bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Jeremiah 11
Jeremiah 11
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 10
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 12 →
1
นี่เป็นคำที่ได้มาถึงยิระมะยา, มาแต่พระยะโฮวาบอกว่า,
2
เจ้าทั้งหลายจงฟังเอาถ้อยคำแห่งสัญญาไมตรีนี้เถิด, แลจงบอกแก่ผู้ชายทั้งหลายของยะฮูดา, แลแก่ชาวเมืองยะรูซาเลม, แลบอกแก่เขาทั้งปวงว่า,
3
พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกยิศราเอล, ได้ตรัสดังนี้ว่า, คนหนึ่งคนใดที่ไม่ประพฤติตามถ้อยคำทั้งปวงของสัญญานี้, ให้ผู้นั้นเป็นที่แช่งเถิด,
4
คือคำที่เราได้สั่งแก่บิดาใหญ่ของพวกเจ้าทั้งหลายในวันที่เราได้พาเขาออกมาจากประเทศอายฆุบโต, มาแต่ที่หล่อเหล็ก, บอกว่า, จงฟังเสียงของเรา, แลประพฤติตามถ้อยคำทั้งปวงของข้อสัญญานี้, ให้สมแก่บรรดาที่เราได้สั่งพวกเจ้าเถิด.
5
ดังนี้แลพวกเจ้าจะได้เป็นไพร่พลของเรา, แลเราจะเป็นพระเจ้าของพวกเจ้า, เพื่อเราจะได้สำเร็จข้อสบถที่เราได้ตั้งสบถไว้กับปู่ย่าตายายของพวกเจ้า, เพื่อประสงค์จะให้เขาทั้งปวงมีประเทศที่ไหลไปด้วยน้ำนมแลน้ำผึ้ง, เหมือนอย่างทุกวันนี้. ขณะนั้นข้าพเจ้าได้ตอบแก่พระองค์ว่า, ให้เป็นไปดังนั้น, โอ้พระยะโฮวา.
6
ขณะนั้นพระยะโฮวาได้ตรัสแก่ข้าพเจ้าว่า, จงประกาศบรรดาถ้อยคำเหล่านี้ในบ้านเมืองแห่งยะฮูดาแลในถนนทั้งหลายแห่งยะรูซาเลม, บอกว่า, เจ้าทั้งหลายจงฟังถ้อยคำทั้งปวงของข้อสัญญานี้, แลประพฤติตามเถิด.
7
เพราะเราได้ว่ากล่าวแข็งแรงแก่ปู่ย่าตายายของพวกเจ้าในวันที่เราได้พาพวกเขาออกจากประเทศอายฆุบโต, ได้ว่าเขาจนถึงทุกวันนี้, ได้ลุกขึ้นแต่เช้ามืด, (ทุกวัน), แลได้ว่ากล่าวบอกว่า, จงฟังเสียงของเราเถิด.
8
ถึงกระนั้นเขาทั้งปวงหาได้ฟังไม่, แลไม่ได้เงี่ยหูของเขาฟังเลย, แลได้ดำเนินทุกตัวคนในความดื้อใจร้ายของเขา, เหตุดังนี้เรานำบรรดาข้อสัญญานี้, ที่เราได้สั่งให้เขาประพฤติตามนั้น, ให้มาเหนือเขา, แต่เขาทั้งหลายหาได้ตามไม่.
9
แลพระยะโฮวาได้ตรัสแก่ข้าพเจ้าว่า, มีความกบฏเขาได้พบแล้วในท่ามกลางชายตระกูลยะฮูดา, และในท่ามกลางชายเมืองยะรูซาเลม.
10
เขาทั้งปวงได้หันกลับไปถึงความอสัตย์อธรรมของบิดาเดิมของเขา, ได้ขัดขวางไม่ตามถ้อยคำทั้งหลายของเรา, แลเขาได้ไปตามพระอื่นทั้งหลาย, เพื่อจะได้ปรนนิบัติพระเหล่านั้น. ครอบครัวของยิศราเอล, แลครอบครัวของยะฮูดาได้หักความไมตรีสัญญา, ที่เราได้ทำให้แก่บิดาของเขานั้นเสียแล้ว.
11
เหตุฉะนี้พระยะโฮวาได้ตรัสดังนี้ว่า, นี่แน่ะ, เราจำนำความร้ายมาเหนือพวกเขา, ที่เขาจะไม่อาจพ้นได้, แลแม้นเขาทั้งปวงจะร้องทุกข์แก่เรา, เราจะไม่ฟังเขา.
12
ขณะนั้นบ้านเมืองแห่งตระกูลยะฮูดาแลชาวเมืองยะรูซาเลมทั้งปวงจะไปร้องทุกข์แก่พระทั้งหลาย, ที่เขาเคยไปบูชาเครื่องหอมนั้น, แต่พระเหล่านั้นจะไม่ช่วยเขาสักนิดในเวลาที่เกิดความร้ายนั้น.
13
ด้วยว่า, โอ้ยะฮูดา, พระทั้งหลายของเจ้านับมากเหมือนบ้านเมืองของเจ้า, แลเจ้าได้ตั้งแท่นเพื่อจะบูชาแก่สิ่งอันน่าอายนั้น, คือแท่นทั้งหลายสำหรับจะเผาเครื่องหอมแก่บาละนั้น, มากนับได้เสมอถนนทั้งปวงในเมืองยะรูซาเลม.
14
เหตุดังนี้เจ้าอย่าอ้อนวอนเพื่อไพร่พลเหล่านี้, แลอย่ายกเสียงร้องหรือเสียงอ้อนวอนเพราะเขาเลย, ด้วยว่าเราจะฟังเขาในเวลาที่เขาจะร้องทุกข์แก่เราเพราะความร้ายของเขานั้น,
15
ผู้ที่เราได้รักนั้นมีธุระอะไรในเรือนของเราเล่า, เพราะนางนั้นได้เล่นชู้ด้วยคนมากมาย, แลเนื้ออันบริสุทธิ์นั้นได้ไปจากตัวเจ้าเสียแล้วเมื่อเจ้าได้กระทำชั่ว, ขณะนั้นเจ้าได้ชื่นใจ.
16
พระยะโฮวาได้ร้องเรียกชื่อของเจ้าว่า, เป็นต้นเอลายโอนเขียวสดงามแลเกิดผลดี. เขาได้ก่อไฟบนต้นเอลายโอนนั้นด้วยอื้ออึงของโกลาหลใหญ่, แลกิ่งทั้งหลายแห่งต้นนั้นหักลงเสียแล้ว.
17
เพราะพระยะโฮวาเจ้าของพลโยธาทั้งหลาย, ผู้ที่ได้ปลูกเจ้านั้น, ได้ประกาศความร้ายต่อสู้เจ้า, เพราะความร้ายซึ่งครอบครัวยะฮูดา, ที่เขาทั้งปวงได้กระทำต่อสู้ตัวของเขาเอง, เพื่อจะได้ยุยงเราถึงความพิโรธ, เพราะการที่บูชาเครื่องหอมแก่บาละนั้น.
18
แลพระยะโฮวาได้ประทานความรู้แก่ข้าพเจ้าแลข้าพเจ้าจึงรู้ได้. ในขณะนั้นพระองค์ได้ตรัสสำแดงซึ่งเขาทั้งปวงได้ทำนั้นให้ข้าพเจ้าเห็น.
19
ส่วนข้าพเจ้าได้เป็นเหมือนอย่างลูกแกะตัวหนึ่ง, หรือวัวตัวผู้ตัวหนึ่ง, ซึ่งต้องพามาถึงที่ฆ่า, แลข้าพเจ้าไม่ได้รู้ที่เขาได้คิดอ่านความร้ายต่อสู้ข้าพเจ้าว่า, ให้พวกเราทำลายต้นไม้ทั้งผลไม้นั้นด้วย, แลให้เราทั้งหลายตัดเขาขาดออกจากแผ่นดินแห่งสัตว์เป็นเถิด, เพื่อชื่อของเขาจะไม่เป็นที่ระลึกอีกเลย,
20
แต่ว่า, โอ้พระยะโฮวาเจ้าของพลโยธาทั้งหลาย, ผู้ที่ได้พิพากษาโดยความสัตย์ธรรม, แลได้ไล่เลียงเครื่องในแลหัวใจ, ชื่อให้ข้าพเจ้าเห็นความพิโรธของพระองค์ด้วยว่าข้าพเจ้าได้บอกความของข้าพเจ้าให้แก่พระองค์แล้ว.
21
เหตุฉะนี้พระยะโฮวาได้ตรัสดังนี้ว่า ด้วยพวกชายของเมืองอะนาโธธที่ได้เสาะหาชีวิตของเจ้าว่า, เจ้าอย่าได้ทำนายความในนามพระยะโฮวา, เพื่อเจ้าจะไม่ถึงตายด้วยมือของพวกเรา,
22
เหตุฉะนี้พระยะโฮวาเจ้าของพลโยธาทั้งหลายได้ตรัสดังนี้ว่า, นี่แน่ะ, เราจะลงโทษแก่เขาทั้งปวง, พวกคนหนุ่มเหล่านั้นจะตายด้วยกะบี่, ฝูงลูกผู้ชายแลฝูงลูกหญิงของเขาจะตายด้วยความอดอยาก.
23
แลจะไม่มีเหลือเศษของเขา, เพราะเราจะทำความร้ายเหนือพวกชายของเมืองอะนาโธธนั้น, คือในปีที่สำหรับลงโทษแก่เขานั้น.
← Chapter 10
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 12 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52