bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
1 Kings 8
1 Kings 8
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 7
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 9 →
1
จากนั้นกษัตริย์โซโลมอนเรียกบรรดาผู้อาวุโสของอิสราเอล หัวหน้าเผ่าต่างๆ และหัวหน้าครอบครัวทั้งหมดของชาวอิสราเอลมาพบที่กรุงเยรูซาเล็ม เพื่อนำหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์มาจากศิโยนเมืองดาวิด
2
ชาวอิสราเอลทุกคนก็พากันมาพบกษัตริย์โซโลมอนในช่วงเทศกาลของเดือนเอธานิมซึ่งเป็นเดือนที่เจ็ด
3
เมื่อผู้อาวุโสทั้งปวงของอิสราเอลมาถึงแล้ว ปุโรหิตก็ยกหีบพันธสัญญาขึ้น
4
และหามหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์ไป ส่วนเต็นท์นัดพบกับเครื่องใช้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงในนั้น ปุโรหิตและชนเลวีช่วยกันนำไปยังวิหาร
5
กษัตริย์โซโลมอนและชุมนุมประชาชนอิสราเอลทั้งปวงที่มาชุมนุมกันหน้าหีบพันธสัญญาได้ถวายแกะและวัวเป็นเครื่องบูชาจำนวนมากจนนับไม่ถ้วน
6
จากนั้นปุโรหิตนำหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์เข้าสู่สถานนมัสการชั้นในของวิหารคือสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุด และตั้งไว้ใต้ปีกของเครูบ
7
เครูบทั้งสองกางปีกเหนือที่ตั้งหีบพันธสัญญาและปกเหนือหีบกับคานหาม
8
คานหามนี้ยาวมากจนมองเห็นปลายได้จากด้านในของสถานศักดิ์สิทธิ์ซึ่งอยู่หน้าสถานนมัสการชั้นใน แต่มองไม่เห็นจากด้านนอกของสถานศักดิ์สิทธิ์ และคานนั้นก็ยังคงอยู่ที่นั่นจนถึงทุกวันนี้
9
ในหีบนั้นไม่มีสิ่งใดนอกจากศิลาสองแผ่นซึ่งโมเสสได้ใส่ไว้เมื่ออยู่ที่ภูเขาโฮเรบ ที่ซึ่งพระยาห์เวห์กระทำพันธสัญญากับชาวอิสราเอลหลังจากพวกเขาออกมาจากอียิปต์
10
เมื่อปุโรหิตออกมาจากสถานศักดิ์สิทธิ์ ก็มีเมฆมาปกคลุมทั่ววิหารของพระยาห์เวห์
11
บรรดาปุโรหิตไม่อาจปฏิบัติหน้าที่เพราะเมฆนั้น เนื่องจากเกียรติสิริของพระยาห์เวห์ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งวิหารของพระองค์
12
แล้วโซโลมอนพูดว่า “พระยาห์เวห์ได้พูดไว้ว่าพระองค์จะพำนักในเมฆทึบ
13
ข้าพเจ้าได้สร้างวิหารอันสง่างามถวาย เพื่อพระองค์จะพำนักอยู่นิรันดร์”
14
กษัตริย์หันกลับมาอวยพรแก่ประชาชนอิสราเอลทั้งปวงซึ่งชุมนุมอยู่ที่นั่น
15
แล้วพูดว่า “สรรเสริญพระยาห์เวห์พระเจ้าของคนอิสราเอล ผู้กระทำตามคำสัญญาที่ได้พูดไว้กับดาวิดพ่อของข้าพเจ้าด้วยมือของพระองค์เอง เพราะพระองค์พูดว่า
16
‘นับแต่วันที่เรานำประชาชนอิสราเอลของเราออกมาจากอียิปต์ เราไม่ได้เลือกเมืองของคนอิสราเอลเผ่าใดเผ่าหนึ่งที่จะให้วิหารถูกสร้างขึ้น เพื่อว่านามของเราจะได้อยู่ที่นั่น แต่เราเลือกดาวิดให้ปกครองประชาชนอิสราเอลของเรา’
17
ดาวิดพ่อของข้าพเจ้าตั้งใจจะสร้างวิหารถวายแด่นามพระยาห์เวห์พระเจ้าของคนอิสราเอล
18
แต่พระยาห์เวห์พูดกับดาวิดพ่อของข้าพเจ้าว่า ‘ที่เจ้ามีใจจะสร้างวิหารเพื่อนามของเรานั้นก็ดีอยู่
19
ถึงกระนั้นเจ้าจะไม่ได้เป็นผู้สร้างวิหาร แต่ลูกชายผู้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้าจะเป็นผู้สร้างวิหารเพื่อนามของเรา’
20
พระยาห์เวห์ทำตามคำสัญญา คือให้ข้าพเจ้าได้ครองบัลลังก์แห่งอิสราเอลสืบต่อจากดาวิดผู้เป็นพ่อตามที่พระยาห์เวห์ได้สัญญาไว้ และข้าพเจ้าได้สร้างวิหารนี้เพื่อนามของพระยาห์เวห์พระเจ้าของคนอิสราเอล
21
ข้าพเจ้าได้จัดเตรียมที่แห่งหนึ่งในวิหารสำหรับหีบพันธสัญญา ซึ่งภายในบรรจุพันธสัญญาที่พระยาห์เวห์ได้ให้ไว้กับบรรพบุรุษของเรา เมื่อนำพวกเขาออกมาจากอียิปต์”
22
จากนั้นโซโลมอนยืนอยู่หน้าแท่นบูชาของพระยาห์เวห์ ต่อหน้าชุมนุมประชาชนอิสราเอลทั้งหมด และชูมือขึ้นฟ้าสวรรค์
23
และพูดว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าของคนอิสราเอล ทั่วฟ้าสวรรค์เบื้องบนและแผ่นดินโลกเบื้องล่างไม่มีพระอื่นใดเสมอเหมือน พระองค์ผู้รักษาพันธสัญญาแห่งความรักต่อเหล่าผู้รับใช้ของพระองค์ซึ่งยังคงดำเนินในทางของพระองค์อย่างสุดใจ
24
พระองค์รักษาคำมั่นสัญญาต่อดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ผู้เป็นพ่อของข้าพเจ้า พระองค์สัญญาด้วยปากและกระทำให้สำเร็จด้วยมือของพระองค์ดังเช่นทุกวันนี้
25
และบัดนี้พระยาห์เวห์พระเจ้าของคนอิสราเอล ขอรักษาคำมั่นสัญญาที่มีต่อดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ผู้เป็นพ่อของข้าพเจ้าที่ว่า ‘หากเชื้อสายของเจ้าใส่ใจที่จะทำทุกอย่างและสัตย์ซื่อในการดำเนินชีวิตต่อหน้าเราเหมือนอย่างเจ้า เจ้าก็จะไม่ขาดคนสืบทอดบัลลังก์แห่งอิสราเอลต่อหน้าเรา’
26
พระเจ้าของคนอิสราเอล บัดนี้ขอโปรดให้เป็นไปตามคำสัญญาที่ได้ให้ไว้แก่ดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ผู้เป็นพ่อของข้าพเจ้าด้วยเถิด
27
แต่พระเจ้าจะพำนักอยู่ในโลกนี้จริงๆ หรือ ในเมื่อฟ้าสวรรค์สูงสุดยังไม่อาจรับพระองค์ไว้ได้ วิหารแห่งนี้ซึ่งข้าพเจ้าสร้างขึ้นจะยิ่งเล็กน้อยกว่านั้นสักเท่าใด!
28
ถึงกระนั้นพระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพเจ้า ขอฟังคำอธิษฐานและตอบคำวิงวอนขอพระเมตตา ซึ่งผู้รับใช้กำลังอธิษฐานต่อหน้าพระองค์ในวันนี้
29
ขอพระองค์มองวิหารแห่งนี้ทั้งกลางวันและกลางคืน วิหารซึ่งพระองค์พูดว่า ‘นามของเราจะอยู่ที่นั่น’ เพื่อพระองค์จะฟังเมื่อผู้รับใช้ของพระองค์อธิษฐานตรงต่อที่แห่งนี้
30
เมื่อผู้รับใช้และประชาชนอิสราเอลของพระองค์อธิษฐานวิงวอนตรงต่อที่แห่งนี้ ขอฟังจากฟ้าสวรรค์อันเป็นที่พำนักของพระองค์ และเมื่อพระองค์ฟังแล้ว ขอโปรดยกโทษ
31
เมื่อผู้ใดทำผิดต่อเพื่อนบ้านและต้องสาบาน และพวกเขามาสาบานหน้าแท่นบูชาในวิหารนี้
32
ขอฟังจากฟ้าสวรรค์และกระทำการ ขอตัดสินความระหว่างผู้รับใช้ทั้งหลายของพระองค์ ขอลงโทษคนผิดและให้สิ่งที่พวกเขาทำตกแก่ตัวเขาเอง ส่วนผู้บริสุทธิ์ขอประกาศว่าพวกเขาไม่ผิด เป็นอันพิสูจน์ว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์
33
เมื่อประชาชนอิสราเอลของพระองค์ทำบาปต่อพระองค์และถูกศัตรูพิชิต หากเขาหันกลับมาหาพระองค์ และสรรเสริญนามของพระองค์ อธิษฐานและวิงวอนต่อพระองค์ในวิหารแห่งนี้
34
ขอฟังจากฟ้าสวรรค์และอภัยบาปของเหล่าประชาชนอิสราเอลของพระองค์ และนำเขากลับมายังดินแดนซึ่งพระองค์มอบให้บรรพบุรุษของเขา
35
เมื่อท้องฟ้าถูกปิดและไม่มีฝนเพราะประชาชนของพระองค์ได้ทำบาปต่อพระองค์ เมื่อเขาอธิษฐานตรงต่อที่แห่งนี้ และสรรเสริญนามพระองค์ และหันจากบาปของตนเพราะพระองค์ได้ลงโทษเขาแล้ว
36
ขอฟังจากฟ้าสวรรค์และอภัยบาปของประชาชนอิสราเอลผู้ซึ่งรับใช้พระองค์ ขอสอนหนทางดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง และให้ฝนรดดินแดนซึ่งพระองค์ยกให้เป็นมรดกแก่เหล่าประชาชน
37
หากเกิดการกันดารอาหาร หรือโรคระบาดในดินแดน หรือโรคพืช หรือโรคราน้ำค้าง หรือตั๊กแตนบุกมาทำลาย หรือเหล่าศัตรูมาล้อมเมือง ไม่ว่าจะเป็นโรคหรือภัยพิบัติใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้น
38
เมื่อมีคำอธิษฐานหรือคำวิงวอนจากผู้ใดผู้หนึ่งในหมู่ประชาชนอิสราเอลของพระองค์ ซึ่งแต่ละคนย่อมรู้ถึงความทุกข์ใจของตนดี และชูมือขึ้นตรงต่อวิหารแห่งนี้
39
ขอฟังจากฟ้าสวรรค์ซึ่งพระองค์พำนักอยู่ ขออภัยโทษและจัดการกับแต่ละคนตามการกระทำของเขา เนื่องจากพระองค์รู้จักจิตใจของเขา (เพราะพระองค์เท่านั้นรู้จักจิตใจมนุษย์ทั้งปวง)
40
เพื่อเขาจะยำเกรงพระองค์ตลอดเวลาที่เขาอาศัยอยู่ในแผ่นดินซึ่งพระองค์มอบให้บรรพบุรุษของเรา
41
ส่วนคนต่างชาติซึ่งไม่ใช่ประชาชนอิสราเอล แต่ได้มาจากแดนไกลเนื่องด้วยนามของพระองค์
42
เพราะพวกเขาจะได้ยินถึงนามอันยิ่งใหญ่ มืออันมีฤทธิ์ และแขนที่เหยียดออกของพระองค์ เมื่อเขามาอธิษฐานตรงต่อวิหารนี้
43
ขอฟังจากฟ้าสวรรค์ที่พำนักของพระองค์และขอตอบคำอธิษฐานที่บรรดาคนต่างชาติได้ขอจากพระองค์ เพื่อมวลประชาชาติในโลกจะรู้จักนามของพระองค์ และยำเกรงพระองค์เช่นเดียวกับประชาชนอิสราเอลของพระองค์เอง และรู้ว่าข้าพเจ้าได้สร้างบ้านแห่งนี้เพื่อนามของพระองค์
44
เมื่อพระองค์ใช้ประชาชนของพระองค์ออกไปรบกับศัตรูไม่ว่าที่ใด และเขาอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์มุ่งตรงมายังนครนี้ที่เลือกสรรไว้ และยังวิหารแห่งนี้ซึ่งข้าพเจ้าสร้างขึ้นเพื่อนามของพระองค์
45
ขอฟังคำอธิษฐานและคำวิงวอนของเขาจากฟ้าสวรรค์และขอช่วยเหลือเขา
46
เมื่อพวกเขาทำบาปต่อพระองค์ เพราะมีใครบ้างที่ไม่ทำบาปเลย และพระองค์โกรธเขาและยอมให้ศัตรูพิชิตเขา นำเขาไปเป็นเชลยในต่างแดน ไม่ว่าใกล้หรือไกล
47
และถ้าเขาสำนึกได้ในแดนเชลย กลับใจใหม่ และวิงวอนต่อพระองค์ในดินแดนนั้นและพูดว่า ‘พวกเราได้ทำบาป พวกเราผิดไปแล้ว และพวกเราได้ประพฤติชั่ว’
48
และหากเขาหันกลับมาหาพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจในแดนเชลย และอธิษฐานตรงมายังดินแดนแห่งนี้ซึ่งพระองค์มอบให้บรรพบุรุษ ตรงมายังนครซึ่งพระองค์เลือกสรรและยังวิหารแห่งนี้ซึ่งข้าพเจ้าได้สร้างขึ้นเพื่อนามของพระองค์
49
ก็ขอฟังคำอธิษฐานและคำวิงวอนของเขาจากฟ้าสวรรค์อันเป็นที่พำนักของพระองค์และขอช่วยเหลือเขา
50
แล้วขออภัยโทษแก่ประชาชนผู้ได้ทำบาปต่อพระองค์และยกโทษการล่วงละเมิดของพวกเขา ขอกระทำให้ผู้ที่จับกุมเขานั้นเมตตาเขา
51
เพราะเขาเป็นประชาชนของพระองค์และเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ซึ่งพระองค์นำเขาออกมาจากอียิปต์ออกจากเตาหลอมเหล็ก
52
ขอให้ดวงตาของพระองค์เปิดอยู่ และหูของพระองค์ฟังคำวิงวอนของผู้รับใช้ของพระองค์กับประชาชนอิสราเอลของพระองค์ ขอฟังทุกเมื่อที่เขาร่ำร้องต่อพระองค์
53
เพราะพระองค์แยกเขาออกมาจากประชาชาติทั้งปวงในโลก เพื่อเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต ตามที่ประกาศไว้ผ่านทางโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์ เมื่อพระองค์นำบรรพบุรุษของพวกเราออกมาจากอียิปต์”
54
เมื่อโซโลมอนอธิษฐานวิงวอนต่อพระยาห์เวห์ดังนี้แล้ว ก็ลุกขึ้นจากหน้าแท่นบูชาของพระยาห์เวห์ ที่เขาคุกเข่าและชูมือขึ้นสู่ฟ้าสวรรค์
55
เขายืนและอวยพรประชาชนอิสราเอลทั้งปวงด้วยเสียงอันดังว่า
56
“สรรเสริญพระยาห์เวห์ผู้มอบการหยุดพักให้แก่ประชาชนอิสราเอลของพระองค์ตามที่สัญญาไว้ คำสัญญาล้ำเลิศซึ่งให้ไว้ผ่านทางโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์นั้น ไม่มีสักคำเดียวที่ล้มเหลวไป
57
ขอให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราอยู่กับเราเหมือนที่อยู่กับเหล่าบรรพบุรุษของเรา ขออย่าได้ทอดทิ้งหรือละจากเราเลย
58
ขอหันใจของเรามาหาพระองค์ให้ดำเนินชีวิตด้วยการเชื่อฟังพระองค์ และปฏิบัติตามคำสั่ง กฎเกณฑ์ และกฎบัญญัติที่ให้ไว้แก่เหล่าบรรพบุรุษของเรา
59
และขอให้คำอธิษฐานที่ข้าพเจ้าได้กล่าวต่อหน้าพระยาห์เวห์นี้อยู่ใกล้พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราเสมอไปทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อพระองค์จะช่วยเหลือผู้รับใช้ของพระองค์และประชาชนอิสราเอลของพระองค์ตามความจำเป็นในแต่ละวันของเรา
60
เพื่อชนชาติทั้งหลายทั่วโลกจะได้ทราบว่าพระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าและไม่มีพระเจ้าอื่นใดเลย
61
และขอให้จิตใจของท่านจะต้องยอมจำนนอย่างสิ้นเชิงต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา ที่จะดำเนินชีวิตตามกฎเกณฑ์และเชื่อฟังคำสั่งของพระองค์ดังเช่นขณะนี้”
62
จากนั้นกษัตริย์และคนอิสราเอลทั้งปวงที่อยู่กับเขาก็ถวายเครื่องบูชาต่อหน้าพระยาห์เวห์
63
โซโลมอนถวายเครื่องบูชาแห่งมิตรภาพแด่พระยาห์เวห์ คือวัวผู้ 22,000 ตัว แกะและแพะ 120,000 ตัว เป็นอันว่ากษัตริย์และชาวอิสราเอลทั้งปวงได้ถวายวิหารของพระยาห์เวห์
64
ในวันนั้นกษัตริย์ประกอบพิธีชำระส่วนกลางของลานหน้าวิหารของพระยาห์เวห์และถวายเครื่องเผาบูชาทั้งตัว ธัญบูชา และไขมันของเครื่องบูชาแห่งมิตรภาพที่นั่น เพราะแท่นทองสัมฤทธิ์ที่ตั้งต่อหน้าพระยาห์เวห์นั้นเล็กเกินไปสำหรับเครื่องเผาบูชาทั้งตัว ธัญบูชา และไขมันของเครื่องบูชาแห่งมิตรภาพ
65
โซโลมอนร่วมพิธีฉลองกับประชาชนอิสราเอลทั้งหมดที่นั่น ซึ่งเป็นการชุมนุมประชาชนครั้งใหญ่ ผู้คนจากเลโบฮามัทจดลำน้ำแห่งอียิปต์พากันมาเฉลิมฉลองต่อหน้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราตลอดเจ็ดวัน แล้วฉลองต่ออีกเจ็ดวัน รวมเป็นสิบสี่วัน
66
ในวันรุ่งขึ้น โซโลมอนอำลาเหล่าประชาชน พวกเขากล่าวคำอวยพร แล้วกลับบ้านด้วยจิตใจเบิกบานยินดีในสิ่งดีงามทั้งปวง ซึ่งพระยาห์เวห์ได้กระทำเพื่อดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์และประชาชนอิสราเอลของพระองค์
← Chapter 7
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 9 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22