bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
John 20
John 20
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 19
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 21 →
1
เมื่อวันอาทิตย์เวลาเช้ามืด มาเรียชาวมัฆดาลามาถึงอุโมงค์ เห็นหินกลิ้งออกจากปากอุโมงค์แล้ว.
2
นางจึงวิ่งไปบอกซีโมนเปโตร และสาวกคนนั้นที่พระเยซูทรงรักว่า, “เขาเอาองค์พระผู้เป็นเจ้าออกจากอุโมงค์แล้ว. และเขาเอาพระองค์ไปไว้ที่ไหนเราไม่รู้.”
3
เปโตรจึงออกไปกับสาวกคนนั้นแล้วได้ไปยังอุโมงค์.
4
เขาทั้งสองก็วิ่งพร้อมกัน, แต่สาวกคนนั้นวิ่งเร็วกว่าเปโตรมาถึงอุโมงค์ก่อน
5
เขาจึงก้มลงมองดูเห็นผ้าป่านวางอยู่, แต่ยังไม่ได้เข้าไป.
6
ฝ่ายซีโมนเปโตรตามเขามาภายหลังจึงเข้าไปในอุโมงค์ เห็นผ้าป่านวางอยู่.
7
และผ้าพันพระเศียรของพระองค์มิได้วางอยู่กับผ้าอื่น, แต่พับวางไว้ต่างหาก.
8
ขณะนั้นสาวกคนนั้นที่มาถึงก่อนจึงเข้าไปด้วย. และได้เห็นและเชื่อ
9
ด้วยว่าเขายังไม่ได้เข้าใจข้อพระคัมภีร์ที่เขียนไว้แล้วว่า พระองค์ต้องเป็นขึ้นมาจากความตาย.
10
สาวกทั้งสองนั้นจึงกลับไปยังบ้านของตน
11
ฝ่ายมาเรียยืนร้องไห้อยู่ข้างนอกอุโมงค์ เมื่อกำลังร้องไห้อยู่เขาก้มลงมองดูในอุโมงค์,
12
และได้เห็นทูตสวรรค์สององค์ทรงเสื้อขาว นั่งอยู่เบื้องพระเศียรองค์หนึ่ง เบื้องพระบาทองค์หนึ่ง, ในที่ที่พระศพของพระเยซูได้ประดิษฐานไว้.
13
ทูตทั้งสองนั้นจึงพูดกับมาเรียว่า, “สตรีเอ๋ย, ร้องไห้ทำไม?” มาเรียจึงตอบว่า, “เพราะเขาเอาองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าไปเสียแล้ว, และเขาเอาพระองค์ไปไว้ที่ไหนข้าพเจ้าไม่รู้.”
14
เมื่อมาเรียพูดอย่างนั้นแล้ว, จึงหันตัวกลับเห็นพระเยซูทรงยืนอยู่, และมิได้รู้ว่าเป็นองค์พระเยซู.
15
พระเยซูตรัสแก่เขาว่า, “สตรีเอ๋ย, ร้องไห้ทำไม? มาหาผู้ใด?” มาเรียสำคัญว่าเป็นคนเฝ้าสวน จึงพูดกับพระองค์ว่า, “นายเจ้าข้า, ถ้าท่านได้เอาพระองค์ไป, ขอบอกดีฉันให้รู้ว่าท่านเอาพระองค์ไปไว้ที่ไหน, และดีฉันจะรับพระองค์ไป.”
16
พระเยซูตรัสว่า, “มาเรียเอ๋ย.” มาเรียก็หันมาทูลพระองค์ว่า, “รับโบนี, “ซึ่งแปลว่าอาจารย์.
17
พระเยซูตรัสแก่มาเรียว่า, “อย่ายึดหน่วงเราไว้ เพราะเรายังไม่ได้ขึ้นไปหาพระบิดาของเรา แต่จงไปหาพี่น้องของเรา บอกเขาว่า เราจะขึ้นไปหาพระบิดาของเราและพระบิดาของท่านทั้งหลาย, และจะไปหาพระเจ้าของเราและพระเจ้าของท่านทั้งหลาย.”
18
มาเรียมัฆดาลาจึงไปบอกเหล่าสาวกว่า, “ข้าพเจ้าได้เห็นพระองค์แล้ว,” และพระองค์ได้ตรัสคำอย่างนั้นแก่เขา
19
เมื่อเวลาค่ำวันอาทิตย์วันนั้น, เมื่อประตูห้องที่เหล่าสาวกประชุมกันปิดแล้ว เพราะเขากลัวพวกยูดาย, พระเยซูจึงเสด็จเข้ามายืนอยู่ท่ามกลางเขาตรัสว่า, “ท่านทั้งหลายจงเป็นสุขเถิด.”
20
ครั้นพระองค์ตรัสอย่างนั้นแล้ว, พระองค์จึงสำแดงฝ่าพระหัตถ์และสีข้างของพระองค์แก่เขา. เมื่อเหล่าสาวกเห็นพระองค์แล้วเขาจึงมีความยินดี
21
เหตุฉะนั้นพระเยซูตรัสแก่เขาอีกว่า, “ท่านทั้งหลายจงเป็นสุขเถิด พระบิดาได้ทรงใช้เรามาฉันใด, เราใช้ท่านทั้งหลายไปฉันนั้น.”
22
พระองค์ตรัสเช่นนั้นแล้วทรงระบายลมหายใจออก ตรัสแก่เขาว่า, “ท่านทั้งหลายจงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์เถิด
23
ถ้าท่านจะยกความผิดของผู้ใด, ความผิดนั้นก็จะยกเสีย และถ้าท่านจะให้ความผิดติดอยู่กับผู้ใด ความผิดก็จะติดอยู่กับผู้นั้น.”
24
ฝ่ายโธมาที่เรียกว่าดิดุโมคนหนึ่งในสาวกสิบสองคนนั้น ไม่ได้อยู่กับเขาเมื่อพระเยซูเสด็จเข้ามา.
25
สาวกอื่นๆ จึงบอกโธมาว่า, “เราได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว.” โธมาจึงตอบเขาว่า, “ถ้าเราไม่ได้เห็นรอยตะปูที่ฝ่าพระหัตถ์ของพระองค์, และมิได้เอานิ้วมือของเราแยงเข้าที่รอยตะปูนั้น, และมิได้เอามือของเราแยงเข้าไปในสีข้างของพระองค์แล้ว, เราจะไม่เชื่อ.”
26
ครั้นล่วงไปแปดวันแล้ว. เหล่าสาวกชุมนุมกันอยู่ข้างในอีก, และโธมาก็อยู่กับเขาด้วย. ถึงแม้ประตูปิดแล้ว, พระเยซูยังเสด็จเข้ามายืนอยู่ท่ามกลางเขาตรัสว่า, “ท่านทั้งหลายจงเป็นสุขเถิด.”
27
แล้วพระองค์ตรัสแก่โธมาว่า, “จงเอานิ้วของท่านแยงดูฝ่ามือของเรา, และเอามือของท่านแยงเข้าไปในสีข้างของเรา อย่าสงสัยเลย, แต่จงเชื่อเกิด.”
28
โธมาทูลตอบพระองค์ว่า, “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้า.”
29
พระเยซูตรัสแก่เขาว่า, “โธมาเอ๋ย, เพราะท่านได้เห็นเราท่านจึงเชื่อ ผู้ที่มิได้เห็นเราแต่ได้เชื่อก็เป็นสุข”
30
แล้วมีนิมิตต์อื่นหลายประการที่พระเยซูทรงกระทำต่อหน้าเหล่าสาวกของพระองค์, ที่มิได้จดไว้ในหนังสือเล่มนี้
31
แต่ได้จดเหตุการณ์เหล่านี้ไว้เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อว่า พระเยซูเป็นพระคริสต์บุตรของพระเจ้า. และเมื่อมีความเชื่อแล้ว ท่านจะได้ชีวิตโดยพระนามของพระองค์
← Chapter 19
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 21 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21