bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Acts 2
Acts 2
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 1
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 3 →
1
เมื่อวันเทศกาลเพ็นเทคศเตมาถึงแล้ว, จำพวกศิษย์ทั้งหลายจึงรวมกันอยู่ที่แห่งเดียว.
2
ในทันใดนั้นมีเสียงดังมาจากฟ้าเหมือนเสียงพายุกล้าสนั่นก้องทั่วตึกที่เขานั่งกันอยู่นั้น.
3
มีเปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้นปรากฏแก่เขา, แล้วกระจายออกไปอยู่บนเขาสิ้นทุกคน.
4
เขาเหล่านั้นก็ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์, จึงตั้งต้นพูดภาษาต่างๆ ตามที่พระวิญญาณได้ทรงโปรดให้พูด
5
ขณะนั้นมีพวกยูดายซึ่งเป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้ามาจากทุกประเทศทั่วใต้ฟ้าอาศัยอยู่ในกรุงยะรูซาเลม.
6
เมื่อเขาได้ยินเสียงดังนั้น ประชาชนจึงพากันมาประชุม และมีความประหลาดใจนัก, เพราะต่างคนต่างได้ยินเขาพูดภาษาของตนเอง.
7
คนทั้งปวงจึงพากันประหลาดและอัศจรรย์ใจพูดว่า, “ดูแน่ะ, คนทั้งหลายที่พูดกันนั้นเป็นชาวฆาลิลายทุกคนไม่ใช่หรือ
8
เหตุไฉนเราทุกคนได้ยินเขาพูดภาษาของบ้านเกิดเมืองนอนของเรา?
9
เช่นชาวปาเธียและมาดาย, ชาวเอลามและคนที่อยู่ในประเทศเมโซปะดาเมีย และมณฑลยูดาย และประเทศกัปปะโดเกีย, ในมณฑลปนโตและอาเซีย,
10
ในมณฑลฟรูเกีย, มณฑลปัมฟูเลียและประเทศอายฆุปโต, ในแว่นแคว้นประเทศลิบูเอต่อกันกับประเทศกุเรเน, และคนมาจากกรุงโรม ทั้งชาติยูดายกับคนเข้าจารีตยูดาย,
11
ชาวเกาะเกรเตและชาวประเทศอะราเบีย เราทั้งหลายก็ได้ยินชนเหล่านี้กล่าวถึงการอิทธิฤทธิ์ของพระเจ้า ในภาษาของเราเอง”
12
เขาทั้งหลายจึงอัศจรรย์ใจและมีความสงสัย พูดกันและกันว่า “นี้อะไรกัน?”
13
แต่ลางคนเยาะเย้ยว่า, “คนเหล่านั้นเมาเหล้าองุ่นใหม่.”
14
ฝ่ายเปโตรได้ยืนขึ้นกับอัครสาวกสิบเอ็ดคน, และได้กล่าวด้วยเสียงอันดังแก่คนทั้งปวงว่า, “ดูก่อนท่านชาวยูดายและบรรดาคนที่อยู่ในกรุงยะรูซาเลม, จงทราบเรื่องนี้และฟังถ้อยคำของข้าพเจ้าเถิด.
15
ด้วยว่าคนเหล่านี้มิได้เมาเหล้าองุ่นเหนือนอย่างท่านคิดนั้น, เพราะว่าเป็นแต่สามโมงเช้า
16
แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตามคำซึ่งโยเอลศาสดาพยากรณ์ได้กล่าวไว้ว่า
17
พระเจ้าได้ตรัสว่า, “ในเวลาที่สุดเราจะเทฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณของเราโปรดประทานแก่มนุษย์ทั้งปวง บุตราบุตรีของท่านทั้งหลายจะกล่าวคำพยากรณ์, คนหนุ่มของท่านจะเห็นนิมิตต์, และคนแก่จะฝันเห็น
18
ในคราวนั้น เราจะเทฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณของเราบนทาสาทาสีของเรา, และคนเหล่านั้นจะกล่าวคำพยากรณ์.
19
เราจะสำแดงการอัศจรรย์ในอากาศเบื้องบน, และนิมิตต์ที่แผ่นดินเบื้องล่าง, เป็นเลือด, ไฟ และไอควัน
20
ดวงอาทิตย์จะกลายมืดไป, และดวงจันทร์จะกลับเป็นเลือด, ก่อนถึงวันใหญ่นั้นคือวันใหญ่ยิ่งของพระเจ้า
21
และจะเป็นเช่นนี้คือ ทุกคนซึ่งได้ออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะรอด.’
22
ดูก่อนท่านทั้งหลายชาติยิศราเอล, จงฟังถ้อยคำเหล่านี้เถิด คือพระเยซูชาวนาซาเร็ธ เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงโปรดชี้แจงให้ท่านทั้งหลายทราบแล้วโดยอิทธิฤทธิ์, การอัศจรรย์และศุภนิมิตต์ต่างๆ ซึ่งพระเจ้าได้ทรงกระทำโดยพระองค์นั้น ท่ามกลางท่านทั้งหลาย เหมือนท่านทราบอยู่แล้ว
23
พระเยซูนี้ถูกมอบไว้ตามซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริแน่นอนล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว, ท่านทั้งหลายได้ให้คนใจอำมหิตจับพระองค์ไปตรึงที่กางเขนและประหารเสีย.
24
พระองค์นั้นพระเจ้าได้ทรงบันดาลให้คืนพระชนม์, ด้วยทรงเปลื้องปลดเครื่องจำจองแห่งความตายเสีย เพราะว่าความตายจะครอบงำพระองค์ไว้ก็หามิได้.
25
เพราะกษัตริย์ดาวิดได้กล่าวถึงพระองค์ไว้ว่า, ข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าตรงหน้าข้าพเจ้าเป็นนิตย์ เพราะว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ข้างมือขวาของข้าพเจ้า. เพื่อข้าพเจ้าจะมิได้สะเทือนสะท้านไป
26
เหตุฉะนั้นใจข้าพเจ้าจึงชื่นชม, ลิ้นข้าพเจ้าจึงยินดี, และเนื้อข้าพเจ้าจะพักพิงอยู่ในความไว้ใจ
27
เพราะว่าพระองค์จะไม่ทิ้งจิตต์วิญญาณข้าพเจ้าไว้ในเมืองผี, ทั้งจะไม่ทรงให้องค์บริสุทธิ์ของพระองค์เปื่อยเน่าไป.
28
พระองค์ได้ทรงโปรดให้ข้าพเจ้าทราบทางแห่งชีวิตแล้ว พระองค์จะทรงโปรดให้ข้าพเจ้าเต็มบริบูรณ์ไปด้วยความยินดีฉะเพาะพระพักตรของพระองค์
29
ท่านพี่น้องทั้งหลาย, ข้าพเจ้ามีใจกล้ากล่าวแก่ท่านทั้งหลายถึงดาวิดบรรพบุรุพของเราว่า, ท่านต้องสิ้นพระชนม์แล้วถูกฝังไว้, และอุโมงค์ฝังศพของท่านยังอยู่กับเราจนถึงทุกวันนี้.
30
ท่านเป็นศาสดาพยากรณ์, และได้ทราบว่าพระเจ้าได้ตรัสสัญญาไว้แก่ท่านด้วยคำปฏิญาณว่า, พระองค์จะทรงประทานผู้หนึ่งในวงศ์ตระกูลของท่านให้ประทับบนพระที่นั่งของท่าน
31
กษัตริย์ดาวิดก็ล่วงรู้เหตุนี้ก่อน, จึงกล่าวถึงการคืนพระชนม์ของพระคริสต์ว่า วิญญาณจิตต์ของพระองค์ไม่ต้องละไว้ในเมืองผี, ทั้งพระมังสะของพระองค์ก็ไม่เปื่อยเน่าไป.
32
พระเยซูนี้พระเจ้าได้ทรงบันดาลให้คืนพระชนม์แล้วข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นพะยานด้วยเหตุการณ์นี้.
33
เหตุฉะนั้นเมื่อพระหัตถ์เบื้องขวาของพระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์ขึ้น, และครั้นพระองค์ได้ทรงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์จากพระบิดาตามคำทรงสัญญา, พระองค์ได้ทรงเทฤทธิ์เดชนี้ลงมา ตามซึ่งท่านทั้งหลายได้ยินและได้เห็นแล้ว.
34
เหตุว่าท่านดาวิดยังไม่ได้ขึ้นไปยังสวรรค์, แต่ท่านเองได้ตรัสว่า, พระยะโฮวาเจ้าได้ตรัสแก่พระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของข้าพเจ้าว่า. ‘จงนั่งข้างขวาของเรา.
35
กว่าเราจะปราบศัตรูทั้งหลายของท่านให้อยู่ให้พระบาทท่าน.”
36
เหตุฉะนั้น ให้ชาติยิศราเอลทั้งปวงทราบแน่นอนว่า, พระเจ้าได้ทรงยกพระเยซูนี้ ซึ่งท่านทั้งหลายได้ตรึงไว้ที่กางเขน ตั้งขึ้นให้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและเป็นพระคริสต์.”
37
เมื่อคนทั้งหลายได้ยินแล้วก็รู้สึกแปลบปลาบใจ, จึงกล่าวแก่เปโตรและอัครสาวกอื่นว่า, “พี่น้องเอ๋ย, เราจะทำอย่างไร?”
38
ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า “จงกลับใจเสียใหม่และริบบัพติศมาในนามแห่งพระเยซูคริสต์สิ้นทุกคน, เพื่อความผิดบาปของท่านจะทรงยกเสีย แล้วท่านจะได้รับพระราชทานพระวิญญาณบริสุทธิ์.
39
ด้วยว่าคำที่ตรัสสัญญานั้นได้แก่ท่านทั้งหลายกับลูกหลานของท่านด้วย, และแก่คนทั้งหลายที่อยู่ไกล, คือทุกคนที่พระเจ้าของเราจะทรงเรียกมาเฝ้าพระองค์.”
40
เปโตรจึงอ้างพะยานด้วยคำอื่นหลายคำ และได้เตือนสติเขาว่า, “จงเอาตัวรอดจากคนชาติทุจจริตนี้เถิด.”
41
ฝ่ายชนทั้งหลายซึ่งได้รับคำของเปโตรก็รับบัพติศมา และในวันนั้นมีคนเข้าเป็นสาวกประมาณสามพันคน.
42
เขาทั้งหลายได้ตั้งมั่นคงอยู่ในคำสอนของจำพวกอัครสาวก, และร่วมใจกันในการหักขนมปังและการอธิษฐาน
43
เขามีความเกรงกลัวด้วยกันทุกคน, และจำพวกอัครสาวกได้กระทำการอัศจรรย์และนิมิตต์หลายประการ.
44
บรรดาผู้ที่เชื่อถือนั้นได้อยู่พร้อมแห่งเดียวกัน, และทรัพย์สิ่งของๆ เขาเหล่านั้นได้เอามารวมกันเป็นของกลาง
45
เขาจึงได้ขายที่ดินและทรัพย์สิ่งของมาแบ่งให้แก่คนทั้งปวงตามซึ่งทุกคนต้องการ,
46
และได้ตั้งมั่นคงร่วมใจกันอยู่ในโบสถ์ทุกๆ วัน, และหักขนมปังตามบ้านเขา, เขาจึงได้รับประทานอาหารด้วยความชื่นชมยินดีและใจสัตย์ซื่อ,
47
ทั้งได้สรรเสริญพระเจ้าและเป็นที่ชอบต่อคนทั้งปวง. ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดให้คนทั้งหลายซึ่งกำลังจะพ้นจากความผิดบาปของตนมาเข้ากับจำพวกสาวกทวีขึ้นทุกวันๆ
← Chapter 1
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 3 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28