bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Tok
/
Mark 9
Mark 9
Thai Tok
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 10 →
1
การ จำแลง พระ กาย ของ พระ คริสต์ ( มธ 17 : 1 - 8 ; ลก 9 : 28 - 36 ) พระองค์ ยัง ตรัส แก่ เขา ว่า " เรา บอก ความ จริง แก่ ท่าน ทั้งหลาย ว่า ใน พวก ท่าน ที่ ยืน อยู่ ที่ นี่ มี บาง คน ที่ จะ ไม่ รู้ รส ความ ตาย จนกว่า จะ ได้ เห็น อาณาจักร ของ พระเจ้า มา ด้วย ฤทธา นุ ภาพ "
2
ครั้น ล่วง ไป ได้ หก วัน แล้ว พระ เยซู ทรง พา เปโตร ยาก อบ และ ยอ ห์น ขึ้น ภูเขา สูง แต่ ลำพัง แล้ว พระ กาย ของ พระองค์ ก็ เปลี่ยน ไป ต่อหน้า เขา
3
และ ฉลองพระองค์ ก็ ส่อง ประกาย ขาว ดุจ หิมะ จะ หา ช่าง ฟอกผ้า ทั่ว แผ่นดิน โลก ฟอก ให้ ขาว อย่าง นั้น ก็ ไม่ ได้
4
แล้ว เอ ลี ยาห์กับ โมเสส ก็ ปรากฏ แก่ พวก สาวก เหล่า นั้น และ เฝ้า สนทนา กับ พระ เยซู
5
ฝ่ายเปโตร ทูล พระ เยซู ว่า " พระ อาจารย์ เจ้าข้า ซึ่ง เรา อยู่ ที่ นี่ ก็ดี ให้ พวก ข้าพระ องค์ ทำ พลับพลา สาม หลัง สำหรับ พระองค์ หลัง หนึ่ง สำหรับ โมเสส หลัง หนึ่ง สำหรับ เอ ลี ยาห์หลัง หนึ่ง "
6
ที่ เปโตร พูด อย่าง นั้น ก็ เพราะ ไม่ รู้ จะ ว่า อย่างไร ด้วย เขา ทั้งหลาย กำลัง กลัว นัก
7
แล้ว มี เมฆ มาปก คลุม เขา ไว้ และ มี พระ สุรเสียง ออก มา จาก เมฆ นั้น ว่า " ท่าน ผู้ นี้ เป็น บุตร ที่รัก ของ เรา จง ฟัง ท่าน เถิด "
8
ทันใด นั้น เมื่อ สาวก แล ดู รอบ ก็ ไม่ เห็น ผู้ ใด เห็น แต่ พระ เยซู ทรง อยู่ กับ เขา
9
เมื่อ กำลัง ลง มา จาก ภูเขา พระองค์ ตรัส กำชับ เหล่า สาวก ไม่ ให้ นำ สิ่ง ที่ ได้ เห็น นั้น ไป บอก แก่ ผู้ ใด เลย จนกว่า บุตร มนุษย์ จะ เป็น ขึ้น มา จาก ความ ตาย
10
เหตุการณ์ นั้น เหล่า สาวก ก็ เก็บงำ ไว้ แต่ ซัก ถาม กัน ว่า ที่ ตรัส ว่า จะ เป็น ขึ้น มา จาก ความ ตาย นั้น จะ หมายความ ว่า อย่างไร
11
เขา จึง ทูล ถาม พระองค์ ว่า " เหตุ ไฉน พวก ธร ร มา จาร ย์จึง ว่า เอ ลี ยาห์จะ ต้อง มา ก่อน "
12
พระองค์ ตรัส ตอบ เขา ว่า " เอ ลี ยาห์ต้อง มา ก่อน จริง และ ทำให้ สิ่ง ทั้งปวง คืน สู่ สภาพ เดิม อนึ่ง มี คำ เขียน ไว้ อย่างไร ถึง บุตร มนุษย์ ว่า พระองค์ จะ ต้อง ทน ทุกข์ เวทนา หลาย ประการ และ คน จะ ดูหมิ่น ละทิ้ง พระองค์ เสีย
13
แต่ เรา บอก แก่ ท่าน ทั้งหลาย ว่า เอ ลี ยาห์นั้น ได้ มา แล้ว และ ซึ่ง เขา ใคร่ จะ ทำ แก่ ท่าน อย่างไร เขา ก็ได้ กระทำ แล้ว ตาม ที่ มี คำ เขียน กล่าว ไว้ ถึง ท่าน "
14
อัครสาวก เก้า คน ที่ ขาด ฤทธิ์ อำนาจ ( มธ 17 : 14 - 21 ; ลก 9 : 37 - 42 ) เมื่อ พระองค์ ได้ เสด็จ มายัง เหล่า สาวก ก็ ทอดพระเนตร เห็น ฝูง ชน เป็นอันมาก อยู่ ล้อม รอบ เขา และ พวก ธร ร มา จาร ย์กำลัง ซักไซ้ ไล่เลียง เขา อยู่
15
ใน ทันใด นั้น เมื่อ บรรดา ประชาชน เห็น พระองค์ ก็ ประหลาด ใจ นัก จึง วิ่ง เข้า มา เคารพ พระองค์
16
พระองค์ จึง ตรัส ถาม พวก ธร ร มา จาร ย์ว่า " ท่าน ซักไซ้ ไล่เลียง กับ เขา ด้วย ข้อความ อัน ใด "
17
มีค น หนึ่ง ใน หมู่ ประชาชน ทูล ตอบ ว่า " อาจารย์ เจ้าข้า ข้าพระ องค์ ได้ พา บุตร ชาย ของ ข้าพระ องค์ มา หา พระองค์ เพราะ ผี ใบ้ เข้า สิง
18
ผี พา เขา ไป ที่ไหน ๆ ก็ ทำให้ ล้ม ชัก ดิ้น ไป มี อาการ น้ำลาย ฟูม ปาก และ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แล้ว ก็ อ่อน ระโหย ข้าพระ องค์ ได้ ขอ เหล่า สาวก ของ พระองค์ ให้ ขับ ผี นั้น ออก เสีย แต่ เขา ขับ ให้ออก ไม่ ได้ "
19
พระองค์ จึง ตรัส แก่ คน นั้น ว่า " โอ คนใน ยุค ที่ ขาด ความ เชื่อ เรา จะ ต้อง อยู่ กับ เจ้า นาน เท่าใด เรา จะ ต้อง อดทน กับ เจ้า นาน เท่าใด จง พา เด็ก นั้น มา หา เรา เถิด "
20
เขา ก็ พา เด็ก นั้น มา หา พระองค์ และ เมื่อ เห็น พระองค์ แล้ว ใน ทันใด นั้น ผี นั้น จึง ทำให้ เขา ชัก ล้ม ลง กลิ้งเกลือก ที่ดิน มี น้ำลาย ฟูม ปาก
21
พระองค์ จึง ตรัส ถาม บิดา นั้น ว่า " เป็น อย่าง นี้ มา นาน สัก เท่าไร " บิดา ทูล ตอบ ว่า " ตั้งแต่ เป็น เด็ก เล็ก ๆ มา
22
และ ผี ก็ ทำให้ เด็ก ตกใน ไฟ และ ใน น้ำ บ่อยๆ หมาย จะ ฆ่า เสีย ให้ ตาย แต่ ถ้า พระองค์ สามารถ ทำได้ ขอ โปรด กรุณา และ ช่วย เรา เถิด "
23
พระ เยซู จึง ตรัส แก่ บิดา นั้น ว่า " ถ้า ท่าน เชื่อ ได้ ใคร เชื่อ ก็ ทำให้ ได้ ทุก สิ่ง "
24
ทันใด นั้น บิดา ของ เด็ก ก็ ร้อง ทูล ด้วย น้ำตา ไหล ว่า " ข้าพระ องค์ เชื่อ พระองค์เจ้า ข้า ที่ ข้าพระ องค์ ยัง ขาด ความ เชื่อ นั้น ขอ พระองค์ ทรง โปรด ช่วย ให้ เชื่อ เถิด "
25
เมื่อ พระ เยซู ทอดพระเนตร เห็น ประชาชน กำลัง วิ่ง เข้า มา พระองค์ ตรัส สำทับ ผี โสโครก นั้น ว่า " อ้าย ผี ใบ้ หู หนวก เรา สั่ง เจ้า ให้ออก มา จาก เขา อย่า ได้ กลับ เข้า สิง เขา อีก เลย "
26
ผี นั้น จึง ร้อง อื้ออึง ทำให้ เด็ก นั้น ชัก ดิ้น เป็นอันมาก แล้ว ก็ ออก มา เด็ก นั้น ก็ แน่นิ่ง เหมือน คน ตาย จน มี หลาย คน กล่าว ว่า " เขา ตาย แล้ว "
27
แต่ พระ เยซู ทรง จับ มือ พยุง เด็ก นั้น เด็ก นั้น ก็ ยืน ขึ้น
28
เมื่อ พระองค์ เสด็จ เข้า ใน เรือน แล้ว เหล่า สาวก ของ พระองค์ มา ทูล ถาม พระองค์ เป็น ส่วนตัว ว่า " เหตุ ไฉน พวก ข้าพระ องค์ ขับ ผี นั้น ออก ไม่ ได้ "
29
พระองค์ ตรัส ตอบ เขา ว่า " ผี อย่าง นี้ จะ ขับ ให้ออก ไม่ ได้ เลย เว้นแต่ โดย การ อธิษฐาน และ การ อด อาหาร "
30
พระ เยซู ทรง พยากรณ์ ถึง การ สิ้นพระชนม์ และ การ ฟื้น คืน พระ ชนม์ ( มธ 17 : 22 - 23 ; ลก 9 : 43 - 45 ) พระองค์ กับ เหล่า สาวก จึง ออก ไป จาก ที่ นั่น ดำเนิน ไป ใน แคว้น กา ลิ ลี แต่ พระองค์ ไม่ ประสงค์ จะ ให้ ผู้ ใด รู้
31
ด้วยว่า พระองค์ ตรัส พร่ำ สอน สาวก ของ พระองค์ ว่า " บุตร มนุษย์ จะ ต้อง ถูก มอบ ไว้ ใน เงื้อมมือ ของ คน ทั้งหลาย และ เขา จะ ประหาร ท่าน เสีย เมื่อ ประหาร แล้ว ใน วัน ที่ สาม ท่าน จะ เป็น ขึ้น มา ใหม่ "
32
แต่ ถ้อยคำ นี้ เหล่า สาวก หา เข้าใจ ไม่ ครั้น จะ ทูล ถาม พระองค์ ก็ เกรงใจ
33
สาวก คน ไหน จะ เป็น ใหญ่ กว่า ( มธ 18 : 1 - 6 ; ลก 9 : 46 - 48 ) พระองค์ จึง เสด็จ มายัง เมือง คาเปอรนาอุม และ เมื่อ เข้าไป ใน เรือน แล้ว พระองค์ ตรัส ถาม เหล่า สาวก ว่า " เมื่อ มา ตาม ทาง นั้น ท่าน ทั้งหลาย ได้ โต้แย้ง กัน ด้วย ข้อความ อัน ใด "
34
เหล่า สาวก ก็ นิ่ง อยู่ เพราะ เมื่อ มา ตาม ทาง นั้น เขา ได้ เถียง กัน ว่า คน ไหน จะ เป็น ใหญ่ กว่า กัน
35
พระองค์ ได้ ประทับ นั่ง แล้ว ทรง เรียก สาวก สิบ สอง คน นั้น มา ตรัส แก่ เขา ว่า " ถ้า ผู้ ใด ใคร่ จะ ได้ เป็น คน ต้น ก็ ให้ ผู้ นั้น เป็น คน ท้าย สุด และ เป็น ผู้ รับ ใช้ ของ คน ทั้งปวง "
36
พระองค์ จึง ทรง เอา เด็ก เล็ก ๆ คน หนึ่ง มา ให้ ยืน ท่ามกลาง เหล่า สาวก แล้ว ทรง อุ้ม เด็ก นั้น ไว้ ตรัส แก่ เหล่า สาวก ว่า
37
" ถ้า ผู้ ใด จะ รับ เด็ก เล็ก ๆ เช่น นี้ คน หนึ่ง ใน นาม ของ เรา ผู้ นั้น ก็ รับ เรา และ ผู้ ใด ได้ รับ เรา ผู้ นั้น ก็ มิ ใช่ รับ เรา แต่ รับ พระองค์ ผู้ทรง ใช้ เรา มา "
38
ทรง ว่ากล่าว สาวก ที่ ชอบ วิพากษ์วิจารณ์ ( ลก 9 : 49 - 50 ) ยอ ห์น จึง ทูล พระองค์ ว่า " พระ อาจารย์ เจ้าข้า พวก ข้าพระ องค์ ได้ เห็น คน หนึ่ง ขับ ผี ออก โดย พระ นาม ของ พระองค์ ซึ่ง คน นั้น มิได้ ตาม พวก เรา มา และ พวก ข้าพระ องค์ ได้ ห้าม เขา เพราะ เขา มิได้ ตาม พวก เรา มา "
39
พระ เยซู จึง ตรัส ว่า " อย่า ห้าม เขา เลย เพราะว่า ไม่ มี ผู้ ใด จะ กระทำ การ อัศจรรย์ ใน นาม ของ เรา แล้ว อีก ประเดี๋ยว หนึ่ง อาจ กลับ พูด ประณาม เรา
40
เพราะ ผู้ ใด ไม่ เป็น ฝ่าย ต่อสู้ เรา ผู้ นั้น ก็ เป็น ฝ่าย เรา แล้ว
41
เพราะ เรา บอก ความ จริง แก่ ท่าน ว่า ผู้ ใด จะ เอา น้ำ ถ้วย หนึ่ง ให้ พวก ท่าน ดื่ม ใน นาม ของ เรา เพราะ ท่าน ทั้งหลาย เป็น ฝ่าย พระ คริสต์ ผู้ นั้น จะ ขาด บำเหน็จ ก็ หามิได้
42
ทรง เตือน ถึง นรก แต่ ผู้ ใด จะ ทำ ผู้ เล็กน้อย เหล่า นี้ คน หนึ่ง ที่ เชื่อ ใน เรา ให้ หลง ผิด ถ้า เอา หิน โม่ ก้อน ใหญ่ ผูก คอ ผู้ นั้น ถ่วง เสีย ใน ทะเล ก็ดี กว่า
43
และ ถ้า มือ ของ ท่าน ทำให้ ท่าน หลง ผิด จง ตัด มัน ทิ้ง เสีย ซึ่ง จะ เข้า สู่ ชีวิต ด้วย มือ ด้วน ยัง ดี กว่า มี สอง มือ และ ต้อง ตก นรก ใน ไฟ ที่ ไม่ มี วันดับ
44
ใน ที่ นั้น ตัว หนอน ก็ ไม่ ตาย และ ไฟ ก็ ไม่ ดับ เลย
45
ถ้า เท้า ของ ท่าน ทำให้ ท่าน หลง ผิด จง ตัด มัน ทิ้ง เสีย ซึ่ง จะ เข้า สู่ ชีวิต ด้วย เท้า ด้วน ยัง ดี กว่า มี เท้า สอง เท้า และ ต้อง ถูก ทิ้ง ลง ใน นรก ใน ไฟ ที่ ไม่ มี วันดับ
46
ใน ที่ นั้น ตัว หนอน ก็ ไม่ ตาย และ ไฟ ก็ ไม่ ดับ เลย
47
ถ้า ตาขอ ง ท่าน ทำให้ ท่าน หลง ผิด จง ควัก ออก ทิ้ง เสีย ซึ่ง จะ เข้า ใน อาณาจักร ของ พระเจ้า ด้วย ตา ข้าง เดียว ยัง ดี กว่า มี สอง ตา และ ต้อง ถูก ทิ้ง ใน ไฟ นรก
48
ใน ที่ นั้น ตัว หนอน ก็ ไม่ ตาย และ ไฟ ก็ ไม่ ดับ เลย
49
ด้วยว่า คน ทั้งปวง จะ ต้อง ถูก ชำระ ด้วย ไฟ และ เครื่องบูชา ทุก อย่าง จะ ต้อง ถูก ชำระ ด้วย เกลือ
50
เกลือ เป็น ของดี แต่ ถ้า เกลือ หมด รส เค็ม แล้ว จะ ทำให้ กลับ เค็ม อีก อย่างไร ได้ ท่าน ทั้งหลาย จง มี เกลือ ใน ตัว และ จง อยู่ สงบ สุข ซึ่ง กันและกัน "
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 10 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16