bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
John 1
John 1
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 2 →
1
เมื่อเดิมนั้นพระวาทะเป็นอยู่แล้ว, และพระวาทะนั้นได้อยู่กับพระเจ้า, และพระวาทะนั้นเป็นพระเจ้า.
2
เมื่อเดิมพระองค์นั้นได้อยู่กับพระเจ้า.
3
พระองค์ได้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง, และสิ่งทั้งปวงที่เป็นขึ้นแล้วนั้น ไม่มีสักสิ่งเดียวที่เป็นขึ้นนอกเหนือพระองค์.
4
ในพระองค์มีชีวิต, และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์ทั้งปวง.
5
ความสว่างนั้นก็ส่องเข้ามาในความมืด, แต่ความมืดนั้นหาได้มีชัยต่อความสว่างนั้นไม่
6
มีคนหนึ่งชื่อโยฮันผู้ที่พระเจ้าได้ทรงใช้มา.
7
โยฮันได้มาเป็นพะยาน จะอ้างพะยานถึงความสว่างนั้น, เพื่อคนทั้งปวงจะได้เชื่อเพราะตน.
8
โยฮันเป็นความสว่างนั้นหามิได้, แต่เป็นพะยานกล่าวถึงความสว่างนั้น
9
ความสว่างแท้นั้น, ซึ่งส่องสว่างถึงทุกคน, ก็กำลังเข้ามาในโลก.
10
พระองค์ทรงสถิตอยู่ในโลก, และพระองค์ได้ทรงสร้างโลก, แต่โลกนั้นหาได้รู้จักพระองค์ไม่.
11
พระองค์เสด็จมายังบ้านเมืองของพระองค์, และพวกของพระองค์นั้นหาได้ต้อนรับพระองค์ไม่.
12
แต่ว่าคนทั้งหลายที่ได้ต้อนรับพระองค์, พระองค์ทรงโปรดให้มีอำนาจที่จะเป็นบุตรของพระเจ้าได้,
13
คือคนทั้งหลายที่ได้วางใจในพระนามของพระองค์ที่มิได้เกิดจากเลือด, หรือจากความประสงค์ของเนื้อหนัง, หรือจากความประสงค์ของมนุษย์, แต่เกิดจากพระเจ้า.
14
พระวาทะนั้นได้บังเกิดเป็นเนื้อหนัง, และได้อาศัยอยู่กับเรา, และเราได้เห็นสง่าราศีของพระองค์ เหมือนสง่าราศีซึ่งบุตรองค์เดียวได้จากพระบิดา, บริบูรณ์ไปด้วยคุณและความจริง.
15
โยฮันเป็นพะยานกล่าวถึงพระองค์, และร้องประกาศว่า, “ท่านองค์นี้เป็นผู้ที่เราได้กล่าวไว้ว่า. ‘ผู้ที่มาภายหลังเราเป็นใหญ่กว่าเรา, เพราะเหตุว่าท่านได้เป็นอยู่ก่อนเรา.’ ”
16
ด้วยเราทั้งหลายได้รับความบริบูรณ์ของพระองค์แล้ว, เป็นคุณซ้อนคุณ.
17
ด้วยว่าได้ทรงประทานพระบัญญัตินั้นโดยโมเซ, แต่พระคุณและความจริงนั้นพระเยซูคริสต์เป็นผู้นำมา.
18
ไม่มีใครได้เห็นพระเจ้าเลย พระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าผู้ทรงสถิตอยู่ในทรวงของพระบิดา, ท่านองค์นั้นได้สำแดงพระองค์แล้ว
19
นี่แหละเป็นคำพะยานของโยฮัน, เมื่อพวกยูดายได้ใช้พวกปุโรหิตและพวกเลวีไปจากกรุงยะรูซาเลมเพื่อจะถามท่านว่า. “ท่านเป็นผู้ใด?”
20
โยฮันจึงยอมรับมิได้ปฏิเสธ, คือได้ยอมรับว่า, “เรามิใช่พระคริสต์.”
21
เขาจึงถามท่านว่า, “ถ้าอย่างนั้นท่านเป็นใครเล่า? ท่านเป็นเอลียาหรือ” ท่านตอบว่า, “มิใช่.” “เป็นศาสดาพยากรณ์นั้นหรือ” ท่านตอบว่า, “หาไม่.”
22
คนเหล่านั้นจึงถามท่านว่า, “ท่านเป็นผู้ใด? เพื่อเราจะได้บอกแก่คนเหล่านั้นที่ได้ไช้เรามา. ท่านว่าถึงตัวเองอย่างไรบ้าง?”
23
โยฮันจึงกล่าวว่า, “เราเป็น เสียงของผู้ร้องในป่าว่า. ‘จงกระทำมรคาของพระองค์ให้ตรึงไปเถิด’ ตามคำซึ่งยะซายาศาสดาพยากรณ์ได้กล่าวไว้นั้น.”
24
คนเหล่านั้นได้รับใช้มาจากพวกฟาริซาย.
25
เขาจึงถามโยฮันว่า. “ถ้าท่านมิได้เป็นพระคริสต์. หรือเอลียา, หรือศาสดาพยากรณ์นั้น, ท่านให้บัพติศมาทำไมเล่า?”
26
โยฮันตอบเขาว่า, “เราให้บัพติศมาด้วยน้ำ. แต่มีพระองค์หนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางพวกท่าน, ซึ่งพวกท่านไม่รู้จัก,
27
พระองค์นั้นแหละมาภายหลังเรา, เราไม่สมควรจะแก้สายรัดฉลองพระบาทของพระองค์.”
28
เหตุการณ์เหล่านี้บังเกิดขึ้นที่หมู่บ้านเบธาเนียฝั่งแม่น้ำยาระเดนข้างโน้น, ที่โยฮันกำลังให้เขารับบัพติศมาอยู่
29
ล่วงไปวันหนึ่งโยฮันได้เห็นพระเยซูเสด็จมาหาตน, จึงกล่าวว่า, “ดูแน่ะ พระเมษโปดกของพระเจ้าผู้ทรงรับความผิดบาปของโลกไป
30
คือผู้นั้นแหละที่เราได้กล่าวถึงว่า, ภายหลังเราจะมีผู้หนึ่งมาที่เป็นใหญ่กว่าเรา. เพราะพระองค์ได้ทรงอยู่ก่อนเรา.
31
และเราหาได้รู้จักพระองค์ไม่, แต่เพื่อพระองค์จะได้ทรงปรากฏแก่พวกยิศราเอล, เหตุฉะนั้นเราจึงมาให้บัพติศมาด้วยน้ำ.”
32
โยฮันยังเป็นพะยานว่า, “เราได้เห็นพระวิญญาณเสด็จจากฟ้าดั่งนกพิลาปสถิตอยู่บนพระองค์.
33
เราเองหาได้รู้จักพระองค์ไม่, แต่พระองค์ผู้ได้ทรงใช้เรามาให้ให้บัพติศมาด้วยน้ำ, พระองค์นั้นตรัสแก่เราว่า. ‘เมื่อเห็นพระวิญญาณเสด็จมาสถิตอยู่บนผู้ใด. ผู้นั้นแหละเป็นผู้ที่จะให้บัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์.’
34
เราได้เห็น, จึงเป็นพะยานว่า พระองค์นั้นแหละเป็นพระบุตรของพระเจ้า.”
35
ล่วงไปอีกวันหนึ่งโยฮันกำลังยืนอยู่กับศิษย์สองคนของตน.
36
และได้มองดูพระเยซูทรงดำเนินไปจึงกล่าวว่า. “ดูแน่ะ พระเมษโปดกของพระเจ้า”
37
ศิษย์สองคนที่ได้ยินท่านว่าอย่างนั้นจึงตามพระเยซูไป.
38
ฝ่ายพระเยซูทรงเหลียวหลังเห็นเขาตามมา จึงตรัสถามเขาว่า, “ท่านหาอะไร?” เขาทูลพระองค์ว่า, “รับบี,” แปลว่าอาจารย์, “ท่านอาศัยอยู่ที่ไหน?”
39
พระองค์ตรัสแก่เขาว่า, “มาดูเถิด.” เขาได้มาเห็นที่ซึ่งพระองค์ทรงอาศัย, และได้อยู่กับพระองค์จนสิ้นวันนั้น, ด้วยว่าเป็นเวลาประมาณสี่นาฬิกาหลังเที่ยง.
40
คนหนึ่งในสองคนนั้นที่ได้ยินโยฮันพูด, และได้ตามพระองค์ไป, คืออันดะเรอาน้องชายของซีโมนเปโตร.
41
อันดะเรอาไปหาซีโมนพี่ชายของตนก่อน, และบอกเขาว่า, “เราพบมาซีฮาแล้ว, “ซึ่งแปลว่าพระคริสต์.
42
อันดะเรอาจึงพาซีโมนไปหาพระเยซู. พระเยซูทรงเห็นแล้วจึงตรัสว่า, “ท่านเป็นซีโมนบุตรของโยฮัน, ท่านจะได้ชื่ออีกว่าเกฟา,” ที่แปลว่าศิลา
43
ล่วงไปวันหนึ่งพระองค์ประสงค์จะเสด็จไปยังมณฑลฆาลิลาย, จึงทรงพบฟีลิบ. พระเยซูตรัสแก่เขาว่า, “จงตามเรามา.”
44
ฟีลิบนั้นมาจากเมืองเบธซายะดา, คือเมืองของอันดะเรอาและเปโตร.
45
ฟีลิบจึงไปหานะธันเอลบอกเขาว่า, “เราได้พบพระองค์นั้นที่โมเซได้กล่าวถึงในคัมภีร์พระบัญญัติและพวกศาสดาพยากรณ์ได้กล่าวถึงด้วย, คือพระเยซูบุตรของโยเซฟชาวนาซาเร็ธ.”
46
นะธันเอลจึงถามเขาว่า, “สิ่งดีอันใดจะมาจากนาซาเร็ธได้หรือ” ฟีลิบตอบว่า, “มาดูเถิด.”
47
พระเยซูทรงเห็นนะธันเอลมาหา พระองค์จึงตรัสถึงเรื่องเขาว่า, “ดูแน่ะ คนชาติยิศราเอลแท้ที่ไม่มีอุบาย”
48
นะธันเอลทูลพระองค์ว่า, “พระองค์รู้จักข้าพเจ้าที่ไหน?” พระเยซูทรงตอบว่า, “ก่อนฟีลิบได้เรียกท่าน, เมื่อท่านอยู่ได้ต้นมะเดื่อนั้น, เราได้เห็นท่าน.”
49
นะธันเอลทูลตอบพระองค์ว่า, “รับบี, พระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า, พระองค์เป็นกษัตริย์ของชาติยิศราเอล.”
50
พระเยซูจึงตรัสแก่เขาว่า, “เพราะเราได้บอกท่านว่าเราได้เห็นท่านอยู่ใต้ต้นมะเดื่อนั้นท่านจึงเชื่อหรือท่านจะได้เห็นเหตุการณ์ใหญ่กว่านั้นอีก.”
51
พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า. ‘เราบอกท่านทั้งหลายตามจริงว่า, ท่านจะได้เห็นท้องฟ้าแหวกออก, และเหล่าทูตของพระเจ้าขึ้นไปและลงมาบนบุตรมนุษย์.”
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 2 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21