bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Exodus 34
Exodus 34
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 33
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 35 →
1
ฝ่ายพระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า, “จงสะกัดศิลาอีกสองแผ่นเหมือนเดิมนั้น: แล้วเราจะจารึกคำซึ่งอยู่ในแผ่นเดิมที่เจ้าได้ทำแตกนั้น.
2
จงเตรียมให้พร้อมทันเวลาพรุ่งนี้เช้า, แล้วจงขึ้นมาบนภูเขาซีนายแต่เช้า: จงคอยเฝ้าเราบนยอดภูเขานั้น.
3
อย่าให้ผู้ใดขึ้นมาด้วย, และอย่าให้มีผู้ใดมาอยู่ทั่วบริเวณภูเขา: อย่าให้ฝูงโคฝูงแกะกินหญ้าอยู่หน้าภูเขานี้เลย.”
4
ฝ่ายโมเซจึงสะกัดศิลาสองแผ่นตามอย่างเดิม; แล้วท่านก็ตื่นแต่เช้าขึ้นไปบนภูเขาซีนาย, ถือศิลาสองแผ่นตามรับสั่งของพระเจ้า.
5
ฝ่ายพระยะโฮวาได้เสด็จลงมาในเมฆทรงยืนอยู่กับโมเซ, และประกาศพระนามพระยะโฮวา.
6
พระยะโฮวาได้เสด็จผ่านไปข้างหน้าท่าน มีพระสุระเสียงประกาศว่า, “พระยะโฮวาๆ พระเจ้าผู้ทรงเมตตากรุณา, ผู้ทรงอดพระทัยได้นาน, และบริบูรณ์ด้วยความดีและความจริง;
7
ผู้ทรงเมตตาต่อมนุษย์ถึงหลายพันชั่วอายุคน, ผู้ทรงโปรดยกความชั่วการล่วงละเมิดและบาปของเขา; แต่ไม่ทรงเมตตาผู้เจตนาประพฤติชั่วและให้สืบเนื่องโทษจากบิดาถึงลูกหลานจนถึงสามสี่ชั่วอายุคน.”
8
ฝ่ายโมเซจึงรีบซบหน้าลงถึงดินนมัสการ;
9
แล้วจึงทูลว่า, “โอพระยะโฮวาพระเจ้าข้า, ถ้าแม้ข้าพเจ้าได้รับความเมตตาฉะเพาะพระเนตรพระองค์, ขอพระองค์ได้โปรดเสด็จไปท่ามกลางพวกข้าพเจ้า; เพราะว่าพวกนั้นเป็นพวกคอแข็ง; แล้วขอพระองค์ได้โปรดยกบาปโทษของพวกข้าพเจ้า, และโปรดรับพวกข้าพเจ้าเป็นมฤดกของพระองค์.”
10
ฝ่ายพระยะโฮวาตรัสว่า, “นี่แหละเราจะทำคำสัญญาต่อกันไว้: เราจะทำอัศจรรย์ต่อหน้าพลไพร่ของเจ้า, ซึ่งไม่มีผู้ใดได้กระทำในประเทศใดทั่วพิภพ, และพลไพร่ทั้งปวงซึ่งเจ้าอยู่ท่ามกลางเขานั้นจะได้เห็นกิจการของพระยะโฮวา; เพราะการซึ่งเราจะทำต่อหน้าพวกเจ้าจะเป็นที่น่ากลัวยิ่งนัก.
11
จงถือตามคำซึ่งเรามีรับสั่งต่อเจ้าในเวลานี้. นี่แหละเราจะไล่ชนชาติอะโมรี, ชนชาติคะนาอัน, ชนชาติพะริซี, ชนชาติฮีวีและชนชาติยะบูศไปจากหน้าของเจ้า.
12
จงระวังตัวให้ดีอย่าทำไมตรีกับชาวประเทศที่เจ้าจะไปถึงนั้น, เกรงว่าจะเป็นบ่วงแร้วดักพวกเจ้า.
13
แต่เจ้าทั้งหลายจงทำลายแท่นบูชาและทุบศิลาเหลี่ยมเคารพของเขาให้แหลกละเอียด, และหักเสาเคารพของเขานั้นลงเสีย.
14
ส่วนพวกเจ้าอย่าได้นมัสการพระอื่นเลย; เพราะพระยะโฮวาผู้ทรงนามว่าหวงแหน, เป็นพระเจ้าผู้หวงแหน.
15
เกรงว่าเจ้าจะทำไมตรีกับชาวต่างประเทศนั้น, และเมื่อเขาไปลักลอบร่วมใจกับรูปเคารพของเขา, และบูชายัญแก่รูปเคารพนั้น, เขาจะเชิญพวกเจ้าไปร่วมด้วย, และพวกเจ้าจะไปกินของที่เขาบูชานั้น.
16
เกรงว่าเจ้าจะรับบุตรหญิงของเขามาเป็นภรรยาของบุตรชายของเจ้า, และบุตรหญิงของเขานั้นจะไปลักลอบร่วมใจกับรูปเคารพของเขา, และชักชวนให้บุตรชายของเจ้าไปลักลอบร่วมใจกับรูปเคารพนั้นด้วย.
17
เจ้าอย่าได้หล่อรูปพระไว้บูชาสำหรับตัวเลย.”
18
“เจ้าทั้งหลายจงถือเทศกาลเลี้ยงขนมปังไม่มีเชื้อ. จงกินขนมปังไม่มีเชื้อครบเจ็ดวัน่ตามกำหนดในเดือนอาบิบ, ตามที่เรามีคำสั่งแก่เจ้า; เพราะเจ้าได้ออกจากประเทศอายฆุบโตในเดือนอาบิบ.
19
สรรพทั้งปวงซึ่งได้แหวกครรภ์ครั้งแรก, คือลูกหัวปีตัวผู้ทั้งปวงในฝูงสัตว์ของเจ้า. จะเป็นโคก็ดีแกะก็ดี, เป็นของๆ เรา.
20
ส่วนลูกลาหัวปีนั้นเจ้าจงนำลูกแกะมาไถ่: ถ้าแม้เจ้ามิได้ไถ่ก็จงหักคอมันเสีย. บุตรหัวปีทั้งหลายของพวกเจ้านั้นจะต้องไถ่ด้วย. อย่าให้ผู้ใดมาเฝ้าเรามือเปล่าเลย.”
21
“จงทำการในกำหนดหกวันแต่วันที่เจ็ดจงหยุดพัก: แม้ว่าในฤดูไถนาและฤดูเกี่ยวข้าวก็จงหยุดพัก.
22
จงถือเทศกาลเลี้ยงสัปดาห์, คือการเลี้ยงฉลองผลต้นฤดูเกี่ยวทั้งเทศกาลเลี้ยงฉลองการเก็บผลในปลายปี.
23
ผู้ชายทั้งหลายของพวกเจ้าต้องมาประชุมกันต่อพระพักตรพระยะโฮวาพระเจ้าของชนชาติยิศราเอลปีละสามครั้ง.
24
เพราะเราจะไล่พวกต่างประเทศไปข้างหน้าเจ้า, และจะขยายเขตต์แดนเมืองของเจ้าให้กว้างขวางออกไป: เมื่อพวกเจ้าจะขึ้นไปประชุมต่อพระพักตรพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าปีละสามครั้งนั้น, จะไม่มีใครอยากได้แผ่นดินของเจ้าเลย
25
เลือดบูชายัญอย่าได้ถวายพร้อมกับขนมปังมีเชื้อ; และเครื่องบูชายัญอันเกี่ยวกับเทศกาลเลี้ยงปัศคานั้นอย่าให้เหลือไว้จนถึงวันรุ่งขึ้น.
26
จงคัดผลงามที่สุดในพวกผลต้นฤดูในไร่นามาถวายในโบสถ์พระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า. อย่าต้มเนื้อลูกแพะด้วยน้ำนมแม่ของมันเลย.”
27
ฝ่ายพระยะโฮวาตรัสแก่โมเซอีกว่า, “คำเหล่านี้จงจดไว้; เพราะเราได้ทำสัญญาไมตรีไว้กับเจ้าและพวกยิศราเอลตามข้อความของถ้อยคำเหล่านี้แล้ว.”
28
ฝ่ายโมเซได้เฝ้าพระยะโฮวาอยู่บนภูเขานั้นสี่สิบวันสี่สิบคืน; มิได้รับประทานอาหารหรือน้ำเลย. และโมเซได้จารึกคำสัญญาไมตรีคือพระบัญญัติสิบประการนั้นไว้ที่แผ่นศิลา
29
อยู่มาเมื่อโมเซได้ลงมาจากภูเขาซีนาย, กำลังถือแผ่นศิลาพระบัญญัติสองแผ่น, เวลาที่ลงมาจากภูเขานั้น โมเซก็ไม่ทราบว่าหน้าของตนมีแสงรัศมีเนื่องด้วยพระเจ้าได้ทรงสนทนากับท่าน.
30
เมื่ออาโรนและชนชาติยิศราเอลทั้งปวงได้มองดูโมเซ, ก็เห็นว่าหน้าของท่านมีแสงรัศมี; และเขาก็กลัวไม่กล้าเข้ามาใกล้ท่าน.
31
ฝ่ายโมเซเรียกเขามา: แล้วอาโรนกับคนทั้งปวงผู้ครอบครองพลไพร่ได้กลับมาหาโมเซ, และท่านได้สนทนากับเขา.
32
ภายหลังพวกยิศราเอลได้เข้ามาใกล้, โมเซก็ได้ประกาศคำสั่งทุกข้อที่พระเจ้าได้ตรัสให้ท่านฟังบนภูเขาซีนาย.
33
เมื่อท่านประกาศแล้วก็ได้ใช้ผ้าคลุมหน้าไว้.
34
แต่เมื่อโมเซเข้าไปเฝ้าทูลพระยะโฮวา, ท่านก็ปลดผ้านั้นเสียจนกว่าจะกลับออกมา; แล้วท่านได้ออกมาเล่าให้พวกยิศราเอลฟังตามที่ท่านได้รับคำสั่งมาแล้วนั้น.
35
และพวกยิศราเอลได้เห็นหน้าของโมเซมีแสงรัศมี; ฝ่ายโมเซได้ใช้ผ้าคลุมหน้าท่านไว้อีกจนกว่าจะได้เข้าไปทูลพระองค์
← Chapter 33
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 35 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40