bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Exodus 10
Exodus 10
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 9
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 11 →
1
พระยะโฮวาจึงตรัสแก่โมเซว่า, “จงเข้าไปหาฟาโรอีก: เพราะเราได้ให้ใจของฟาโรและใจของข้าราชการแข็งกะด้างไป, เพื่อจะแสดงการณ์สำคัญ; ของเราในท่ามกลางเขา,
2
เพื่อเจ้าจะได้เล่าการณ์สำคัญที่เราได้กระทำ ณ ประเทศอายฆุบโตให้ลูกหลานฟัง, คือการณ์สำคัญซึ่งเราได้สำแดงท่ามกลางเขานั้น; เพื่อเจ้าทั้งหลายจะได้รู้ว่าเราคือยะโฮวา.”
3
โมเซและอาโรนจึงได้เข้าไปเฝ้ากษัตริย์ฟาโรทูลว่า, “พระยะโฮวา, พระเจ้าแห่งชาติเฮ็บราย, ได้ตรัสดังนี้ว่า, ‘ฟาโรจะขัดขืนไม่ยอมอ่อนน้อมต่อเรานานไปสักเท่าใด? จงปล่อยพลไพร่ของเราให้ไปปรนิบัติเรา.
4
ถ้าแม้ยังไม่ยอมปล่อยให้พลไพร่ของเราไป, พรุ่งนี้เราจะให้ตั๊กแตนเข้ามาทั่วอาณาเขตต์:
5
ฝูงตั๊กแตนนั้นจะปกคลุมทั่วไปจนแลไม่เห็นพื้นดิน: และสิ่งที่เหลืออยู่จากลูกเห็บ, และต้นไม้ของท่านทุกต้นซึ่งงอกขึ้นในทุ่งนานั้น, มันจะกินเสียหมด.
6
มันจะเข้าไปในราชสำนัก, ในเรือนของข้าราชการและในเรือนของชาติอายฆุบโตจนเต็มหมด; ซึ่งบิดาและปู่ทวด, ตั้งแต่เกิดมาจนบัดนี้, ไม่เคยได้เห็นเลย.” โมเซก็หันหน้าออกไปจากกษัตริย์ฟาโร.
7
ฝ่ายข้าราชการได้ทูลกษัตริย์ฟาโรว่า, “คนนี้จะเป็นบ่วงแร้วดักเรานานไปสักเท่าไร? ขอทรงพระกรุณาโปรดปล่อย คนเหล่านั้นให้ไปปรนนิบัติพระยะโฮวาพระเจ้าของเขาเถิด: พระองค์ยังไม่ทรงทราบอีกหรือว่าประเทศอายฆุบโตพินาศเสียแล้ว?”
8
กษัตริย์ฟาโรจึงรับสั่งให้โมเซและอาโรนเข้ามาเฝ้าอีก: จึงตรัสว่า, “จงไปปรนนิบัติพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า; แต่จะเอาใครไปบ้าง?”
9
โมเซทูลว่า, “ข้าพเจ้าจะต้องพากันไปทั้งคนหนุ่มคนแก่; บุตรชายกับบุตรหญิง, และฝูงสัตว์ทั้งใหญ่ทั้งเล็ก, เพราะข้าพเจ้าทั้งหลายต้องทำการเลี้ยงประกอบพิธีนมัสการแด่พระยะโฮวา.”
10
กษัตริย์ฟาโรจึงตรัสแก่เขาทั้งสองว่า, “ถ้าแม้จะให้เรายอมให้เจ้ากับบุตรไปด้วยกัน, ก็ให้พระยะโฮวาเข้าข้างพวกเจ้าเถิด: ระวังตัวให้ดีเถอะ, เจ้ากำลังมุ่งไปในทางทุจจริตเสียแล้ว,
11
อนุญาตไม่ได้: พาฉะเพาะแต่ผู้ชายไปปรนนิบัติพระยะโฮวา, ตามที่เจ้าได้ขอไว้นั้นแหละได้.” แล้วโมเซกับอาโรนก็ถูกขับไล่ให้ออกไปเสียจากพระพักตรฟาโร
12
พระยะโฮวาจึงตรัสแก่โมเซว่า, “จงเหยียดมือออกเหนือประเทศอายฆุบโต, เพื่อจะให้ฝูงตั๊กแตนขึ้นมาบนพื้นแผ่นดินประเทศอายฆุบโต, จะได้กินผักทุกอย่างทั่วไป, ซึ่งเหลือจากการทำลายของลูกเห็บนั้น,”
13
โมเซจึงยื่นไม้เท้าออก, แล้วพระยะโฮวาก็ทรงบันดาลให้ลมตะวันออกพัดมาเหนือพื้นแผ่นดินทั้งกลางวันและกลางคืนตลอดวันนั้น; ครั้นเวลารุ่งเช้า ลมตะวันออกก็ได้พัดหอบฝูงตั๊กแตนมา.
14
ฝูงตั๊กแตนนั้นได้ขึ้นไปจับอยู่ทั่วตลอดประเทศอายฆุบ- โต; เป็นภัยร้ายแรงนัก; แต่ก่อนมาตั๊กแตนอย่างนี้ไม่เคยมีเลย, และต่อไปข้างหน้าจะหามีอย่างนั้นอีกไม่.
15
มันได้ปกปิดพื้นแผ่นดินจนแลมืดไป; ได้กินผักและผลไม้ทุกอย่าง, ซึ่งเหลือจากลูกเห็บทำลายเสียนั้น: ผักหญ้าสด, หรือต้นผลไม้ตามทุ่งนา, ไม่มีเหลือเลยตลอดทั่วประเทศอายฆุบโต
16
ครั้งนั้นกษัตริย์ฟาโรได้รีบมีรับสั่งให้หาโมเซและอาโรนเข้าเฝ้า; จึงตรัสว่า, “เราได้ทำผิดต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า, และต่อเจ้าทั้งสองด้วย.
17
ขอเจ้าจงยกโทษความผิดให้เราครั้งนี้อีกครั้งเดียว; จงวิงวอนขอพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า, เพื่ออย่างน้อยพระองค์จะได้ทรงโปรดบันดาลให้ภัยพิบัตินี้พ้นไปจากเรา.”
18
โมเซก็ออกไปจากเฝ้าฟาโรทูลอธิษฐานพระยะโฮวา.
19
ฝ่ายพระยะโฮวาทรงบันดาลให้ลมกล้าพัดกลับมาแต่ทิศตะวันตก, หอบฝูงตั๊กแตนไปตกในทะเลแดง, จนไม่มีเหลือสักตัวเดียวตลอดอาณาเขตต์อายฆุบโต.
20
แต่พระยะโฮวาได้ทรงให้พระทัยของกษัตริย์ฟาโรแข็งกะด้างไปอีก, ไม่ยอมปล่อยชาติยิศราเอลไป
21
พระยะโฮวาจึงตรัสแก่โมเซว่า, “จงชูมือของเจ้าขึ้น, จะเกิดมีความมืดทึบทั่วประเทศอายฆุบโต.”
22
โมเซจึงชูมือขึ้น, แล้วก็เกิดมีความมืดทึบทั่วไปในประเทศอายฆุบโตตลอดสามวัน;
23
เขามิได้เห็นซึ่งกันและกัน, ไม่มีใครลุกขึ้นไปจากที่ตลอดสามวัน: ฝ่ายบรรดาชนชาติยิศราเอลนั้นมีแสงสว่างอยู่ในบ้านเรือนของเขา.
24
กษัตริย์ฟาโรจึงมีรับสั่งให้หาโมเซเข้ามาตรัสว่า, “พวกเจ้าจงไปปรนนิบัติพระยะโฮวาพร้อมทั้งบุตรทั้งหลายของเจ้าได้; เว้นแต่ให้ละฝูงสัตว์ทั้งใหญ่ทั้งเล็กไว้.”
25
ฝ่ายโมเซจึงทูลว่า, “ต้องโปรดประทานให้มีเครื่องบูชายัญและบูชาเพลิงติดมือไปด้วย; เพื่อข้าพเจ้าจะได้บูชาแด่พระยะโฮวาพระเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย.
26
ฝูงสัตว์ของข้าพเจ้านั้นต้องนำไปด้วย; ไม่ให้ขาดสักกีบเดียว; เพราะว่าจะต้องเลือกสัตว์จากฝูงเหล่านั้นบูชายัญแด่พระยะโฮวาพระเจ้าของข้าพเจ้า; ข้าพเจ้ายังไม่ทราบว่าจะต้องการสัตว์ใดบูชายัญแด่พระองค์, กว่าจะไปถึงที่นั่นแล้ว.”
27
แต่พระยะโฮวาได้ทรงให้พระทัยกษัตริย์ฟาโรแข็งกะด้างไม่ยอมปล่อยเขาไป.
28
กษัตริย์ฟาโรได้รับสั่งแก่โมเซว่า, “ไปให้พ้น, จงระวังตัวให้ดีเถอะ, อย่าได้มาเห็นหน้าของเราอีกเลย; เพราะถ้าเจ้าเห็นหน้าเราในวันใด, เจ้าก็จะต้องตายในวันนั้น.”
29
โมเซจึงทูลว่า, “ท่านได้ตรัสถูกแล้ว; ข้าพเจ้าจะไม่มาเห็นพระพักตรของพระองค์อีกเลย.”
← Chapter 9
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 11 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40