bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Exodus 8
Exodus 8
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 7
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 9 →
1
พระยะโฮวาจึงได้ตรัสแก่โมเซว่า, “จงไปหาฟาโรบอกว่า, ‘พระยะโฮวาได้ตรัสดังนี้ว่า, “จงปล่อยพลไพร่ของเราให้ไปปรนนิบัติเรา.
2
ถ้าแม้ไม่ยอม, เราจะบันดาลให้ฝูงกบขึ้นมาทั่วตลอดอาณาเขตต์ของท่าน:
3
กบนั้นจะเต็มไปทั้งแม่น้ำ, จะขึ้นมาอยู่ในวัง, ในห้องบรรธมและบนแท่นบรรธมของท่าน, ในเรือนข้าราชการ, ที่ตัวพลเมือง, ในเตาปิ้งขนมปัง, และในอ่างขยำขนมปังของท่านด้วย:
4
ฝูงกบนั้นจะขึ้นมาจับอยู่บนกายฟาโร, บนตัวพลเมือง, และบนตัวข้าราชการทั้งปวง.’ ”
5
ฝ่ายพระยะโฮวาได้ตรัสแก่โมเซว่า, “จงบอกแก่อาโรนให้เหยียดมือที่ถือไม้เท้าออกเหนือแม่น้ำ, ลำธาร, และบึง, ให้ฝูงกบขึ้นมาบนแผ่นดินอายฆุบโต.”
6
อาโรนก็ได้เหยียดมือออกเหนือน้ำทั้งหลาย ณ ประเทศอายฆุบโต; ฝูงกบก็ขึ้นมาปกปิดอาณาเขตต์อายฆุบโต.
7
ฝ่ายพวกเล่นกลก็ได้กระทำตามวิธีเล่นกลของเขา, ให้ฝูงกบขึ้นมาบนแผ่นดินนั้นได้เหมือนกัน
8
ครั้งนั้นกษัตริย์ฟาโรทรงเรียกโมเซกับอาโรนมาว่า, “เจ้าทั้งสองจงกราบทูลวิงวอนขอพระยะโฮวาให้ฝูงกบไปเสียจากเรา, และพลเมืองของเรา; แล้วเราจะยอมปล่อยบ่าวไพร่นั้นให้ไปบูชายัญแก่พระยะโฮวา.”
9
ฝ่ายโมเซจึงทูลกษัตริย์ฟาโรว่า, “สุดแล้วแต่พระทัยของท่านที่จะกำหนดเวลาให้ข้าพเจ้าวิงวอนพระเจ้าเพื่อท่าน, เพื่อข้าราชการและพลเมืองของท่าน, ให้กำจัดฝูงกบให้ไปเสียจากพระกายและจากราชสำนักของท่าน, ให้อยู่ฉะเพาะแต่ในแม่น้ำ.”
10
กษัตริย์ฟาโรตรัสตอบว่า, “จงทำให้ทันพรุ่งนี้เถิด.” โมเซจึงทูลว่า, “ขอให้เป็นไปตามคำตรัสนั้นเถิด; เพื่อท่านจะได้ทรงทราบว่า, ไม่มีผู้ใดเหมือนพระยะโฮวาพระเจ้าของข้าพเจ้า.
11
ฝูงกบนั้นจะศูนย์หายไปจากพระกาย, และราชสำนัก, จากข้าราชการ, และพลไพร่ของท่าน; ให้เหลืออยู่ฉะเพาะแต่ในแม่น้ำ.”
12
โมเซกับอาโรนก็ทูลลากษัตริย์ฟาโรไป: แล้วโมเซก็ได้อธิษฐานพระยะโฮวาถึงเรื่องฝูงกบที่พระองค์ได้ทรงบันดาลให้ทรมานกษัตริย์ฟาโรนั้น.
13
ฝ่ายพระยะโฮวาได้ทรงกระทำตามคำอธิษฐานของโมเซ; ฝูงกบเหล่านั้นก็ตายเกลื่อนราชสำนัก, เกลื่อนบ้านเมืองและทุ่งนา.
14
เขาก็เก็บซากกบไว้เป็นกองๆ; แล้วแผ่นดินนั้นก็เหม็นตลบไป.
15
เมื่อกษัตริย์ฟาโรทรงทราบว่าทุกข์ร้ายบรรเทาลงแล้วพระทัยก็กลับแข็งกระด้างไปอีก, ไม่ยอมเชื่อฟังโมเซและอาโรน; ตรงกับคำที่พระยะโฮวาตรัสไว้แล้วนั้น
16
พระยะโฮวาจึงตรัสแก่โมเซว่า, “จงบอกอาโรนให้ยกไม้เท้าขึ้นตีผงคลีดิน, ให้กลายเป็นริ้นทั่วประเทศอายฆุบโต.”
17
แล้วอาโรนได้ยกไม้เท้าตีผงคลีดินตามรับสั่ง, ผงคลีดินทั้งหมดจึงกลายเป็นริ้นตอมตัวมนุษย์และสัตว์ทั้งปวงตลอดประเทศอายฆุบโตนั้น.
18
ฝ่ายพวกเล่ห์กลก็ได้ทำเช่นนั้นตามวิธีเล่นกลของเขาด้วย, เพื่อให้เกิดริ้น, แต่เขากระทำไม่ได้; ริ้นก็ตอมมนุษย์, และสัตว์ทั้งปวง.
19
ขณะนั้นพวกเล่ห์กลได้ทูลกษัตริย์ฟาโรว่า, “เหตุนี้เป็นกิจการแห่งนิ้วพระหัตถ์พระเจ้า:” ฝ่ายกษัตริย์ฟาโรก็มีพระทัยแข็งกระด้างไป, ตามที่นี่พระยะโฮวาตรัสไว้แล้วนั้น; หาเชื่อฟังไม่.”
20
พระยะโฮวาจึงตรัสแก่โมเซว่า, “ในเวลารุ่งเช้าจงลุกขึ้นยืนต่อหน้าฟาโร; ฟาโรจะมายังแม่น้ำ; แล้วจงบอกว่า, ‘พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า, “จงปล่อยพลไพร่ของเราให้ไปปรนนิบัติเรา
21
ถ้าแม้ไม่ปล่อยพลไพร่ของเราไป, เราจะบันดาลให้ฝูงเหลือบตอมพระกายของท่าน, ตอมข้าราชการ, และพลเมืองด้วย: ฝูงเหลือบจะเข้าไปในราชสำนัก, และในเรือนของชาวอายฆุบโต, และตามพื้นดินที่เขาอยู่นั้นจะเต็มไปด้วยฝูงเหลือบ.
22
ในเวลานั้นเราจะแยกเมืองโฆเซ็น, ที่พลไพร่ของเราอาศัยอยู่นั้นออก, มิให้ฝูงเหลือบนั้นอยู่ที่นั่น; เพื่อท่านจะได้รู้ว่าเราคือยะโฮวาสถิตอยู่ในท่ามกลางแผ่นดินโลก.
23
เราจะตั้งเขตต์แดนในระหว่างพลไพร่ของเรากับพลไพร่ของท่านหมายสำคัญนี้จะบังเกิดในวันรุ่งขึ้น.’ ”
24
แล้วพระยะโฮวาก็ได้ทรงกระทำดังนั้น; เหลือบฝูงใหญ่ยิ่งนักได้เข้าไปในราชวังของกษัตริย์ฟาโร, ในเรือนข้าราชการ, และทั่วไปตลอดอาณาเขตต์อายฆุบโต; ประเทศนั้นก็เกิดภัยวิบากเนื่องจากฝูงเหลือบ
25
ฝ่ายกษัตริย์ฟาโรได้ทรงเรียกโมเซและอาโรนมารับสั่งว่า, “จงไปบูชายัญแด่พระเจ้าของเจ้าในเขตต์ประเทศนี้.”
26
โมเซจึงทูลว่า, “ซึ่งจะกระทำดังนั้นหาควรไม่; เพราะข้าพเจ้าทั้งหลายต้องถวายเครื่องบูชายัญแด่พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกข้าพเจ้าตามแบบซึ่งชาวอายฆุบโตถือว่าเป็นที่น่าเกลียด; ถ้าแม้จะถวายเครื่องบูชายัญตามแบบซึ่งเป็นที่เกลียดแก่ชาวอายฆุบโตต่อหน้าเขา, เขาคงจะเอาก้อนหินขว้างพวกข้าพเจ้ามิใช่หรือ?
27
พวกข้าพเจ้าจะเข้าไปในป่าระยะทางสามวัน, บูชายัญแด่พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกข้าพเจ้า, ตามที่พระองค์มีรับสั่งแก่ข้าพเจ้า.”
28
กษัตริย์ฟาโรจึงรับสั่งว่า, “เราจะปล่อยพวกเจ้าไปเพื่อจะได้บูชายัญแด่พระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าในป่า; แต่ว่าพวกเจ้าอย่าไปให้ไกลนัก: จงอธิษฐานพระเจ้าเผื่อเราด้วย.”
29
โมเซจึงทูลว่า, “พอข้าพเจ้ากราบลาไปจากที่เฝ้า, ข้าพเจ้าจะอธิษฐานพระยะโฮวาขอให้ฝูงเหลือบนั้นไปจากพระกาย, ข้าราชการและจากพลเมืองของพระองค์, ในเวลาพรุ่งนี้: แต่ขออย่าทรงทำกลับกลอกต่อไป, คือไม่ทรงยอมปล่อยพลไพร่ให้ไปบูชายัญแด่พระยะโฮวา.”
30
โมเซจึงทูลลาไปจากกษัตริย์ฟาโร, แล้วได้กราบทูลอธิษฐานพระยะโฮวา.
31
โมเซทูลวิงวอนอย่างไร, พระยะโฮวาก็ได้ทรงโปรดให้เป็นไปอย่างนั้น: จึงได้ทรงบันดาลให้ฝูงเหลือบไปเสียจากกษัตริย์ฟาโร, จากข้าราชการและจากพลเมืองของท่าน: มิได้เหลืออยู่สักตัวเดียว.
32
ฝ่ายกษัตริย์ฟาโรก็ได้มีพระทัยแข็งกะด้างในคราวนี้อีกด้วย, มิได้ทรงยอมปล่อยบ่าวไพร่นั้นไป
← Chapter 7
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 9 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40