bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
Matthew 27
Matthew 27
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 26
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 28 →
1
ตอนเช้าตรู่ พวกหัวหน้าปุโรหิตและผู้อาวุโสทั้งหมดในหมู่ประชาชนได้ตกลงกันว่าจะประหารพระเยซู
2
พวกเขามัดพระองค์แล้วนำตัวไปมอบให้ปีลาตผู้ว่าราชการ
3
เมื่อยูดาสคนทรยศพระเยซูเห็นว่าพระองค์ถูกตัดสินลงโทษจึงรู้สึกผิดมาก เขานำเงินสามสิบเหรียญไปคืนพวกหัวหน้าปุโรหิตและผู้อาวุโส
4
เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าทำบาปแล้วด้วยการทรยศทำให้ผู้บริสุทธิ์หลั่งโลหิต” พวกนั้นตอบว่า “แล้วเราเกี่ยวอะไรด้วย นั่นเป็นความรับผิดชอบของเจ้า”
5
ยูดาสจึงขว้างเงินนั้นเข้าไปในวิหาร แล้วออกไปผูกคอตาย
6
พวกหัวหน้าปุโรหิตเก็บเงินมาแล้วกล่าวว่า “ผิดกฎบัญญัติที่จะเก็บเงินนี้เข้าคลังวิหาร เพราะเป็นเงินเปื้อนเลือด”
7
เขาจึงตกลงว่าจะใช้เงินนั้นซื้อที่นาของช่างปั้นหม้อไว้เป็นที่ฝังศพคนต่างด้าว
8
นั่นเป็นสาเหตุให้ที่นาดังกล่าวมีชื่อว่า ที่นาเลือด จนถึงทุกวันนี้
9
แล้วก็เป็นจริงตามที่ผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์กล่าวไว้ว่า “คนเหล่านั้นนำเงินสามสิบเหรียญซึ่งชนอิสราเอลได้ตั้งเป็นค่าตัวของเขา
10
ไปซื้อที่นาของช่างปั้นหม้อตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าสั่งข้าพเจ้าไว้”
11
ขณะที่พระเยซูยืนอยู่ต่อหน้าผู้ว่าราชการซึ่งถามพระองค์ว่า “เจ้าเป็นกษัตริย์ของชาวยิวหรือ” พระเยซูตอบว่า “ท่านว่าอย่างนั้น”
12
เมื่อพระองค์ถูกพวกหัวหน้าปุโรหิตและผู้อาวุโสกล่าวหา พระองค์ไม่ได้ตอบอะไรเลย
13
ปีลาตจึงถามว่า “เจ้าไม่ได้ยินข้อกล่าวหาที่พวกเขาฟ้องเจ้าหรือ”
14
แต่พระเยซูไม่ตอบเลย แม้สักข้อกล่าวหาเดียว ผู้ว่าราชการจึงประหลาดใจยิ่งนัก
15
เป็นธรรมเนียมในเทศกาลนั้นที่ผู้ว่าราชการจะปล่อยตัวนักโทษหนึ่งคนตามที่ประชาชนเลือก
16
เวลานั้นมีนักโทษคดีร้ายแรงชื่อเยซู บารับบัส
17
เมื่อประชาชนมารวมตัวกัน ปีลาตจึงถามว่า “เจ้าต้องการให้เราปล่อยคนไหน เยซูบารับบัสหรือเยซูที่เรียกกันว่าพระเมสสิยาห์”
18
เนื่องจากปีลาตรู้ว่าประชาชนจับพระเยซูมามอบให้เขาเพราะความเห็นแก่ตัว
19
ขณะปีลาตนั่งอยู่บนบัลลังก์พิพากษา ภรรยาของท่านส่งคนมาเรียนว่า “อย่าไปเกี่ยวข้องกับผู้บริสุทธิ์คนนี้เลย เนื่องจากวันนี้ดิฉันฝันร้ายไม่สบายใจมากเพราะท่านผู้นี้”
20
แต่พวกหัวหน้าปุโรหิตและผู้อาวุโสโน้มน้าวฝูงชนให้ขอปีลาตปล่อยบารับบัสและประหารพระเยซู
21
ผู้ว่าราชการถามว่า “พวกเจ้าต้องการให้ปล่อยคนไหนในสองคนนี้” พวกเขาตอบว่า “บารับบัส”
22
ปีลาตถามว่า “แล้วจะให้เราทำอย่างไรกับเยซูที่เรียกกันว่าพระเมสสิยาห์นี้” พวกนั้นทั้งหมดตอบว่า “ตรึงเขาที่ไม้กางเขน!”
23
ปีลาตถามว่า “ทำไม เขาทำผิดคดีอะไร” แต่พวกเขาก็ตะโกนดังขึ้นอีกว่า “ตรึงเขาที่ไม้กางเขน!”
24
เมื่อปีลาตเห็นว่าไม่ได้การ มีแต่จะลุกฮือขึ้น เขาจึงเอาน้ำล้างมือต่อหน้าฝูงชนและกล่าวว่า “เราไม่มีความผิดเรื่องโลหิตของชายผู้นี้ เป็นความรับผิดชอบของพวกเจ้า!”
25
คนทั้งหมดตอบว่า “ให้เลือดของเขาตกอยู่กับเราและลูกหลานเถิด!”
26
แล้วปีลาตจึงปล่อยบารับบัสให้พวกเขา แต่ให้คนโบยตีพระเยซู และมอบตัวให้ไปตรึงที่ไม้กางเขน
27
จากนั้นพวกทหารของผู้ว่าราชการนำพระเยซูเข้าไปในปรีโทเรียม และระดมทหารทั้งกองมารุมล้อมพระองค์
28
พวกเขาเปลื้องเสื้อผ้าของพระองค์ออก แล้วเอาเสื้อคลุมสีแดงเข้มมาสวมให้
29
จากนั้นจึงสานมงกุฎหนามสวมที่ศีรษะและหยิบไม้ใส่มือขวาของพระองค์ พวกเขาคุกเข่าต่อหน้าพระองค์และเยาะเย้ยว่า “ขอให้กษัตริย์ของชาวยิว จงเจริญ!”
30
พวกเขาถ่มน้ำลายใส่พระองค์และเอาไม้นั้นฟาดศีรษะครั้งแล้วครั้งเล่า
31
หลังจากเยาะเย้ยพระองค์จนพอแล้ว พวกเขาก็ถอดเสื้อคลุมนั้นออก และเอาเสื้อผ้าของพระองค์มาสวมให้ จากนั้นนำพระองค์ไปตรึงที่ไม้กางเขน
32
ขณะออกไปก็พบชายคนหนึ่งชาวไซรีนชื่อซีโมน พวกทหารจึงเกณฑ์ให้แบกไม้กางเขนนั้น
33
เมื่อมาถึงที่แห่งหนึ่งซึ่งเรียกว่า กลโกธา (แปลว่า สถานหัวกะโหลก)
34
ก็เอาเหล้าองุ่นผสมน้ำดีรสขมมาให้ แต่หลังจากพระเยซูชิมแล้ว พระองค์ก็ไม่ดื่ม
35
เมื่อตรึงพระองค์ที่ไม้กางเขนแล้ว พวกเขาเอาเสื้อผ้าของพระองค์มาจับฉลากแบ่งกัน
36
และนั่งเฝ้าพระองค์อยู่ที่นั่น
37
เหนือศีรษะของพระองค์มีป้ายเขียนข้อหาว่า “นี่คือเยซูกษัตริย์ของชาวยิว”***
38
โจรสองคนถูกตรึงที่ไม้กางเขนพร้อมกับพระองค์ คนหนึ่งอยู่ข้างขวาและอีกคนอยู่ข้างซ้าย
39
ผู้คนที่ผ่านไปมาต่างส่ายหน้าพูดดูหมิ่นพระองค์
40
ว่า “เจ้าคนที่จะทำลายวิหารแล้วสร้างขึ้นใหม่ในสามวัน จงช่วยตัวเองให้รอด! ลงมาจากกางเขนสิ ถ้าเจ้าเป็นพระบุตรของพระเจ้า!”
41
เช่นเดียวกันพวกหัวหน้าปุโรหิต ครูสอนกฎบัญญัติ และผู้อาวุโสก็เยาะเย้ยพระองค์ว่า
42
“เขาช่วยคนอื่นให้รอดได้ แต่ช่วยตัวเองให้รอดไม่ได้! เขาเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล ให้เขาลงมาจากไม้กางเขนเดี๋ยวนี้สิ แล้วเราจะเชื่อเขา
43
เขาวางใจในพระเจ้า ถ้าพระองค์ยังต้องการเขาอยู่ ก็ให้พระองค์ช่วยเขาตอนนี้สิ เพราะเขาพูดว่า ‘เราเป็นบุตรของพระเจ้า’ ”
44
พวกโจรที่ถูกตรึงพร้อมกับพระองค์ก็พากันพูดดูหมิ่นพระองค์ด้วย
45
ตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงบ่ายสามโมง ก็เกิดความมืดมัวไปทั่วแผ่นดิน
46
ประมาณบ่ายสามโมง พระเยซูร้องเสียงดังว่า “เอลี เอลี ลามา สะบักธานี” แปลว่า “พระเจ้าของข้าพเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้า ทำไมทอดทิ้งข้าพเจ้า”
47
บางคนที่ยืนอยู่ที่นั่น เมื่อได้ยินก็พูดว่า “เขาร้องเรียกเอลียาห์”
48
ทันใดนั้นคนหนึ่งในพวกเขาก็วิ่งไปเอาฟองน้ำจุ่มเหล้าองุ่นเปรี้ยว เสียบไม้ยื่นให้พระเยซูดื่ม
49
คนที่เหลือพูดว่า “อย่าไปยุ่งกับเขา ให้เราดูซิว่าเอลียาห์จะมาช่วยเขาหรือไม่”
50
และเมื่อพระเยซูร้องเสียงดังอีกครั้ง พระองค์ก็สิ้นใจ
51
ขณะนั้น ม่านในวิหารขาดเป็นสองส่วนจากบนลงล่าง เกิดแผ่นดินไหว ศิลาแตกออกจากกัน
52
อุโมงค์วางศพเปิดออกและร่างของบรรดาคนของพระเจ้าที่ตายแล้วก็ฟื้นขึ้นสู่ชีวิต
53
พวกเขาออกมาจากอุโมงค์หลังจากพระเยซูฟื้นขึ้นจากความตาย แล้ว เข้าสู่นครบริสุทธิ์และปรากฏแก่คนเป็นอันมาก
54
เมื่อนายร้อยและทหารที่เฝ้าพระเยซูอยู่ด้วยกัน เห็นแผ่นดินไหวและทุกสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาก็ตกใจกลัวร้องว่า “ท่านผู้นี้เป็นพระบุตรของพระเจ้าอย่างแน่นอน”
55
ผู้หญิงหลายคนอยู่ที่นั่นเฝ้าดูอยู่ห่างๆ พวกเธอติดตามพระเยซูมาจากกาลิลีเพื่อคอยดูแลพระองค์
56
ในพวกนั้นมีมารีย์ชาวมักดาลา มารีย์แม่ของยากอบกับโยเซฟ และแม่ของลูกชายเศเบดี
57
เมื่อเวลาเย็นใกล้เข้ามา เศรษฐีคนหนึ่งมาจากอาริมาเธียชื่อโยเซฟ เขาเป็นสาวกของพระเยซู
58
เขาไปพบปีลาตเพื่อขอรับศพพระเยซู และปีลาตสั่งให้มอบศพแก่เขา
59
โยเซฟนำศพมา เอาผ้าลินินสะอาดพันศพ
60
แล้วไปวางไว้ในอุโมงค์หินใหม่ซึ่งสกัดไว้ และกลิ้งหินใหญ่ปิดปากอุโมงค์ แล้วเขาก็ไป
61
มารีย์ชาวมักดาลากับมารีย์อีกคนหนึ่งนั่งอยู่ที่นั่นตรงข้ามอุโมงค์
62
วันรุ่งขึ้นถัดจากวันเตรียม พวกหัวหน้าปุโรหิตและฟาริสีไปพบปีลาต
63
และเรียนว่า “นายท่าน พวกข้าพเจ้าจำได้ว่า ขณะที่เจ้าคนหลอกลวงคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ เขาพูดว่า ‘หลังจากสามวันเราจะฟื้นขึ้นมาอีก’
64
ด้วยเหตุนี้ ขอนายท่านสั่งให้คนเฝ้าอุโมงค์วางศพอย่างแน่นหนาจนถึงวันที่สาม ไม่เช่นนั้นแล้ว พวกสาวกของเขาอาจมาลักศพไป และบอกผู้คนว่าเขาฟื้นขึ้นจากความตายแล้ว การหลอกลวงครั้งนี้จะเลวร้ายยิ่งกว่าครั้งแรก”
65
ปีลาตบอกว่า “เอายามไปเฝ้าอุโมงค์ให้แน่นหนาเท่าที่พวกท่านจะทำได้เถิด”
66
ดังนั้นพวกเขาจึงไปและทำให้อุโมงค์แน่นหนา โดยการประทับตราที่หินและวางยามเฝ้าอยู่
← Chapter 26
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 28 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28