bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
John 11
John 11
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 10
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 12 →
1
มีคนป่วยคนหนึ่งชื่อลาซะโรอยู่บ้านเบธาเนีย, คือบ้านที่มาเรียและมาธาสองพี่น้องอยู่นั้น.
2
มาเรียคนนี้คือหญิงที่เอาน้ำมันหอมชะโลมพระองค์, และเอาผมของตนเช็ดพระบาทของพระองค์. ลาซะโรที่ป่วยนั้นเป็นน้องชายของหญิงนั้น.
3
เหตุฉะนั้นหญิงพี่น้องทั้งสองนั้นจึงใช้คนไปหาพระองค์ทูลว่า, “พระองค์เจ้าข้า, นี่แน่ะ ผู้ที่พระองค์ทรงรักนั้นป่วยอยู่.”
4
เมื่อพระเยซูได้ยินแล้วจึงตรัสว่า, “โรคนั้นจะถึงตายก็หามิได้, แต่เกิดขึ้นเพื่อสำแดงเกียรติยศของพระเจ้า, เพื่อบุตรของพระเจ้าจะได้รับเกียรติยศเพราะโรคนั้น.”
5
ฝ่ายพระเยซูทรงรักมาธากับน้องสาวของเขาและลาซะโร.
6
ครั้นพระองค์ทรงได้ยินว่าลาซะโรป่วยอยู่, พระองค์ยังทรงรออยู่ในที่ที่พระองค์อยู่นั้นสิ้นสองวัน.
7
แล้วภายหลังพระองค์จึงตรัสแก่เหล่าสาวกว่า, “ให้เราเข้าไปในเขตต์มณฑลยูดายอีก.”
8
เหล่าสาวกทูลพระองค์ว่า, “อาจารย์เจ้าข้า, ในเร็วๆ นี้พวกยูดายหาโอกาสที่จะเอาก้อนหินขว้างพระองค์, พระองค์จะเสด็จกลับไปที่นั่นอีกหรือ”
9
พระเยซูตรัสตอบว่า, “วันหนึ่งมีสิบสองชั่วโมงมิใช่หรือ ถ้าผู้ใดเดินในกลางวันเขาจะไม่สะดุด, เพราะได้เห็นความสว่างโลกนี้.
10
แต่ถ้าผู้ใดเดินในเวลาค่ำคืนเขาจะสะดุด, เพราะเขาไม่มีความสว่าง.”
11
พระองค์ตรัสอย่างนั้น, แล้วจึงตรัสแก่เขาว่า, “ลาซะโรสหายของเราทั้งหลายหลับอยู่, แต่เราไปเพื่อจะปลุกเขา.”
12
ฝ่ายเหล่าสาวกทูลว่า, “พระองค์เจ้าข้า, ถ้าเขาหลับอยู่เขาคงจะฟื้น.”
13
พระเยซูตรัสถึงความตายของลาซะโร, แต่เหล่าสาวกคิดว่าพระองค์ตรัสถึงการนอนหลับให้หายเหนื่อย.
14
เหตุฉะนั้นพระเยซูจึงตรัสแก่เขาให้แจ้งว่า, “ลาซะโรตายแล้ว.
15
เรายินดีที่เรามิได้อยู่ที่นั่นเพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลาย, เพื่อท่านจะได้เชื่อ แต่อย่างไรก็ดีให้เราพากันไปหาเขาเถิด.”
16
โธมาที่เรียกว่าดิดุโมจึงพูดกับเพื่อนสาวกว่า, “ให้เราทั้งหลายไปด้วย, เพื่อจะตายด้วยกันกับพระองค์.”
17
ครั้นพระเยซูเสด็จมาถึงจึงทรงทราบว่า ลาซะโรอยู่ในอุโมงค์ฝังศพสี่วันแล้ว.
18
บ้านเบธาเนียนั้นอยู่ใกล้กับกรุงยะรูซาเลมประมาณเจ็ดสิบเส้น.
19
พวกยูดายหลายคนจึงมาหามาธาและมาเรีย, เพื่อจะปลอบโยนเขาเพราะน้องชายของเขา.
20
ครั้นมาธาได้ยินว่าพระเยชูกำลังเสด็จมา, เขาจึงออกไปต้อนรับพระองค์ แต่มาเรียยังนั่งอยู่ในเรือน.
21
มาธาจึงทูลพระเยซูว่า, “พระองค์เจ้าข้า, ถ้าพระองค์ได้อยู่ที่นี่น้องชายของข้าพเจ้าคงไม่ตาย.
22
ถึงเดี๋ยวนี้ข้าพเจ้าก็รู้ว่าสิ่งใดๆ ซึ่งพระองค์จะขอจากพระเจ้าๆ จะทรงโปรดประทานให้แก่พระองค์.”
23
พระเยซูจึงตรัสแก่เขาว่า, “น้องชายของเจ้าจะเป็นขึ้นอีก.”
24
มาธาทูลพระองค์ว่า, “ข้าพเจ้ารู้อยู่ว่าเขาจะเป็นขึ้นอีกในวันที่สุดเมื่อคนทั้งปวงจะเป็นขึ้นนั้น.”
25
พระเยซูตรัสแก่เขาว่า, “เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและให้มีชีวิต ทุกๆ คนที่วางใจในเราแม้ว่าเขาตายแล้วก็ยังจะมีชีวิตอีก
26
และทุกคนที่มีชีวิตและวางใจในเราจะไม่ตายเลย. เจ้าเชื่อข้อนี้หรือ”
27
มาธาทูลว่า, “พระองค์เจ้าข้า, ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระองค์เป็นพระคริสต์บุตรของพระเจ้าที่เสด็จมาในโลก.”
28
เมื่อมาธาทูลอย่างนั้นแล้ว, เขาจึงกลับไปเรียกมาเรียน้องสาว กะซิบบอกว่า, “พระอาจารย์มาแล้วและทรงเรียกเจ้า.”
29
ครั้นมาเรียได้ยินแล้ว, เขาจึงลุกขึ้นโดยเร็วไปหาพระองค์.
30
ฝ่ายพระเยซูยังไม่เสด็จเข้าในหมู่บ้าน, แต่ยังอยู่ที่ที่มาธาได้พบพระองค์นั้น.
31
ส่วนพวกยูดายที่อยู่กับมาเรียในเรือนและกำลังปลอบโยนเขาอยู่, เมื่อเห็นหญิงนั้นลุกขึ้นออกไปโดยเร็ว, เขาจึงตามไป, นึกว่าหญิงนั้นจะไปยังอุโมงค์เพื่อจะร้องไห้ที่นั่น.
32
ครั้นมาเรียมาถึงที่พระเยซูทรงอยู่และเห็นพระองค์แล้ว, จึงกราบลงที่พระบาทของพระองค์ทูลว่า, “พระองค์เจ้าข้า, ข้าพระองค์ได้อยู่ที่นี่น้องชายของข้าพเจ้าคงไม่ตาย.”
33
เมื่อพระเยซูทรงเห็นมาเรียร้องไห้, และพวกยูดายที่มากับเขาร้องไห้ด้วย, พระองค์ทรงคร่ำครวญร้อนพระทัย,
34
และตรัสถามว่า, “ได้เอาศพไปไว้ที่ไหน?” เขาทูลว่า, “พระองค์เจ้าข้า, เชิญเสด็จมาดูเถิด.”
35
ฝ่ายพระเยซูก็กันแสง.
36
ส่วนพวกยูดายจึงว่า, “ดูเถิดพระองค์ทรงรักเขามากยิ่งนัก”
37
แต่บางคนว่า, “ท่านผู้นี้ได้ทำให้คนตาบอดเห็นได้, จะกระทำไม่ให้คนนี้ตายไม่ได้หรือ”
38
พระเยซูทรงเป็นทุกข์ในพระทัยอีก, จึงเสด็จมาถึงอุโมงค์ฝังศพ. อุโมงค์ฝังศพนั้นเป็นถ้ำ, มีศิลาวางปิดปากไว้.
39
พระเยซูตรัสว่า, “จงยกศิลานั้นออกเสีย.” มาธาพี่สาวของผู้ตายนั้นจึงทูลว่า, “พระองค์เจ้าข้า, ป่านนี้ศพมีกลิ่นเหม็น, เพราะว่าตายสี่วันแล้ว.
40
พระเยซูจึงตรัสว่า, “เราบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่า, ถ้าเจ้าเชื่อจะได้เห็นสง่าราศีของพระเจ้า?”
41
เขาจึงยกศิลาออกเสีย. ฝ่ายพระเยซูทรงแหงนพระเนตรตรัสว่า, “โอพระบิดา, ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระองค์เพราะพระองค์ได้ทรงฟังข้าพเจ้า.
42
ข้าพเจ้ารู้อยู่ว่าพระองค์ได้ทรงฟังข้าพเจ้าอยู่เสมอ, แต่ข้าพเจ้ากล่าวอย่างนี้เพราะเห็นแก่ประชาชนที่ยืนอยู่ที่นี่, เพื่อเขาจะเชื่อว่าพระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้ามา.”
43
เมื่อพระองค์ได้ตรัสอย่างนั้นแล้วจึงเปล่งเสียงดังว่า, “ลาซะโรเอ๋ย, จงออกมาเถิด.”
44
ผู้ตายนั้นจึงออกมา ทั้งผ้าพันมือและเท้า, และมีผ้าปิดหน้าอยู่ด้วย. พระเยซูตรัสแก่เขาทั้งหลายว่า, “จงแก้ปล่อยให้เขาไปเถิด.”
45
เหตุฉะนั้นชาวยูดายหลายคนที่มาหามาเรีย ครั้นเขาได้เห็นการที่พระเยซูทรงกระทำนั้น. เขาจึงเชื่อถือในพระองค์.
46
แต่บางคนในพวกเขาไปหาพวกฟาริซาย, เล่าเหตุการณ์ซึ่งพระเยซูได้ทรงกระทำให้เขาฟัง
47
เหตุฉะนั้นพวกปุโรหิตใหญ่กับพวกฟาริซายจึงเรียกประชุมพวกที่ปรึกษาแล้วว่า, “เราจะทำอย่างไร, ด้วยว่าคนนั้นทำการเป็นศุภนิมิตต์หลายประการ.
48
ถ้าเราปล่อยเขาไว้เช่นนี้คนทั้งปวงจะเชื่อถือเขา, แล้วพวกโรมจะมาริบเอาทั้งที่และพลเมืองของเราไป.”
49
ฝ่ายคนหนึ่งในพวกเขาชื่อกายะฟาเป็นมหาปุโรหิตในปีนั้น จึงกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า, “ท่านทั้งหลายไม่รู้อะไร,
50
และไม่เข้าใจว่า, ถ้าจะให้คนตายเสียคนหนึ่งแทนที่คนทั้งประเทศจะพินาศ, ก็จะเป็นประโยชน์แก่เราท่านทั้งหลาย.”
51
เขากล่าวอย่างนั้นมิใช่ความเห็นของตัวเอง, แต่เพราะเขาเป็นมหาปุโรหิตในปีนั้น, จึงกล่าวเป็นเหมือนพยากรว่าพระเยซูจะตายแทนพลประเทศนั้นและมิใช่แทนประเทศนั้นอย่างเดียว, แต่เพื่อจะประมวญลูกทั้งหลายของพระเจ้าที่กระจัดกระจายไปนั้นให้เข้ารวมเป็นพวกเดียวกัน.
52
ตั้งแต่วันนั้นมาเขาทั้งหลายจึงคิดอ่านจะฆ่าพระองค์เสีย
53
เหตุฉะนั้นพระเยซูไม่เสด็จในท่ามกลางพวกยูดายโดยเปิดเผยอีก.
54
แต่ได้เสด็จจากที่นั่นไปยังตำบลหนึ่งใกล้ป่าถึงเมืองชื่อเอฟรายิม, และทรงยับยั้งอยู่ที่นั่นกับเหล่าสาวก.
55
การเลี้ยงปัศคาของพวกยูดายใกล้จะถึงแล้วและคนเป็นอันมากได้ออกจากหัวเมืองนั้นขึ้นไปยังกรุงยะรูซาเลมก่อนปัศคาเพื่อจะชำระตัว.
56
เขาทั้งหลายจึงแสวงหาพระเยซู, และเมื่อเขายืนอยู่ในโบสถ์จึงพูดกันว่า, “ท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร, พระองค์จะไม่เสด็จมาที่การเลี้ยงนี้หรือ” ฝ่ายพวกปุโรหิตใหญ่กับพวกฟาริซายได้สั่งไว้แล้วว่า.
57
ถ้าผู้ใดรู้ว่าพระองค์อยู่ที่ไหน, ให้มาบอกเขาเพื่อจะได้จับพระองค์
← Chapter 10
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 12 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21