bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
Matthew 21
Matthew 21
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 20
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 22 →
1
เมื่อพระเยซูกับพวกสาวกใกล้ถึงกรุงเยรูซาเล็ม ที่หมู่บ้านเบธฟายีบนภูเขามะกอกเทศ พระเยซูส่งสาวกสองคนไป
2
พร้อมสั่งว่า “จงไปที่หมู่บ้านข้างหน้านั้น และเจ้าจะพบแม่ลาตัวหนึ่งผูกอยู่กับลูกของมัน จงแก้เชือกแล้วจูงมาให้เรา
3
ถ้ามีใครพูดอะไร จงบอกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าต้องการลาเหล่านี้ แล้วเขาจะปล่อยให้มาทันที”
4
เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงตามคำกล่าวผ่านทางผู้เผยพระวจนะ
5
“จงบอกบุตรสาวแห่งศิโยนว่า ‘ดูสิ กษัตริย์ผู้อ่อนโยนมาหาเจ้า ท่านนั่งมาบนหลังลา บนลูกลาตัวหนึ่ง’ ”
6
สาวกทั้งสองก็ไปและทำตามที่พระเยซูสั่ง
7
พวกเขาจูงแม่ลากับลูกลามา เอาเสื้อคลุมของตนปูบนหลังลาเหล่านั้นให้พระเยซูนั่ง
8
ฝูงชนจำนวนมากเอาเสื้อคลุมของตนมาปูลงตามทาง บางคนตัดกิ่งไม้มาวาง
9
ทั้งฝูงชนที่นำหน้าและตามหลังโห่ร้องว่า “โฮซันนา แด่บุตรดาวิด ขอพระพรเป็นของพระองค์ผู้มาในนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า โฮซันนาในสวรรค์ที่สูงสุด!”
10
เมื่อพระเยซูเข้าสู่เยรูซาเล็ม ทั่วทั้งกรุงแตกตื่นถามกันว่า “คนนี้คือใคร”
11
ฝูงชนตอบว่า “นี่คือพระเยซู ผู้เผยพระวจนะจากนาซาเร็ธในแคว้นกาลิลี”
12
พระเยซูเข้าไปในบริเวณวิหาร ขับไล่พวกคนที่ซื้อขายของกันที่นั่น พระองค์คว่ำโต๊ะของคนรับแลกเงินและม้านั่งของคนขายนกพิราบ
13
พระองค์พูดกับคนเหล่านั้นว่า “มีคำเขียนไว้ว่า ‘บ้านของเราจะได้ชื่อว่า บ้านแห่งการอธิษฐาน’ แต่พวกเจ้าทำให้กลายเป็น ‘ซ่องโจร’ ”
14
คนตาบอดและคนง่อยมาหาพระเยซูที่วิหาร พระองค์รักษาพวกเขา
15
แต่เมื่อพวกหัวหน้าปุโรหิตกับพวกครูสอนกฎบัญญัติเห็นสิ่งอัศจรรย์ต่างๆ ที่พระองค์กระทำ และที่พวกเด็กๆ โห่ร้องตรงลานวิหารว่า “โฮซันนาแด่บุตรดาวิด” ก็ไม่พอใจ
16
พวกเขาถามพระองค์ว่า “ท่านไม่ได้ยินสิ่งที่เด็กๆ เหล่านี้กำลังพูดกันหรือ” พระเยซูตอบว่า “เราได้ยิน ท่านไม่เคยอ่านพบหรือที่ว่า ‘พระองค์ให้คำสรรเสริญ ออกมาจากริมฝีปากของเด็กและทารก’ ”
17
พระองค์ก็ผละจากพวกเขา และออกจากกรุงไปยังหมู่บ้านเบธานีซึ่งพระองค์ค้างคืนที่นั่น
18
ตอนเช้าตรู่ ขณะกำลังกลับมาที่กรุงเยรูซาเล็มอีกครั้ง พระเยซูรู้สึกหิว
19
พระองค์เห็นต้นมะเดื่ออยู่ริมทางก็เดินเข้าไปใกล้ เมื่อพบว่ามีแต่ใบไม่มีผลจึงพูดว่า “เจ้าจะไม่ออกผลอีกเลย!” ทันใดนั้นต้นมะเดื่อก็เหี่ยวแห้งไป
20
เมื่อพวกสาวกเห็นก็ประหลาดใจพูดว่า “ต้นมะเดื่อเหี่ยวแห้งรวดเร็วเช่นนี้ได้อย่างไร”
21
พระเยซูตอบว่า “เราบอกความจริงว่า ถ้าเจ้ามีความเชื่อและไม่สงสัย ไม่เพียงแค่ทำสิ่งที่เกิดขึ้นกับมะเดื่อต้นนี้ได้ แต่สามารถสั่งภูเขานี้ว่า ‘จงทิ้งตัวลงทะเลไป’ ก็จะเป็นเช่นนั้น
22
ถ้าเจ้าเชื่อ ไม่ว่าอธิษฐานขอสิ่งใดก็จะได้รับ”
23
พระเยซูเข้าไปในบริเวณวิหาร ขณะสั่งสอนอยู่ พวกหัวหน้าปุโรหิตและผู้อาวุโสในหมู่ประชาชนมาถามพระองค์ว่า “ท่านทำสิ่งเหล่านี้ด้วยสิทธิอำนาจใด แล้วใครให้สิทธิอำนาจนี้กับท่าน”
24
พระเยซูตอบว่า “เราจะถามท่านสักข้อเช่นกัน ถ้าท่านตอบ เราก็จะบอกว่าทำสิ่งเหล่านี้ด้วยสิทธิอำนาจใด
25
บัพติศมาของยอห์นมาจากไหน สวรรค์หรือมนุษย์” พวกเขาหารือกันว่า “ถ้าตอบว่า ‘มาจากสวรรค์’ เขาก็จะถามว่า ‘แล้วทำไมท่านไม่เชื่อยอห์น’
26
แต่ถ้าเราตอบว่า ‘มาจากมนุษย์’ เราก็กลัวผู้คนเพราะทุกคนถือว่ายอห์นเป็นผู้เผยพระวจนะ”
27
ดังนั้นพวกเขาจึงตอบว่า “เราไม่รู้” แล้วพระองค์พูดว่า “เราก็จะไม่บอกเช่นกันว่าเราทำสิ่งเหล่านี้ด้วยสิทธิอำนาจใด
28
ท่านคิดอย่างไร ชายคนหนึ่งมีลูกชายสองคน เขาไปหาลูกคนโตและพูดว่า ‘วันนี้ลูกไปทำงานในไร่องุ่นเถิด’
29
ลูกคนนั้นตอบว่า ‘ลูกไม่ไป’ แต่ตอนหลังเปลี่ยนใจและไปทำงาน
30
แล้วพ่อก็ไปหาลูกอีกคนบอกอย่างเดียวกัน ลูกคนนั้นตอบว่า ‘ลูกจะไป’ แต่กลับไม่ไป
31
ถามว่าลูกคนไหนที่ทำตามใจพ่อ” พวกเขาตอบว่า “คนโต” พระเยซูพูดว่า “เราบอกความจริงว่าคนเก็บภาษีและโสเภณีกำลังเข้าอาณาจักรของพระเจ้าก่อนพวกท่าน
32
เพราะยอห์นมาเพื่อชี้ทางชอบธรรมและท่านไม่เชื่อ แต่คนเก็บภาษีและโสเภณีเชื่อ และแม้ได้เห็นสิ่งนี้แล้วท่านก็ยังไม่ยอมกลับใจและเชื่อเขา
33
จงฟังอุปมาอีกเรื่องคือ มีเจ้าของไร่คนหนึ่งที่ทำไร่องุ่น เขาล้อมรั้วรอบไร่ สกัดบ่อย่ำองุ่น และสร้างหอไว้เฝ้า จากนั้นให้คนทำไร่มาเช่า แล้วย้ายไปต่างแดน
34
เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว เขาส่งคนรับใช้ไปหาผู้เช่าเพื่อรับผลผลิตของเขา
35
แต่พวกผู้เช่าจับคนรับใช้ของเขา โดยทุบตีคนหนึ่ง ฆ่าอีกคนหนึ่ง และเอาหินขว้างคนที่สามจนตาย
36
จากนั้นเจ้าของไร่องุ่นจึงส่งคนรับใช้ไปมากกว่าครั้งแรก แต่ก็ถูกพวกผู้เช่าทำร้ายเหมือนเดิม
37
เจ้าของไร่จึงส่งลูกชายไปเป็นคนสุดท้าย และพูดว่า ‘พวกนั้นน่าจะเคารพยำเกรงลูกของเรา ’
38
แต่เมื่อพวกผู้เช่าเห็นว่าเป็นลูกชาย พวกเขาพูดกันว่า ‘นี่ไงทายาท เราฆ่าเขากันเถอะ แล้วก็ยึดมรดก’
39
พวกนั้นจึงจับเขาโยนออกนอกไร่องุ่นแล้วฆ่าทิ้ง
40
ด้วยเหตุนี้ เมื่อเจ้าของไร่องุ่นมา เขาจะทำอะไรกับพวกผู้เช่า”
41
พวกเขาตอบว่า “เขาจะฆ่าพวกคนโหดร้ายนั้นให้ตายอย่างโหดเหี้ยม และให้คนอื่นที่ยอมมอบส่วนแบ่งผลผลิตในฤดูเก็บเกี่ยวมาเช่าไร่องุ่นนี้”
42
พระเยซูพูดว่า “พวกท่านไม่เคยอ่านพระคัมภีร์หรือที่ว่า ‘ศิลาซึ่งช่างก่อได้ทิ้งแล้ว กลับกลายเป็นศิลามุมเอก องค์พระผู้เป็นเจ้าได้กระทำการนี้ ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในสายตาของเรา’
43
ดังนั้น เราบอกว่า อาณาจักรของพระเจ้าจะถูกยึดไปจากพวกท่าน และยกให้แก่ชนชาติที่จะทำให้มันเกิดผล
44
คนใดล้มทับศิลานี้ คนนั้นจะแตกเป็นชิ้นๆ และศิลานี้ล้มทับใคร คนนั้นจะแหลกละเอียด”
45
เมื่อพวกหัวหน้าปุโรหิตกับฟาริสีได้ยินอุปมาเหล่านี้ก็รู้ว่าพระเยซูกำลังพูดถึงพวกตน
46
จึงหาทางจับกุมพระองค์แต่ก็กลัวฝูงชน เพราะผู้คนนับถือว่าพระองค์เป็นผู้เผยพระวจนะ
← Chapter 20
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 22 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28