bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Jeremiah 38
Jeremiah 38
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 37
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 39 →
1
ขณะนั้นซะฟัตยาบุตรของมาธาน, แลคะดัลยาบุตรของฟัศฮูร, แลยุคัลบุตรของเซเล็มยา, แลฟัศฮูรเป็นบุตรของมาละคียา, ได้ยินถ้อยคำซึ่งยิระมะยาพูดให้คนทั้งปวงฟังว่า,
2
พระยะโฮวาได้ตรัสดังนี้ว่า, ผู้ใดค้างอยู่ในเมืองนี้จะต้องตายด้วยกะบี่, แลด้วยความอดอยาก, แลด้วยความไข้โรคห่า, แต่ผู้ใดออกไปถึงพวกเคเซ็ดจะได้มีชีวิตอยู่, เพราะเขาได้ชีวิตของตัวไว้เป็นของปล้น, แลเขาจะอยู่ต่อไป.
3
พระยะโฮวาได้ตรัสดังนี้ว่า, เมืองนี้จะต้องมอบไว้ในเงื้อมมือกองทัพกษัตริย์บาบูโลน, แลเขาจะตีเอาได้เป็นแน่.
4
เหตุดังนี้พวกเจ้านายจึงทูลกษัตริย์ว่า, ข้าพเจ้าทั้งหลายขอพระองค์ได้อนุญาตให้คนนี้ต้องโทษถึงตายเถิด, เพราะเจ้าพูดดังนั้นเป็นที่จะให้มือของชายสำหรับข้าศึก, อันตกค้างอยู่ในเมืองนี้, อ่อนกำลังลง, แลจะให้มือบรรดาคนทั้งปวงอ่อนไป. เพราะถ้อยคำที่เขาพูดแก่เขาทั้งหลายนั้น, ด้วยว่าคนนี้ไม่ได้เสาะหาที่จะเป็นประโยชน์แก่ไพร่พลเมือง, แต่ได้เสาะหาที่จะเป็นความอัปยศแก่เขา.
5
ขณะนั้นซิดคียากษัตริย์จึงตรัสว่า, จงดูเถิด, ยิระมะยาอยู่ในมือพวกของเจ้าแล้ว, เพราะกษัตริย์จะทำอะไรขัดขวางแก่เจ้ามิได้.
6
แล้วเขาทั้งหลายก็เอายิระมะยาทิ้งลงในอุโมงค์อันมืดเป็นอุโมงค์ของมาระคียาบุตรของฮามีเล็ก, อันมีอยู่ในบริเวณนั้น. แล้วเขาทั้งปวงเอาเชือกเส้นเล็กๆ หย่อนยิระมะยาลง. แลในอุโมงค์นั้นไม่มีน้ำ, มีแต่โคลน, แลยิระมะยาได้ตกจมอยู่ในโคลนเลนนั้น.
7
แต่เมื่อเอเบ็ดเมเล็กเป็นชาวเมืองอายธิโอบ, แต่พวกขันทีคนหนึ่ง, ที่ได้อยู่ในเรือนกษัตริย์, เขาได้ยินว่าเจ้านายทั้งหลายเอาตัวยิระมะยาหย่อนลงไว้ในอุโมงค์มืดนั้น, กษัตริย์ยังกำลังนั่งอยู่ในประตูเรือนแห่งเบ็นยามิน.
8
เอเบ็ดเมเล็กออกไปจากเรือนกษัตริย์, แลไปทูลแก่กษัตริย์ว่า,
9
ท่านกษัตริย์ผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า, คนเหล่านี้ได้ทำการชั่วในบรรดาการที่เขาได้ทำแก่ยิระมะยาผู้ทำนายนั้น. ซึ่งเขาได้ทิ้งลงไว้ในอุโมงค์มืดนั้น, แลยิระมะยาแทบจะถึงตายด้วยความอดอยากในที่เขาต้องจำอยู่นั้น, เพราะไม่มีขนมในเมืองนี้อีกแล้ว.
10
ขณะนั้นกษัตริย์ก็สั่งเอเบ็ดเมเล็กชาวอายธิโอบว่า, เจ้าจงเอาสามสิบคนแต่ที่นี่ให้ไปกับด้วยเจ้าช่วยยกยิระมะยาผู้ทำนายออกจากอุโมงค์มืดนั้น, กว่าเขาจะตายเถิด.
11
เหตุดังนี้เอเบ็ดเมเล็กจึงจัดแจงพวกชายหลายคนไปด้วยตัว, แล้วเข้าไปในเรือนแห่งกษัตริย์อยู่ข้างฝ่ายใต้ที่ไว้สมบัตินั้น, แล้วก็เอาผ้าท่อนเก่าขี้ริ้ว, ผูกปลายเชือกหย่อนลงไปในอุโมงค์นั้นจนถึงยิระมะยาอยู่.
12
แลเอเบ็ดเมเล็กชาวอายธิโอบบอกยิระมะยาว่า, ท่านจงเอาผ้าขี้ริ้วท่อนเก่านี้ใส่ไว้ในรักแร้ทั้งสองข้างที่ใต้เชือกเส้นเล็กเถิด. ฝ่ายยิระมะยาก็กระทำตาม,
13
ดังนี้และเขาทั้งหลายก็ได้ชักตัวยิระมะยาขึ้นด้วยเชือกเส้นเล็กๆ, เอาตัวเขาออกจากอุโมงค์มืด, แล้วยิระมะยาก็ติดค้างอยู่ในบริเวณคุกนั้น
14
ขณะนั้นซิดคียากษัตริย์ได้ใช้คนไปเอายิระมะยาผู้ทำนายไปเฝ้าท่านในเรือนพระยะโฮวาบนชั้นที่สาม. แล้วกษัตริย์ตรัสแก่ยิระมะยาว่า, เราจะถามเจ้าสักข้อหนึ่ง, เจ้าอย่าได้ปิดบังอำความสิ่งใดไว้จากเราเลย.
15
ขณะนั้นยิระมะยาจึงทูลแก่ซิดคียาว่า, ถ้าข้าพเจ้าจะบอก (ข้อความนั้น) แก่ท่าน, จะไม่ประหารตัวข้าพเจ้าให้ถึงแก่ความตายเป็นแน่หรือ, แลถ้าแม้นข้าพเจ้าจะเตือนสติท่าน, ท่านจะไม่เชื่อฟังข้าพเจ้า.
16
เหตุดังนี้ซิดคียากษัตริย์จึงสาบานตัวแก่ยิระมะยาเป็นความลับว่า, พระยะโฮวาผู้ที่ได้สร้างใจของเราทั้งสองนี้, ได้ทรงชีวิตอยู่มั่นคงฉันใด, เราจะไม่ฆ่าเจ้าให้ถึงตายเลย, และเราจะไม่มอบตัวเจ้าไว้ในมือแห่งคนที่แสวงหาชีวิตของเจ้าฉันนั้น.
17
ขณะนั้นยิระมะยาจึงทูลแก่ซิดคียาว่า, พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งพลโยธาทั้งหลาย, เป็นพระเจ้าแห่งพวกยิศราเอล, ได้ตรัสดังนี้ว่า, ถ้าแม้นท่านจะออกไปหาเจ้านายแห่งกษัตริย์เมืองบาบูโลนเป็นแน่, แล้วท่านจึงจะได้รอดชีวิตของท่าน, แลเมืองนี้จะไม่ต้องเผาผลาญเสียด้วยไฟ, แลท่านจะได้มีชีวิตจำเริญอยู่, กับทั้งครอบครัวของท่าน.
18
ถ้าแม้นท่านไม่ได้ออกไปหาพวกเจ้านายของกษัตริย์เมืองบาบูโลน, แล้วเมืองนี้จะต้องมอบไว้ในมือพวกเคเซ็ด, แลเขาทั้งปวงจะเผาผลาญกรุงนี้เสียด้วยไฟ, แลท่านจะไม่พ้นจากเมืองของเขาไปได้.
19
ส่วนซิดคียากษัตริย์จึงตรัสแก่ยิระมะยาว่า, เรากลัวพวกยูดายที่ได้ต้องตกค้างอยู่กับพวกเคเซ็ด, เกลือกว่าพวกยูดายจะมอบหัวเราไว้ในมือพวกเคเซ็ด, แลเขาทั้งหลายจะล้อเลียนเรา.
20
ฝ่ายยิระมะยาจึงทูลตอบว่า, พวกยูดายจะไม่มอบท่านไว้กับเขาเลย. ข้าพเจ้าจะขอท่านได้ทรงสดับฟังสำเนียงตรัสแห่งพระยะโฮวา, ที่ข้าพเจ้าได้ทูลแก่ท่าน, จึงจะได้บังเกิดความสุขแก่ท่าน, แลชีวิตของท่านจะได้ดำรงอยู่ต่อไป.
21
แต่ทว่าถ้าท่านจะขัดขวางมิได้ออกไป, คำที่พระยะโฮวาได้สำแดงแก่ข้าพเจ้าก็เป็นดังนี้ว่า,
22
นี่แน่ะ, บรรดาพวกผู้หญิงซึ่งค้างอยู่ในเรือนแห่งกษัตริย์ยะฮูดาจะต้องพาออกไปถึงพวกเจ้านายของกษัตริย์บาบูโลน, แลหญิงเหล่านั้นจะบอก (กะทบท่าน) ท่าน, จำพวกผู้สนิทของท่านได้กระทำให้ท่านขัดขวาง, แลเจ้าทั้งหลายได้ชะนะแก่ท่านแล้ว, แลเท้าของท่านก็ซุดจมลงในโคลนเลน, แลจำพวกผู้สนิทนั้นได้หันกลับไปจากท่านเสียแล้ว.
23
แลเจ้าทั้งหลายจะได้พาบรรดาพวกนักสนมของท่านแลบุตราบุตรีของท่านออกมาถึงพวกเคเซ็ด, แลท่านจะพ้นหนีไปจากเมืองของเขามิได้, แต่ท่านจะต้องจับด้วยมือของกษัตริย์บาบูโลน, แลท่านจะเป็นเหตุที่จะให้เมืองนี้ต้องเผาผลาญเสียด้วยไฟ.
24
ขณะนั้นซิดคียาตรัสแก่ยิระมะยาว่า, อย่าให้ผู้ใดรู้ถ้อยคำเหล่านี้, เจ้าจึงจะไม่ต้องตาย.
25
แต่ถ้าว่าพวกเจ้านายได้ยินว่าเราพูดแก่เจ้าแล้ว, แลเขาทั้งปวงมาถึงเจ้า, แลสั่งแก่เจ้าว่า, บัดนี้เจ้าจงบอกแก่พวกเราซึ่งเจ้าได้ทูลแก่กษัตริย์นั้น, อย่าได้ปิดบังจากเราเลย, แลพวกเราจึงจะไม่มอบให้เจ้าตาย, แลจงบอกความซึ่งกษัตริย์ได้ตรัสแก่เจ้าด้วย,
26
ขณะนั้นเจ้าจงบอกแก่เขาทั้งปวงว่า, ข้าพเจ้าได้วางความอ้อนวอนของข้าพเจ้าต่อหน้ากษัตริย์, เพื่อท่านจะไม่ให้ข้าพเจ้ากลับไปยังเรือนโยนาธานให้ตายที่นั่น.
27
แล้วบรรดาพวกเจ้านายมาถึงยิระมะยา, แลไต่ถามเขา (ดังนั้น), แลยิระมะยาจึงบอกเขาทั้งปวงตามบรรดาถ้อยคำที่กษัตริย์ได้สั่งกำชับไว้นั้น. เหตุดังนี้เขาทั้งหลายจะหยุดการที่ไต่ถามแก่ยิระมะยา. เพราะเรื่องความนั้นเจ้าหาได้นึกออกไม่.
28
อาศัยเหตุนี้ยิระมะยาจึงได้ค้างอยู่ในบริเวณคุกนั้น, กว่าวันที่เมืองยะรูซาเลมต้องแตก. แลยิระมะยาได้อยู่ที่นั่น, เมื่อเมืองยะรูซาเลมเสีย (แก่กองทัพเจ้าเมืองบาบูโลน)
← Chapter 37
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 39 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52
หนังสือแนะนำ
อรรถาธิบาย
อรรถาธิบาย Jeremiah
→
เฝ้าเดี่ยว
คู่มือเฝ้าเดี่ยว Jeremiah
→
รับพระคัมภีร์นี้
พระคัมภีร์ศึกษา (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ )
→