bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
John 3
John 3
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 2
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 4 →
1
มีคนหนึ่งในพวกฟาริซายชื่อนิโกเดโมเป็นขุนนางในพวกยูดาย
2
คนนั้นได้มาหาพระเยซูเวลากลางคืนทูลพระองค์ว่า, “อาจารย์เจ้าข้า. ข้าพเจ้ารู้อยู่ว่าท่านเป็นครูมาจากพระเจ้า, เพราะว่าไม่มีผู้ใดอาจกระทำนิมิตต์ซึ่งท่านได้กระทำนั้นเว้นไว้พระเจ้าสถิตอยู่ด้วย.”
3
พระเยซูทรงตอบเขาว่า. “เราบอกท่านตามจริงว่า, ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดใหม่แล้ว, จะเห็นแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้.”
4
นิโกเดโมจึงทูลพระองค์ว่า, “คนชราแล้วจะบังเกิดอย่างไรได้? จะเข้าในครรภ์มารดาครั้งที่สองและบังเกิดได้หรือ”
5
พระเยซูตรัสตอบว่า, “เราบอกท่านตามจริงว่า. ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดจากนํ้าและพระวิญญาณ, จะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้.
6
ซึ่งบังเกิดจากเนื้อหนังก็เป็นเนื้อหนัง. และซึ่งบังเกิดจากพระวิญญาณก็เป็นวิญญาณ.
7
อย่าประหลาดใจเพราะเราบอกท่านว่าท่านทั้งหลายต้องบังเกิดใหม่.
8
ฝ่ายลมนั้นจะใคร่พัดไปข้างไหนก็พัดไปข้างนั้น, และลมนั้นท่านได้ยินเสียง. แต่ไม่รู้ว่ามาจากไหนและไปที่ไหน คนที่บังเกิดจากพระวิญญาณก็เป็นอย่างนั้นทุกคน.”
9
นิโกเดโมทูลตอบพระองค์ว่า, “เหตุการณ์เหล่านั้นจะเป็นอย่างไรได้?”
10
พระเยซูทรงตอบเขาว่า, “ท่านเป็นอาจารย์ในพวกยิศราเอล, และยังไม่เข้าใจสิ่งเหล่านั้นหรือ
11
เราบอกท่านตามจริงว่า, เรากำลังบอกสิ่งที่เราได้รู้, และเป็นพะยานถึงสิ่งซึ่งเราได้เห็น. แต่ท่านหาได้รับคำพะยานของเราไม่.
12
ถ้าเราบอกท่านถึงสิ่งที่เกี่ยวกับโลกนี้และท่านไม่เชื่อ, ถ้าเราจะบอกถึงสิ่งที่เกี่ยวกับสวรรค์ที่ไหนท่านจะเชื่อ?
13
ไม่มีผู้ใดได้ขึ้นไปยังสวรรค์. เว้นไว้ท่านที่ลงมาจากสวรรค์, คือบุตรมนุษย์ผู้สถิตในสวรรค์นั้น.
14
โมเซได้ยกงูขึ้นในป่าฉันใด, บุตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น,
15
เพื่อทุกคนที่ได้วางใจในพระองค์จะได้ชีวิตนิรันดร์.”
16
เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก, จนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์, เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะมิได้พินาศ, แต่มีชีวิตนิรันดร์.
17
เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงใช้พระบุตรของพระองค์เข้ามาในโลกเพื่อจะพิพากษาโลก, แต่เพื่อจะให้โลกรอดได้เพราะพระบุตรนั้น.
18
ผู้ใดได้วางใจในพระบุตรไม่ต้องถูกพิพากษา, แต่ผู้ใดมิได้วางใจก็ต้องถูกพิพากษาอยู่แล้ว, เพราะเขามิได้วางใจในนามพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า.
19
หลักของการพิพากษาเป็นอย่างนี้, คือเพราะความสว่างได้เข้ามาในโลกแล้ว, และมนุษย์ได้รักความมืดมากกว่ารักความสว่าง, เพราะการของเขาชั่ว.
20
ด้วยว่าทุกคนที่ประพฤติชั่วก็ย่อมชังความสว่าง, และไม่ได้มาถึงความสว่าง, กลัวเกลือกว่าการของตนจะปรากฏ.
21
แต่ทุกคนที่ประพฤติตามความจริงย่อมมาถึงความสว่าง, เพื่อจะให้การของตนปรากฏว่าได้กระทำการนั้นโดยพึ่งพระเจ้า
22
ภายหลังเหตุการณ์เหล่านั้น, พระเยซูเสด็จกับพวกศิษย์ของพระองค์เข้าไปในมณฑลยูดาย, และทรงยับยั้งอยู่ที่นั่นกับเขา, และทรงให้บัพติศมา.
23
ฝ่ายโยฮันก็ได้ให้บัพติศมาอยู่ที่อายโนนใกล้หมู่บ้านซาลิมเหมือนกัน, เพราะว่าที่นั่นมีน้ำหลายแห่งและเขาทั้งหลายมารับบัพติศมา.
24
เวลานั้นโยฮันยังไม่ได้ติดคุก
25
พวกศิษย์ของโยฮันกับชาวยูดายคนหนึ่งเถียงกันด้วยเรื่องการชำระ.
26
เขาจึงไปหาโยฮันพูดว่า, “อาจารย์เจ้าข้า, ท่านผู้นั้นที่อยู่กับอาจารย์ฟากแม่น้ำยาระเดนข้างโน้น, ที่อาจารย์เป็นพะยานถึงนั้น, นี่แน่ะ ท่านผู้นั้นให้บัพติศมา, และคนทั้งปวงกำลังไปหาท่าน.”
27
โยฮันจึงตอบว่า, “มนุษย์จะรับสิ่งใดไม่ได้, เว้นแต่ที่ได้ประทานจากสวรรค์ให้เขา.
28
ท่านทั้งหลายเองเป็นพะยานฝ่ายเราว่า, เราได้กล่าวแล้วว่า เรามิได้เป็นพระคริสต์, แต่เป็นผู้รับใช้มานำหน้าพระองค์.
29
ท่านที่มีเจ้าสาวนั้นคือเจ้าบ่าว, แต่สหายของเจ้าบ่าวซึ่งยืนฟังเจ้าบ่าวก็มีความยินดีเป็นอันมาก เพราะเสียงของเจ้าบ่าวนั้น อย่างนั้นแหละ ความยินดีของเราก็สำเร็จแล้ว.
30
พระองค์นั้นคงต้องใหญ่ขึ้น, แต่เราจะต้องน้อยลง.”
31
พระองค์ผู้เสด็จมาจากเบื้องบนก็อยู่เหนือสารพัตร. ผู้ที่มาจากแผ่นดินโลก, ก็อยู่ฝ่ายแผ่นดินโลก, และย่อมพูดถึงแผ่นดินโลก. พระองค์ผู้เสด็จมาจากสวรรค์ก็อยู่เหนือสารพัตร.
32
สิ่งซึ่งพระองค์ทรงเห็นและได้ยินพระองค์ทรงเป็นพะยานถึงสิ่งนั้น แต่ไม่มีผู้ใดรับคำพะยานของพระองค์.
33
ผู้ที่ได้รับคำพะยานของพระองค์ก็ได้ประทับตราลงว่า พระเจ้าเป็นสัตย์จริง.
34
เหตุว่าพระองค์ที่พระเจ้าได้ทรงใช้มานั้น ก็ทรงกล่าวคำของพระเจ้า. เพราะว่าพระเจ้าทรงประทานพระวิญญาณแก่พระองค์โดยไม่จำกัด.
35
พระบิดาทรงรักพระบุตร. และได้ทรงมอบสิ่งสารพัตรไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์.
36
ผู้ที่วางใจในพระบุตรมีชีวิตนิรันดร์. แต่ผู้ที่ไม่เชื่อฟังพระบุตรจะไม่เห็นชีวิต, แต่พระเจ้าจะทรงพระพิโรธแก่ผู้นั้น
← Chapter 2
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 4 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21