เอาเชือกคาดศีรษะ ไปพบกษัตริย์แห่งอิสราเอล และพูดว่า “เบนฮาดัดผู้รับใช้ของท่านวิงวอนว่า ‘ขอโปรดไว้ชีวิตข้าพเจ้าด้วยเถิด’ ” กษัตริย์พูดว่า “เขายังมีชีวิตอยู่หรือ เขาเป็นน้องของข้า”
33
คนเหล่านั้นรีบฉวยโอกาสพูดว่า “ใช่แล้ว เบนฮาดัดน้องของท่าน!” กษัตริย์พูดว่า “ไปรับตัวเขามา” เมื่อเบนฮาดัดมาถึง อาหับก็เชิญให้เขาขึ้นมาบนรถม้า
34
เบนฮาดัดเสนอว่า “ข้าจะคืนหัวเมืองต่างๆ ที่พ่อของข้ายึดมาจากพ่อของท่าน และท่านจะตั้งแหล่งค้าขายในเมืองดามัสกัสเหมือนที่พ่อของข้าตั้งในเมืองสะมาเรียก็ได้” อาหับพูดว่า “ข้าจะปล่อยท่านไปตามเงื่อนไขของสนธิสัญญานี้” ทั้งสองจึงทำสนธิสัญญากัน แล้วอาหับก็ปล่อยเบนฮาดัดไป
35
ผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งกล่าวกับเพื่อนตามถ้อยคำของพระยาห์เวห์ว่า “ทำร้ายข้าพเจ้าเถิด” แต่คนนั้นปฏิเสธ
36
ผู้เผยพระวจนะคนนั้นจึงกล่าวว่า “เพราะท่านไม่ได้เชื่อฟังพระยาห์เวห์ สิงโตตัวหนึ่งจะฆ่าท่านทันทีที่ท่านจากข้าพเจ้าไป” เมื่อคนนั้นเดินจากไปก็มีสิงโตออกมาทำร้ายเขาถึงแก่ชีวิต
37
แล้วผู้เผยพระวจนะนั้นกล่าวกับอีกคนหนึ่งว่า “ทำร้ายข้าพเจ้าเถิด” เขาก็ทำตามและทำให้ผู้เผยพระวจนะนั้นบาดเจ็บ
38
ผู้เผยพระวจนะนั้นเอาแถบผ้าปิดตาเพื่อปลอมตัว แล้วไปยืนคอยเฝ้ากษัตริย์อยู่ริมทาง
39
ขณะที่กษัตริย์ผ่านมา ผู้เผยพระวจนะพูดว่า “ข้าพเจ้าไปรบ มีคนเอาตัวเชลยมาฝากข้าพเจ้าไว้บอกว่า ‘คอยดูคนนี้ให้ดี ถ้าเขาหนีไป เจ้าจะต้องตายหรือไม่ก็จ่ายเงินมาหนึ่งตะลันต์ ’
40
ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังง่วนอยู่กับธุระอื่น เชลยคนนั้นก็หายตัวไปแล้ว” กษัตริย์แห่งอิสราเอลพูดว่า “ดีแล้วนี่ เป็นความผิดของเจ้าเอง เจ้าต้องชดใช้”
41
แล้วผู้เผยพระวจนะดึงแถบผ้าที่ปิดตาออก กษัตริย์แห่งอิสราเอลก็จำได้ว่าเป็นผู้เผยพระวจนะคนหนึ่ง
42
ผู้เผยพระวจนะจึงพูดกับกษัตริย์ว่า “พระยาห์เวห์พูดว่า ‘เนื่องจากเจ้าไว้ชีวิตผู้ที่เรากำหนดให้ตาย ฉะนั้นเจ้าจะต้องตายแทนเขา และประชาชนของเจ้าจะต้องพินาศแทนประชาชนของเขา’ ”
43
กษัตริย์แห่งอิสราเอลจึงกลับสู่ที่ของตนในสะมาเรียด้วยความโกรธและขุ่นเคืองใจ
← Chapter 19
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 21 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22