bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Genesis 26
Genesis 26
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 25
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 27 →
1
อยู่มาเกิดกันดารอาหารอีกทั่วแผ่นดินนั้นดังคราวอับราฮาม; ยิศฮาคก็ไปที่เมืองฆะรารเฝ้าอะบีเมเลคกษัตริย์ฟะลิศตีม.
2
พระยะโฮวาทรงปรากฏแก่ยิศฮาคตรัสว่า, “อย่าลงไปยังแผ่นดินอายฆุบโตเลย;
3
จงอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่เราสั่งให้เจ้าอยู่นั้น: จงอาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้, เราจึงจะอยู่ด้วย, และจะอวยพรให้เจ้า; ด้วยเมืองเหล่านี้ เราจะมอบให้แก่เจ้าและพงศ์พันธุ์ของเจ้า คำสาบาลที่เราได้ปฏิญาณไว้ต่ออับราฮามบิดาของเจ้านั้นเราจะกระทำให้สำเร็จแน่;
4
เราจะให้วงศ์วานของเจ้ามากทวีขึ้นดุจดาวบนฟ้า; เมืองเหล่านี้ทั้งสิ้นเราจะยกให้พงศ์พันธุ์ของเจ้า, และชาวประเทศต่างๆ ทั่วโลกจะได้พระพรเพราะพงศ์พันธุ์ของเจ้า;
5
เพราะว่าอับราฮามได้เชื่อฟังคำตรัส, ได้รักษาคำสั่งสอน, บัญญัติ, ข้อปฏิบัติ, และกฎหมายของเรา.”
6
ฝ่ายยิศฮาคก็ตั้งอาศัยอยู่ที่เมืองฆะราร.
7
เมื่อชนชาวตำบลนั้นถามถึงภรรยายิศฮาค, ยิศฮาคบอกว่า, “นางเป็นน้องสาว;” เพราะยิศฮาคไม่กล้าบอกว่า, “นางเป็นภรรยา;” เกรงว่าชนชาวตำบลนี้จะฆ่าตัวเสียเพราะอยากได้นางริบะคา, ด้วยนางเป็นคนสวยน่าชม.
8
อยู่มาเมื่อยิศฮาคอยู่ที่นั่นนานแล้ว, อะบีเมเล็คเจ้าเมืองฟะลิศตีมทอดพระเนตรตามช่องพระแกลเห็นยิศฮาคกับนางริบะคาภรรยาหยอกกันอยู่.
9
อะบีเมเล็คจึงรับสั่งให้ยิศฮาคมาเฝ้าตรัสว่า, “นางคนนี้เป็นภรรยาของท่านแน่: ทำไมท่านจึงว่านางเป็นน้องสาวเล่า?” ยิศฮาคทูลว่า, “ด้วยข้าพเจ้าคิดกลัวว่าจะตายเพราะนางนั้น”
10
อะบีเมเล็คจึงตรัสถามว่า, “ท่านได้กระทำอะไรแก่เราดังนี้? น่ากลัวจะมีคนเข้านอนด้วยภรรยาของท่าน, ท่านจะทำให้เกิดโทษแก่พวกเรา.”
11
อะบีเมเลคจึงรับสั่งแก่คนทั้งปวงว่า, “ผู้ใดๆ ถูกต้องคนนี้หรือภรรยาของเขาต้องประหารชีวิตเป็นแน่.”
12
ยิศฮาคก็ทำนาหว่านพืชที่เมืองนั้น. ได้เก็บผลร้อยเท่าในปีนั้น: ด้วยพระยะโฮวาทรงอวยพรให้เขา.
13
ยิศฮาคก็เจริญมากขึ้นทุกทีๆ จนเป็นใหญ่ยิ่ง:
14
มีฝูงแกะฝูงวัวและทาสเป็นอันมาก: ชาวฟะลิศตีมก็อิจฉาท่าน.
15
ส่วนบ่อน้ำทั้งหลายที่ทาสของอับราฮามบิดาได้ขุดไว้คราวก่อน, พวกฟะลิศตีมได้เอาดินถมเสียหมด.
16
อะบีเมเล็คจึงตรัสแก่ยิศฮาคว่า, “เชิญไปอยู่ห่างจากพวกเราเถิด; ด้วยท่านมีกำลังเกินพวกเรามาก.”
17
ฝ่ายยิศฮาคก็ออกจากที่นั่นไปยังตำบลราบในหว่างภูเขาชื่อฆะราร ตั้งทับอาศัยอยู่ที่นั่น
18
ยิศฮาคก็ขุดบ่อน้ำที่เขาขุดไว้แต่คราวอับราฮามบิดา; ครั้นเมื่ออับราฮามสิ้นชีพแล้ว, พวกฟะลิศตีมได้ถมเสีย; แต่ยิศฮาคยังเรียกชื่อบ่อน้ำนั้นตามชื่อที่บิดาได้เรียกไว้.
19
ทาสของยิศฮาคได้ขุดบ่อลงที่ตำบลราบนั้น พบน้ำพุพลุ่งขึ้นมา.
20
พวกเลี้ยงสัตว์ชาวเมืองฆะรารก็มาวิวาทกับคนเลี้ยงสัตว์ของยิศฮาคว่า, “บ่อน้ำนี้เป็นของเรา;” ยิศฮาคจึงตั้งชื่อบ่อน้ำนั้นว่า, เอเซ็ค (วิวาท). เพราะเขาได้วิวาทกันที่นั่น.
21
ยิศฮาคก็ขุดบ่ออีกแห่งหนึ่ง, เขาก็ได้วิวาทกันเพราะบ่อน้ำนั้นอีก: ยิศฮาคจึงเรียกชื่อบ่อน้ำนั้นว่าซิตนา (ต่อสู้)
22
แล้วยิศฮาคก็ไปจากที่นั่น, ขุดบ่อน้ำอีกครั้งหนึ่ง; เขามิได้วิวาทกันเพราะบ่อน้ำนั้น: ยิศฮาคจึงเรียกชื่อบ่อน้ำนั้นว่าระโฮโบธ (ที่กว้างขวาง); แล้วพูดว่า, “พระยะโฮวาให้พวกเรามีที่อยู่กว้างขวาง, และพวกเราจะได้ทวีมากขึ้นในแผ่นดินนี้.”
23
ยิศฮาคก็ออกจากที่นั่นขึ้นไปยังบ้านบะเอระซาบา.
24
ในคืนวันนั้นพระยะโฮวาได้ทรงสำแดงพระองค์แก่ยิศฮาค และตรัสว่า. “เราเป็นพระเจ้าของอับราฮามบิดาของเจ้า; เจ้าอย่ากลัวเลย, ด้วยเราจะอยู่กับเจ้า; เราจะอวยพรให้เจ้า, จะบันดาลให้พงศ์พันธุ์ของเจ้าทวีมากขึ้น. เพราะเห็นแก่อับราฮามทาสของเรา.”
25
ยิศฮาคก็ได้สร้างแท่นบูชานมัสการอธิษฐานออกพระนามพระยะโฮวา, กับตั้งทับอาศัยอยู่: และทาสของยิศฮาคก็ขุดบ่อน้ำขึ้นไว้ที่นั่น
26
ฝ่ายอะบีเมเล็คกับอะฮูซัธขุนนางสนิทและฟีโคลนายทหารได้มาจากเมืองฆะรารหายิศฮาค.
27
ยิศฮาคจึงทูลถามว่า, “เหตุไฉนท่านทั้งหลายพากันมาหาข้าพเจ้า, ด้วยท่านทั้งหลายชังข้าพเจ้า, และได้ขับไล่พวกข้าพเจ้าไปเสียจากพวกท่านแล้ว?”
28
พวกนั้นจึงตอบว่า, “เราเห็นเป็นแน่ว่าพระยะโฮวาทรงสถิตอยู่กับท่าน, จึงพูดว่า ‘ให้เราทำสัญญาไมตรีต่อกัน, ให้เราทั้งสองฝ่ายตั้งสัตย์สัญญาไว้ต่อกันว่า,
29
ท่านจะไม่ทำอันตรายแก่พวกเรา. เช่นพวกเรามิได้ทำอันตรายแก่ท่าน, ทำล้วนแต่การดีเท่านั้น, ทั้งได้ให้ท่านไปเป็นสุขสะบาย: บัดนี้พระยะโฮวาทรงอวยพรให้ท่านแล้ว.’ ”
30
ยิศฮาคก็ทำการเลี้ยง, และเขาทั้งหลายก็พากันรับประทานและดื่ม.
31
ครั้นรุ่งเช้า แล้วเขาทั้งสองฝ่ายก็ลุกขึ้นตั้งสัญญาสาบาลไว้ต่อกัน, แล้วยิศฮาคก็ส่งคนเหล่านั้นไปด้วยความสุข.
32
อยู่มาในวันนั้นเองทาสของยิศฮาคมาเล่าเรื่องบ่อน้ำที่เขาขุดว่าได้พบน้ำแล้ว.
33
ยิศฮาคได้เรียกบ่อน้ำนั้นว่าซะบา (สาบาล): เหตุฉะนี้เขาจึงได้เรียกชื่อบ้านนั้นว่าบะเอระซาบาจนทุกวันนี้
34
ครั้นเอซาวมีอายได้สี่สิบปีแล้วก็ได้รับยูดีธบุตรีของบะเอรีชาติเฮธและบาซะมัธบุตรของเอโลนชาติเฮธเป็นภรรยา.
35
นางเหล่านั้นทำให้ยิศฮาคกับนางริบะคามีใจโศกเศร้านัก
← Chapter 25
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 27 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50