bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
John 7
John 7
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 6
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 8 →
1
ภายหลังนั้นพระเยซูได้เสด็จท่องเที่ยวไปในมณฑลฆาลิลาย, ด้วยว่าไม่ปรารถนาจะเที่ยวดำเนินในมณฑลยูดาย, เพราะพวกยูดายแสวงหาโอกาสที่จะฆ่าพระองค์เสีย.
2
ฝ่ายเทศกาลตั้งกับอาศัยของพวกยูดายใกล้จะถึงแล้ว.
3
พวกพี่น้องของพระองค์จึงพูดกับพระองค์ว่า, “จงออกจากที่นี่ไปยังมณฑลยูดาย, เพื่อเหล่าสาวกของท่านจะได้เห็นการที่ท่านกระทำนั้น.
4
เพราะว่าไม่มีผู้ใดทำสิ่งใดในที่ลับลี้เมื่อเขาเองอยากให้ตัวปรากฏ. ถ้าท่านจะกระทำการเหล่านั้น, จงสำแดงตัวให้ปรากฏแก่โลกเถิด.”
5
ด้วยว่าพวกพี่น้องของพระองค์มิได้เชื่อถือในพระองค์.
6
พระเยซูตรัสแก่เขาว่า, “เวลาของเรายังไม่ถึง, แต่สำหรับท่านทั้งหลายเวลาไหนๆ ก็เหมาะเสมอ.
7
โลกจะชังท่านทั้งหลายไม่ได้ แต่ได้ชังเรา, เพราะเราเป็นพะยานถึงการของโลกว่าเป็นการชั่ว.
8
ท่านทั้งหลายจงขึ้นไปที่การเลี้ยงเถิด เรายังไม่ขึ้นไปที่การเลี้ยงนี้, เพราะว่ายังไม่ถึงเวลากำหนดของเรา”
9
เมื่อพระองค์ได้ตรัสคำเหล่านั้นให้เขาฟังแล้ว, พระองค์ยังทรงยับยั้งอยู่ในมณฑลฆาลิลาย
10
แต่เมื่อพวกพี่น้องของพระองค์ขึ้นไปแล้ว. พระองค์จึงเสด็จขึ้นไปในการเลี้ยงนั้นด้วย, แต่ไปเป็นการลับ ไม่ให้ปรากฏ.
11
เหตุฉะนั้นพวกยูดายจึงแสวงหาพระองค์ที่การเลี้ยงนั้น และถามว่า. “คนนั้นอยู่ที่ไหน?”
12
ประชาชนก็บ่นถึงพระองค์เป็นอันมาก บางคนว่า, “เขาเป็นคนดี.” บางคนว่า, “มิใช่, แค่เขาทำให้ประชาชนหลงไป.”
13
แต่ไม่มีผู้ใดอาจพูดถึงพระองค์โดยเปิดเผย, เพราะกลัวพวกยูดาย
14
ครั้นถึงกลางการเลี้ยงนั้นแล้ว, พระเยซูจึงเสด็จเข้าไปในโบสถ์และสั่งสอน.
15
พวกยูดายจึงคิดประหลาดใจและพูดว่า, “เมื่อคนนี้ยังไม่ได้เรียนก็จะรู้จักหนังสืออย่างไรได้?”
16
พระเยซูตรัสตอบว่า, “คำสอนของเราไม่เป็นของเราเอง, แต่เป็นของพระองค์ที่ทรงใช้เรามา.
17
ถ้าผู้ใดตั้งใจประพฤติตามพระทัยของพระองค์, ผู้นั้นคงจะรู้ถึงคำสอนนั้นว่ามาจากพระเจ้าหรือๆ เราพูดตามลำพังใจของเราเอง.
18
ผู้ใดพูดตามลำพังใจของตนเอง, ผู้นั้นย่อมแสวงหายศศักดิ์สำหรับตนเอง แต่ผู้ที่แสวงหายศศักดิ์สำหรับพระองค์ที่ทรงใช้ตนมา, ผู้นั้นแหละเป็นคนจริงไม่มีอธรรมเลย.
19
โมเซได้ให้บัญญัติแก่ท่านทั้งหลายมิใช่หรือ แต่ในพวกท่านไม่มีผู้ใดประพฤติตามบัญญัตินั้น. ท่านทั้งหลายแสวงหาโอกาสที่จะฆ่าเราทำไม?”
20
คนทั้งปวงจึงตอบว่า, “ตัวมีผีสิงอยู่ ใครเล่าหาโอกาสที่จะฆ่าตัว?”
21
พระเยซูตรัสแก่เขาว่า, “เราได้ทำการสิ่งหนึ่ง, และท่านทั้งหลายอัศจรรย์ใจเพราะการนั้น.
22
โมเซได้ให้ท่านทั้งหลายรับพิธีสุนัด, (มิใช่เป็นมาจากโมเซ, แต่เป็นมาจากบรรพบุรุษ), และแม้ในวันซะบาโตท่านทั้งหลายก็ยังให้คนรับพิธีสุนัดนั้น
23
ถ้าคนยังรับพิธีสุนัดในวันซะบาโต, เพื่อมิให้ล่วงบัญญัติของโมเซ, ท่านทั้งหลายยังจะโกรธเราเพราะเรากระทำคนหนึ่งให้หายโรคเป็นปกติในวันซะบาโตหรือ
24
อย่าตัดสินตามที่เห็นภายนอก, แต่จงตัดสินตามชอบธรรมเถิด.”
25
ชาวกรุงยะรูซาเลมบางคนจึงพูดว่า, “คนนี้มิใช่หรือที่เขาหาโอกาสจะฆ่าเสีย?
26
นี่แน่ะ, ท่านพูดโดยเปิดเผยอยู่, และไม่เห็นเขาว่าอะไรแก่ท่าน. พวกขุนนางรู้แน่แล้วหรือว่าคนนี้เป็นพระคริสต์?
27
แต่เรารู้อยู่ว่าคนนี้มาจากไหน แต่เมื่อพระคริสต์มานั้น, ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามาจากไหน.”
28
เหตุฉะนี้พระเยซูจึงทรงเปล่งเสียงดังสั่งสอนในโบสถ์ว่า, “ท่านทั้งหลายรู้จักเรา, และรู้ว่าเรามาจากไหนเรามิได้มาโดยลำพังเราเอง, แต่พระองค์ที่ทรงใช้เรามามีจริง, แต่ท่านทั้งหลายไม่รู้จักพระองค์นั้น.
29
เรารู้จักพระองค์, เพราะเรามาจากพระองค์ และพระองค์ได้ทรงใช้เรามา.
30
เหตุฉะนั้นเขาทั้งหลายแสวงหาโอกาสที่จะจับพระองค์ แต่ไม่มีผู้ใดยื่นมือจับพระองค์, เพราะยังไม่ถึงเวลากำหนดของพระองค์.
31
แต่มีหลายคนในหมู่ประชาชนนั้นได้เชื่อถือในพระองค์ และพูดว่า, “เมื่อพระคริสต์จะมานั้น, ท่านจะกระทำเป็นนิมิตต์มากยิ่งกว่าที่คนนี้ได้กระทำหรือ”
32
เมื่อพวกฟาริซายได้ยินประชาชนบ่นถึงพระองค์อย่างนั้น, พวกฟาริซายกับพวกปุโรหิตใหญ่จึงได้ใช้เจ้าหน้าที่ไปจับพระองค์.
33
พระเยซูจึงตรัสว่า, “เรายังอยู่กับท่านทั้งหลายอีกหน่อยหนึ่ง, แล้วจะกลับไปถึงพระองค์ที่ทรงใช้เรามา.
34
ท่านทั้งหลายจะหาเราและจะไม่พบ, และที่เราอยู่นั้นท่านจะมาไม่ได้.”
35
เหตุฉะนั้นพวกยูดายจึงพูดกันว่า, “คนนี้จะไปที่ไหนเล่าที่เราจะพบไม่ได้? เขาจะไปหาคนที่กระจัดกระจายไปอยู่ท่ามกลางพวกเฮเลน, และสั่งสอนพวกเฮเลนหรือ
36
คำซึ่งเขาพูดนั้นเป็นอย่างไรที่ว่า. ‘ท่านทั้งหลายจะมาหาเราและไม่พบ ที่ที่เราอยู่นั้นท่านจะมาไม่ได้’?”
37
แล้วในวันที่สุดเป็นวันใหญ่ในการเลี้ยงนั้น พระเยซูทรงยืนประกาศว่า, “ถ้าผู้ใดระหายให้ผู้นั้นมาหาเราและดื่ม.
38
ผู้ที่วางใจในเรา, แม่น้ำประกอบด้วยชีวิตจะไหลออกจากภายในผู้นั้น, เหมือนได้มีคำเขียนไว้แล้ว.”
39
คำนั้นพระเยซูตรัสเล็งถึงพระวิญญาณ ซึ่งผู้ที่วางใจในพระองค์จะได้รับ เหตุว่ายังไม่ได้ทรงประทานพระวิญญาณ, เพราะพระเยซูยังไม่ได้รับสง่าราศี,
40
เหตุฉะนั้นมีหลายคนในหมู่ประขาชนเมื่อได้ยินคำนั้นจึงพูดว่า, “ท่านนี้เป็นศาสดาพยากรณ์ผู้นั้นแน่.”
41
บางคนว่า, “ท่านเป็นพระคริสต์.” แต่คนอื่นว่า, “พระคริสต์จะมาจากฆาลิลายหรือ
42
พระคัมภีร์กล่าวแล้วมิใช่หรือว่าพระคริสต์จะมาจากเชื้อวงศ์ของดาวิด, และจากหมู่บ้านเบธเลเฮ็ม ที่ดาวิดได้อยู่นั้น.”
43
เหตุฉะนั้นประชาชนจึงแยกออกเป็นก๊กเป็นหมู่เพราะพระองค์.
44
บางคนจะใคร่จับพระองค์, แต่ไม่มีผู้ใดยื่นมือจับพระองค์
45
เจ้าหน้าที่จึงมาหาพวกปุโรหิตใหญ่และพวกฟาริซาย, และพวกเหล่านั้นจึงว่ากับเจ้าหน้าที่ว่า, “ทำไมจึงไม่ได้พาเขามา?”
46
เจ้าหน้าที่จึงตอบเขาว่า, “ไม่เคยมีผู้ใดพูดเหมือนคนนั้น.”
47
พวกฟาริซายจึงตอบเขาว่า, “พวกเจ้าหลงไปด้วยแล้วหรือ
48
มีผู้ใดในพวกขุนนางและพวกฟาริซายที่ได้เชื่อถือคนนั้นบ้างหรือ
49
แต่ว่าประชาชนนี้ที่ไม่รู้จักพระบัญญัติก็ต้องถูกแช่งอยู่แล้ว.”
50
นิโกเดโมที่ได้มาหาพระองค์คราวก่อนนั้น, และเป็นคนหนึ่งในพวกของเขา, จึงกล่าวว่า,
51
“กฎหมายของเราย่อมพิพากษาคนใดหรือ, เมื่อยังไม่ได้ฟังเขาก่อนและรู้ว่าเขาได้ทำอะไรบ้าง?”
52
เขาจึงตอบนิโกเดโมว่า, “ท่านมาจากฆาลิลายด้วยหรือ จงค้นดูเถิด, เพราะว่าไม่มีผู้พยากรณ์เกิดมาจากฆาลิลาย.”
53
(ต่างคนต่างได้กลับไปบ้านของตน
← Chapter 6
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 8 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21