bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Exodus 14
Exodus 14
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 13
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 15 →
1
พระยะโฮวาจึงรับสั่งแก่โมเซว่า,
2
“จงสั่งชนชาติยิศราเอลให้ย้อนกลับไปหยุดพักที่ตำบลพีฮาฮีโรธ, ซึ่งอยู่ระหว่างกลางหอคอยมีฆดลและทะเล, ตรงหน้าตำบลบาละซะโฟน: แล้วตั้งค่ายตรงนั้นอยู่ใกล้ทะเล.
3
แล้วกษัตริย์ฟาโรจะกล่าวว่า, ‘ชนชาติยิศราเอลหลงติดอยู่ในป่า, ป่านั้นกั้นเขาไว้แล้ว.’
4
และเราจะให้ใจฟาโรแข็งกะด้าง, ให้ไล่ตามไป; แล้วเราจะได้เกียรติยศเพราะกษัตริย์ฟาโร, และเพราะพลโยธาของเขา; ชาวอายฆุบโตจึงจะได้รู้ว่าเราคือยะโฮวา.” เขาก็ได้กระทำตามรับสั่งนั้น.
5
เมื่อกษัตริย์ประเทศอายฆุบโตทราบความว่าพลไพร่ยิศราเอลหนีไปแล้ว: พระทัยของฟาโรและใจของข้าราชการก็เปลี่ยนจากความตั้งใจเดิมที่มีต่อพลไพร่นั้นไปว่า, “ทำไมหนอเราจึงได้ทำเช่นนั้น? ไฉนเราจึงได้ปล่อยพวกยิศราเอลไปจากการปรนนิบัติเราเล่า?”
6
ฝ่ายกษัตริย์ฟาโรก็ให้เตรียมราชรถและนำพลโยธาติดตามไป:
7
ท่านได้เกณฑ์ราชรถรบอย่างดีหกร้อยคัน, กับรถรบหลวงทั้งหลายทั่วประเทศอายฆุบโต, มีนายทหารประจำอยู่ทุกคัน.
8
พระยะโฮวาได้ทรงให้พระทัยของฟาโรกษัตริย์ประเทศอายฆุบโตแข็งกะด้างไป, ท่านจึงได้ไล่ตามชนชาติยิศราเอล: ฝ่ายชนชาติยิศราเอลนั้นก็ยกเดินไปด้วยมีพระหัตถ์อานุภาพอันทรงคุ้มครอง.
9
ชาวอายฆุบโตได้ไล่ตามไป, มีทั้งรถเทียมม้าและทหารม้าและทหารราบทั้งปวงของกษัตริย์ฟาโร, มาทันชนชาติยิศราเอลที่ค่ายตั้งอยู่ริมทะเล, ใกล้ตำบลพีฮาฮีโรธ, ตรงหน้าตำบลบาทะซะโฟน.
10
เมื่อกษัตริย์ฟาโรเข้ามาใกล้, ชาติยิศราเอลก็เงยหน้าแลดูเห็นชนชาติอายฆุบโตติดตามมา, ก็มีความกลัวยิ่งนัก: จึงได้ร้องทูลพระยะโฮวา.
11
เขาได้เรียนโมเซว่า, “หลุมฝังศพในประเทศอายฆุบโตไม่มีหรือท่านจึงได้พาเราออกมาให้ตายในป่ากันดาร? ทำไมหนอท่านจึงได้พาเราออกมาจากประเทศอายฆุบโต?
12
พวกเราได้บอกท่านแล้วแต่ในประเทศอายฆุบโตมิใช่หรือว่า, จงปล่อยให้พวกเราปรนนิบัติชนชาติอายฆุบโตเถิดเพราะการที่จะปรนนิบัติชนชาติอายฆุบโตนั้นก็ดีกว่าที่จะมาตายในป่ากันดาร? ’ ”
13
โมเซจึงเตือนพลไพร่นั้นว่า, อย่ากลัวเลย, จงยืนอยู่นิ่งๆ จะได้เห็นความรอดมาแต่พระยะโฮวา, ซึ่งพระองค์จะทรงประทานแก่เจ้าทั้งหลายในวันนี้: ด้วยชาวอายฆุบโตซึ่งเจ้าทั้งหลายได้เห็นในวันนี้, ตั้งแต่นี้ต่อไปจะไม่ได้เห็นอีกเลย.
14
พระยะโฮวาจะทรงรบแทนเจ้าทั้งหลาย; เจ้าทั้งหลายจงสงบอยู่เถิด.”
15
พระยะโฮวาตรัสแก่โมเซว่า, “เหตุไฉนเจ้าจึงมาร้องทุกข์แก่เรา? จงสั่งชนชาติยิศราเอลให้เดินต่อไปข้างหน้าเถิด.
16
ฝ่ายเจ้าจงยกไม้เท้าของเจ้ายื่นออกไปเหนือทะเล, และทำให้น้ำในทะเลนั้นแหวกออกเป็นช่อง: ชนชาติยิศราเอลจะได้เดินตามช่องบนดินแห้งท่ามกลางทะเล,
17
จงดูเถิด, เราจะให้ใจชนชาติอายฆุบโตแข็งกะด้างไล่ตามมา: และเราจะได้เกียรติยศจากกษัตริย์ฟาโรจากพลโยธา, พลรถและพลม้าของเขา.
18
เมื่อเราได้เกียรติยศจากกษัตริย์ฟาโรและพลรถและพลม้าของเขาแล้ว, ชาวอายฆุบโตจึงจะรู้ว่าเรานี่แหละคือยะโฮวา.”
19
ฝ่ายเทวทูตแห่งพระเจ้าซึ่งนำหน้ากองทัพยิศราเอล, ได้กลับไปอยู่ข้างหลัง; และเสาเมฆซึ่งอยู่ข้างหน้าก็ได้กลับมาตั้งอยู่ข้างหลังเขา:
20
คือเสานั้นได้ตั้งอยู่ระหว่างค่ายของชนชาติยิศราเอลและค่ายของชนชาติอายฆุบโต; เป็นเมฆมืดแก่ชนชาติอายฆุบโต; แต่มีแสงส่องสว่างในเวลากลางคืนแก่ชนชาติยิศราเอล: ทั้งสองฝ่ายมิได้เข้าใกล้กันตลอดเวลากลางคืนนั้น.
21
โมเซได้ยื่นมือออกไปเหนือทะเล; และพระยะโฮวาก็ได้ทรงบันดาลให้มีลมกล้าพัดมาแต่ทิศตะวันออกตลอดคืนวันนั้น, ให้น้ำทะเลไหลกลับและให้ดินแห้งไป; น้ำก็ได้แยกออกจากกัน.
22
ฝ่ายชนชาติยิศราเอลก็พากันเดินไปตามช่องแห้งท่ามกลางท้องทะเล: และน้ำนั้นตั้งเป็นเหมือนกำแพงสำหรับเขาทั้งข้างขวาและข้างซ้าย.
23
ชาวอายฆุบโตก็ได้ไล่ตามไปท่ามกลางทะเล, คือกองม้าและราชรถและพลม้าทั้งปวงของกษัตริย์ฟาโร.
24
อยู่มาในเวลาย่ำรุ่งพระยะโฮวาได้ทอดพระเนตรทะลุเสาไฟและเสาเมฆนั้น, ทรงเห็นพลโยธาของชาวอายฆุบโต, ได้ทรงบันดาลให้กองทัพชาวอายฆุบโตเกิดโกลาหลขึ้น.
25
พระองค์ได้ทำให้ล้อรถนั้นฝืดโคลนจนแล่นไปไม่ใคร่ไหว; ชาวอายฆุบโตจึงพูดกันว่า, “ให้เราหนีไปจากชนชาติยิศราเอลเถิด; ด้วยพระยะโฮวาได้ทรงช่วยเขาต่อสู้กับชาวอายฆุบโต.”
26
ขณะนั้นพระยะโฮวาได้ตรัสแก่โมเซว่า, “จงยื่นมือออกไปเหนือทะเล, ทำให้น้ำทะเลไหลกลับคืนมาท่วมชาวอายฆุบโตทั้งพลรถและพลม้าของเขา.”
27
โมเซจึงยื่นมือออกไปเหนือทะเล: ครั้นรุ่งเช้าทะเลก็ได้ไหลกลับเชี่ยวดังเก่า; ชาวอายฆุบโตก็พากันหนีกระแสน้ำไป; พระยะโฮวาได้ทรงกระทำให้ชาวอายฆุบโตพินาศไปท่ามกลางทะเล.
28
น้ำนั้นก็กลับท่วมพวกพลรถพลมาของกษัตริย์ฟาโร, คือพลโยธาทั้งหมดซึ่งได้ติดตามลงไปในทะเลมิได้เหลือสักคนเดียว.
29
ฝ่ายชนชาติยิศราเอลนั้นได้เดินไปตามช่องดินแห้งท่ามกลางท้องทะเล; ส่วนน้ำทั้งข้างขวาและข้างซ้ายก็ตั้งเป็นเหมือนกำแพง.
30
ในวันนั้นพระยะโฮวาทรงโปรดช่วยพวกยิศราเอลให้รอดจากเงื้อมมือชาวอายฆุบโต; ดังนี้ชนชาติยิศราเอลได้เห็นศพชาวอายฆุบโตเกลื่อนกลาดอยู่ที่ชายทะเล.
31
เมื่อชนชาติยิศราเอลได้เห็นการใหญ่ซึ่งพระยะโฮวาได้ทรงกระทำแก่ชาวอายฆุบโต, เขามีความเกรงกลัวพระยะโฮวา: ได้เชื่อถือพระองค์, และโมเซผู้รับใช้ของพระองค์ด้วย.
← Chapter 13
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 15 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40