bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Jeremiah 35
Jeremiah 35
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 34
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 36 →
1
เป็นคำซึ่งมาถึงยิระมะยาแต่พระยะโฮวา, ในคราวที่ยะโฮยาคิมบุตรของโยซียา, กษัตริย์เมืองยะฮูดา, บอกว่า,
2
จงไปถึงตระกูลพวกเรคาบ, แลกล่าวคำแก่เขาทั้งปวง, แลพาเขาเข้ามาในวิหารแห่งพระยะโฮวา, ในห้องข้างบนห้องหนึ่ง, แลให้เขาทั้งปวงกินน้ำองุ่น.
3
ขณะนั้นข้าพเจ้าจึงเอายาซันยาบุตรของยิระมะยา, ผู้เป็นบุตรฮะบาซันยา, แลเอาพวกพี่น้องของเขา, ทั้งบรรดาลูกชายของเขา.
4
แลตระกูลเรคาบทั้งหมด, แลข้าพเจ้าได้พาเขาทั้งปวงเข้าไปในวิหารแห่งพระยะโฮวา, ในห้องชั้นบนที่ฮานาผู้เป็นบุตรยิกฆัลยาอยู่เป็นคนแห่งพระเจ้า, ที่ได้อยู่ในห้องชั้นบนริมห้องพวกเจ้า, ซึ่งอยู่บนห้องมาเซยาบุตรของซาลุมผู้เป็นนายประตู.
5
แลข้าพเจ้าเอาหม้อหลายหม้อที่เต็มด้วยน้ำองุ่น, แลถ้วยด้วยมาตั้งตรงหน้าพวกบุตรชายแห่งตระกูลเรคาบ. แลข้าพเจ้าบอกเขาทั้งปวงว่า, เชิญพวกเจ้ากินน้ำองุ่นนี้เถิด.
6
แต่เจ้าทั้งหลายได้ตอบว่า, พวกเราจะได้กินน้ำองุ่นหามิได้, เพราะโยนาดาบบุตรชายแห่งเรคาบบิดาของข้าพเจ้า, ได้สั่งแก่ข้าพเจ้าว่า, เจ้าทั้งหลายอย่าได้กินน้ำองุ่นเลย.
7
พวกเจ้าก็ดี, พวกลูกหลานของเจ้าก็ดี, ต่อไปเป็นนิตย์แลอย่าให้พวกเจ้าสร้างเรือนก็ดี, หว่านพืชก็ดี, หรือปลูกสวนต้นองุ่น, หรือเป็นเจ้าของสวนองุ่นเลย, แต่เจ้าทั้งหลายจงอาศัยอยู่ในพลับพลาจนตลอดปีเดือนของพวกเจ้า, เพื่อเจ้าทั้งหลายจะได้มีอายุยืนนานในประเทศที่พวกเจ้าได้อยู่เป็นคนต่างประเทศนั้น.
8
ดังนี้และพวกข้าพเจ้าได้ฟังเสียงของโยนาดาบบุตรชายของเรคาบผู้เป็นบิดาของพวกข้าพเจ้าตามบรรดาคำที่ท่านได้สั่งกำชับพวกข้าพเจ้า, เพื่อจะไม่ให้กินน้ำองุ่นจนตลอดชั่วอายุพวกข้าพเจ้า, คือพวกข้าพเจ้าก็ดี, ภรรยาพวกข้าพเจ้าก็ดี, บุตรชายพวกข้าพเจ้าก็ดี, ลูกหญิงพวกข้าพเจ้าก็ดี,
9
แลไม่ได้ปลูกเรือนสำหรับพวกข้าพเจ้าจะอาศัยอยู่, แลพวกข้าพเจ้าไม่มีสวนองุ่น.
10
ไม่มีไร่นา, แลไม่มีเม็ดพืช, แต่ข้าพเจ้าทั้งหลายอาศัยอยู่ในพลับพลา, แลได้ฟัง, แลได้ประพฤติตามบรรดาคำสั่งสอนที่โยนาดาบบิดา (ใหญ่) ของพวกข้าพเจ้าได้สั่งแก่พวกข้าพเจ้านั้น.
11
แต่มีเหตุเกิดมาเมื่อนะบูคัศเนซัรกษัตริย์บาบูโลนขึ้นมาในประเทศนี้แล้ว, ข้าพเจ้าทั้งหลายพูดกันว่า, มาเถิด, ให้พวกเราไปถึงเมืองยะรูซาเลมด้วยกลัวกองทัพแห่งเคเซ็ด, แลกลัวทัพของชาวซุเรีย, พวกข้าพเจ้าจึงกำลังอาศัยอยู่ที่เมืองยะรูซาเลม
12
ขณะนั้นคำแห่งพระยะโฮวามาถึงยิระมะยาว่า,
13
พระยะโฮวาแห่งพลโยธาทั้งหลาย, ผู้เป็นพระเจ้าของยิศราเอล, ได้ตรัสดังนี้ว่า, จงไปบอกแก่ชายแห่งยะฮูดา, แลชาวเมืองยะรูซาเลมว่า, เจ้าทั้งหลายจะไม่รับคำสั่งสอนเพื่อจะได้ฟังคำโอวาทของเราหรือ, พระยะโฮวาได้ตรัส.
14
คำสั่งสอนของโยนาดาบบุตรของเรคาบ, ที่เขาได้สั่งพวกบุตรไม่ให้ดื่มน้ำองุ่นนั้น, ก็สำเร็จแล้ว, ด้วยว่าจนถึงทุกวันนี้พวกบุตรของเขาก็มิได้กินน้ำองุ่น, แต่ได้ประพฤติตามคำที่บิดาเขาสั่งไว้. ฝ่ายเราได้บอกแก่พวกเจ้า, แลได้ตื่นขึ้นแต่เช้าแลได้อุสส่าห์สั่งสอนอยู่, แต่เจ้าทั้งปวงหาได้ยินฟังคำเราไม่.
15
เราได้ใช้แต่บรรดาคนทำนายเป็นคนรับใช้ของเรา, ให้ไปถึงพวกเจ้าด้วย, อุสส่าห์ตื่นขึ้นแต่เช้าแลใช้เขาให้ไปบอกว่า, เจ้าทั้งหลายจงหันกลับจากทางชั่วของตัวทุกตัวคน, แลดัดแปลงการประพฤติทั้งหลายของตน, แลอย่าไปตามพวกพระอื่นเพื่อจะได้ปรนนิบัติมันเลย, แลเจ้าจึงจะได้อาศัยอยู่ในประเทศ, ซึ่งเราจะได้ยกมอบไว้แก่พวกเจ้าแลพวกบิดาของเจ้า, แต่เจ้าทั้งหลายหาได้เงี่ยโสตของพวกเจ้าลงไม่, แลหาได้ฟังเราไม่.
16
เพราะพวกบุตรของโยนาดาบบุตรของเรคาบได้ประพฤติตามคำสั่งของบิดาเขา, ที่บิดาสั่งสอนเขานั้น, แต่ไพร่พลเหล่านี้หาได้ฟังเราไม่,
17
เหตุฉะนี้พระยะโฮวา, เป็นพระเจ้าแห่งพลโยธาทั้งหลาย, เป็นพระเจ้าของยิศราเอล, ได้ตรัสดังนี้ว่า, นี่แน่ะ, เราจะเอาแต่บรรดาความร้ายที่เราได้ประกาศไว้ต่อสู้เขาทั้งปวงนั้นจะนำมาเหนือเมืองยะฮูดาแลเหนือบรรดาชาวยะรูซาเลม. (จะทำดังนั้น) เพราะเราได้บอกแก่เขาทั้งปวง, แลเขาไม่ได้ยินฟัง, แลเราได้ร้องเรียกเขาทั้งหลาย, แต่เขาไม่ขานตอบ.
18
แลยิระมะยาได้บอกแก่ตระกูลเรคาบว่า, พระยะโฮวาแห่งพลโยธาทั้งหลาย, เป็นพระเจ้าของพวกยิศราเอล, ได้ตรัสดังนี้ว่า, เหตุเพราะเจ้าทั้งหลายได้ประพฤติตามคำสั่งสอนของโยนาดาบบิดาของพวกเจ้า, แลได้รักษาแต่บรรดาคำโอวาทของเขา, แลได้กระทำตามบรรดาคำที่บิดาพวกเจ้าได้สั่งนั้น.
19
เหตุฉะนี้พระยะโฮวาแห่งพลโยธาทั้งหลาย, พระเจ้าแห่งยิศราเอลได้ตรัสดังนั้นว่า, โยนาดาบบุตรของเรคาบ, จะไม่ขัดสนด้วยคนชายที่จะยืนขึ้นต่อหน้าเราเป็นนิตย์นิรันดร์เลย
← Chapter 34
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 36 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52
หนังสือแนะนำ
อรรถาธิบาย
อรรถาธิบาย Jeremiah
→
เฝ้าเดี่ยว
คู่มือเฝ้าเดี่ยว Jeremiah
→
รับพระคัมภีร์นี้
พระคัมภีร์ศึกษา (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ )
→