bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Acts 23
Acts 23
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 22
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 24 →
1
ฝ่ายเปาโลจึงเพ่งดูพวกที่ปรึกษาแล้วกล่าวว่า, “ดูก่อนท่านพี่น้องทั้งหลาย, ข้าพเจ้าได้ประพฤติฉะเพาะพระเจ้าล้วนแต่ตามที่ใจได้สังเกตเห็นว่าดีจนถึงทุกวันนี้.”
2
อะนาเนียผู้เป็นมหาปุโรหิตจึงสั่งคนที่ยืนอยู่ใกล้ให้ตบปากเปาโล.
3
เปาโลจึงกล่าวแก่ท่านว่า, “พระเจ้าจะทรงตบเจ้า, ผู้เป็นฝาสกปรกที่ฉาบปูนขาวไว้ (คนหน้าซื่อใจคด) เจ้านั่งพิพากษาข้าตามกฎหมาย, และยังสั่งให้เขาตบข้าซึ่งเป็นการผิดกฎหมายหรือ”
4
คนทั้งหลายที่ยืนอยู่นั้นจึงถามว่า, “เจ้าพูดหยาบช้าต่อมหาปุโรหิตของพระเจ้าหรือ”
5
เปาโลจึงตอบว่า, “พี่น้องทั้งหลายข้าพเจ้าไม่ทราบว่าท่านเป็นมหาปุโรหิต, ด้วยมีคำเขียนไว้แล้วว่า. ‘อย่าพูดหยาบช้าต่อผู้ปกครองพลเมือง’ ”
6
ครั้นเปาโลเห็นว่าผู้ที่อยู่ประชุมนั้นเป็นพวกซาดูกายส่วนหนึ่งและพวกฟาริซายส่วนหนึ่ง, ท่านจึงร้องขึ้นในพวกประชุมที่ปรึกษาว่า, “ดูก่อนท่านพี่น้องทั้งหลาย, ข้าพเจ้าเป็นคนฟาริซาย และเป็นบุตรของคนฟาริซาย ที่ข้าพเจ้าถูกพิพากษานั้นก็เพราะมีความหวังใจว่าคนทั้งหลายจะเป็นขึ้นมาจากความตาย.”
7
เมื่อท่านกล่าวอย่างนั้นแล้ว, พวกฟาริซายกับพวกซาดูกายก็เกิดเถียงกันขึ้น, และที่ประชุมก็แตกเป็นสองพวก
8
ด้วยพวกซาดูกายถือว่าการที่จะเป็นขึ้นมาจากความตายนั้นไม่มี. และทูตสวรรค์หรือวิญญาณก็ไม่มี แต่พวกฟาริซายถือว่ามีทั้งสองอย่าง.
9
แล้วก็เกิดอื้ออึงเป็นโกลาหล, และพวกอาลักษณ์ลางคนที่อยู่ฝ่ายพวกฟาริซายก็ลุกขึ้นเถียงว่า, “เราไม่เห็นคนนี้มีผิดสิ่งใด ถ้าวิญญาณก็ดีหรือทูตสวรรค์ก็ดีได้พูดกับเขา, ท่านจะว่าอะไรเล่า?”
10
เมื่อเกิดโกลาหลขึ้น นายพันกลัวว่าเขาจะเข้ายื้อแย่งจับเปาโลฉีกเสีย ท่านจึงสั่งพวกทหารให้ลงไปรับเปาโลออกจากท่ามกลางพวกนั้น พาเข้าไปไว้ในป้อม
11
ในเวลากลางคืนวันนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงยืนอยู่กับเปาโลตรัสว่า, “เจ้าจงมีใจกล้าเถิด, เพราะว่าเจ้าได้เป็นพะยานฝ่ายเราในกรุงยะรูซาเลมฉันใด, เจ้าจะต้องเป็นพะยานในกรุงโรมด้วยฉันนั้น.”
12
ครั้นเวลารุ่งเช้าพวกยูดายได้สมทบกันสาบานตัวว่า จะไม่กินจะไม่ดื่มอะไรกว่าจะได้ฆ่าเปาโลเสีย.
13
คนที่สมทบกันสาบานตัวอย่างนั้นมีกว่าสี่สิบคน.
14
คนเหล่านั้นจึงไปหาพวกปุโรหิตใหญ่คับผู้เฒ่ากล่าวว่า, “พวกข้าพเจ้าได้สาบานตัวแข็งแรงว่าจะไม่รับประทานอาหารจนกว่าได้ฆ่าเปาโลเสีย.
15
เหตุฉะนั้นบัดนี้ท่านทั้งหลายกับพวกที่ปรึกษาจงพูดให้นายพันเข้าใจว่า พวกท่านต้องการให้พาเปาโลลงมาหาท่านทั้งหลาย, เพื่อจะได้ซักถามความให้ถ้วนถี่ยิ่งกว่าแต่ก่อน ฝ่ายพวกข้าพเจ้าจะเตรียมตัวไว้พร้อมที่จะฆ่าเปาโลเสียเมื่อยังไม่กันจะมาถึง.”
16
แต่บุตรชายของน้องสาวเปาโลได้ยินเรื่องซึ่งเขาคอยปองร้ายนั้น, จึงเข้ามาในป้อมบอกแก่เปาโล.
17
เปาโลจึงเรียกนายร้อยคนหนึ่งมากล่าวว่า, “ขอพาชายหนุ่มคนนี้ไปหานายพันด้วย, เพราะเขามีเรื่องที่จะแจ้งให้ท่านทราบ.”
18
เหตุฉะนั้นนายร้อยจึงพาชายหนุ่มคนนั้นไปหานายพันกล่าวแก่ท่านว่า, “เปาโลผู้ถูกขังอยู่นั้นได้เรียกข้าพเจ้า ขอให้พาชายหนุ่มคนนี้มาหาท่าน, เพราะเขามีเรื่องที่จะแจ้งให้ท่านทราบ.”
19
นายพันจึงจูงมือชายนั้นไปยังที่สงัด แล้วถามว่า, “เจ้าจะแจ้งความอะไรแก่เรา?”
20
เขาจึงตอบว่า, “พวกยูดายพร้อมใจกันจะขอท่านให้พาเปาโลไปยังที่ปรึกษาเวลาพรุ่งนี้, ทำเหมือนว่าจะไต่สวนความให้ละเอียดยิ่งกว่าแต่ก่อน.
21
เพราะฉะนั้นท่านอย่าอนุญาตให้เขา ด้วยว่าในพวกเขานั้นมีกว่าสี่สิบคนคอยปองร้ายต่อเปาโล. และได้สาบานว่า จะไม่กินหรือดื่มอะไรจนกว่าจะได้ฆ่าเปาโลเสีย และเดี๋ยวนี้เขาพร้อมแล้ว และกำลังคอยรับคำอนุญาตจากท่าน.”
22
นายพันจึงให้ชายหนุ่มนั้นไปสั่งว่า, “อย่าบอกผู้ใดให้รู้ว่าเจ้าได้แจ้งความเรื่องนี้แก่เรา.”
23
ฝ่ายนายพันจึงเรียกนายร้อยสองคนมาสั่งว่า. “จงจัดพลทหารสองร้อยกับทหารม้าเจ็ดสิบ และทหารหอกสองร้อย ให้พร้อมในเวลาสามทุ่มคืนวันนี้ จะไปยังเมืองกายซาไรอา
24
และจงจัดสัตว์ให้เปาโลขี่จะได้ป้องกันส่งไปยังเฟลิกซ์ผู้ว่าราชการเมือง.
25
แล้วนายพันจึงเขียนจดหมายมีใจความดังต่อไปนี้
26
“เกลาดิโอลุเซียเรียนเจ้าคุณเฟลิกซ์ทราบ
27
พวกยูดายได้จับคนนี้ไว้และเกือบจะฆ่าเสียแล้ว, แต่ข้าพเจ้าพาพวกทหารรีบมาช่วยเขาได้, ด้วยข้าพเจ้าได้ยินว่าเขาเป็นชาติโรมัน.
28
ข้าพเจ้าอยากจะทราบเหตุซึ่งพวกยูดายฟ้องเขานั้น, ข้าพเจ้าจึงพาเขาไปยังที่ปรึกษาของพวกยูดาย.
29
ข้าพเจ้าเห็นว่าเขาถูกฟ้องในเรื่องเถียงกันด้วยบัญญัติของชาติยูดาย. แต่ไม่มีเหตุพอที่เขาควรจะตายหรือควรจะต้องจำไว้.
30
เมื่อข้าพเจ้าทราบว่าพวกยูดายคิดปองร้ายต่อคนนี้, ข้าพเจ้าจึงส่งเขามาหาท่านทีเดียว แล้วได้สั่งให้โจทก์ไปว่าความกับเขาต่อหน้าท่าน.”
31
ดังนั้นในเวลากลางคืน พวกทหารจึงพาเปาโลตามคำสั่งไปถึงเมืองอันติปาตรี.
32
ครั้นรุ่งเช้าเขาก็ให้ทหารม้าไปส่งเปาโล, แล้วเขาจึงกลับไปยังป้อม.
33
ครั้นทหารม้าไปถึงเมืองกายซาไรอาแล้ว, จึงส่งจดหมายให้แก่ผู้ว่าราชการเมือง และได้มอบเปาโลไว้ให้ท่านด้วย.
34
เมื่อผู้ว่าราชการเมืองได้อ่านจดหมายแล้ว จึงถามว่าเปาโลมาจากมณฑลไหน. เมื่อท่านทราบว่ามาจากกิลิเกีย,
35
ท่านจึงกล่าวว่า, “เมื่อโจทก์มาพร้อมกันแล้วเราจะฟังความของเจ้า” ท่านจึงสั่งให้คุมเปาโลไปไว้ที่วังของเฮโรด
← Chapter 22
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 24 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28