bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
1 Kings 20
1 Kings 20
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 19
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 21 →
1
เบนฮะดัดกษัตริย์ประเทศซุเรียได้ประชุมกองทัพทั้งปวงของท่าน: มีกษัตริย์สามสิบสององค์เข้ากันกับท่าน, มีม้าและรถรบ: และท่านขึ้นไปตั้งค่ายรอบกรุงซะมาเรีย, จะตีเอากรุงนั้น.
2
ท่านใช้ทูตเข้าไปเฝ้าอาฮาบกษัตริย์ยิศราเอลในกรุง, ให้ทูลว่า, เบนฮะดัดได้ตรัสดังนี้ว่า,
3
เงินและทองของท่านเป็นของเรา; ภรรยาและบุตรของท่านที่รูปงามๆ เป็นของเราด้วย.
4
กษัตริย์ยิศราเอลจึงตอบว่า, กษัตริย์เจ้าข้า, แล้วแต่ท่านจะโปรดเถิด,ข้าพเจ้ากับสิ่งสารพัตรที่ข้าพเจ้ามีอยู่ก็เป็นของท่าน.
5
พวกทูตนั้นก็กลับมาอีกครั้งหนึ่งกล่าวว่า, เบนฮะดัดตรัสสั่งมาดังนี้ว่า, แท้จริงเราใช้ทูตไปหาท่านให้มอบเงินทองภรรยาและบุตรให้เรา;
6
แต่พรุ่งนี้เวลานี้เราจะใช้ข้าราชการของ เราไป, เขาจะค้นดูในวังของท่าน, และในเรือนข้าราชการทั้งหลาย; สิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งเป็นที่ชอบตาของท่านเขาจะหยิบเอาไป
7
เมื่อนั้น, กษัตริย์ยิศราเอลจึงเรียกประชุมข้าราชการทั้งปวงแห่งแผ่นดินแล้วตรัสว่า, ขอท่านทั้งหลายจงดูเถิด, คนนั้นได้พาลหาเหตุเราโดยจะริบเอาภรรยาและบุตรเงินทองของเรา; เราก็ขัดเขาไม่ได้.
8
ข้าราชการและไพร่พลทั้งปวงจึงทูลแก่ท่านว่า, อย่าเชื่อฟังและอย่ายอมเขาเลย.
9
เหตุฉะนี้ท่านจึงตรัสแก่ทูตของเบนฮะดัดว่า, จงไปทูลกษัตริย์เจ้านายของเราว่า, สิ่งทั้งปวงซึ่งได้ใช้ให้มาบังคับเอาจากทาสของท่านครั้งแรกนั้น, ข้าพเจ้าจะปฏิบัติตาม: แต่คำบังคับครั้งหลังนี้ข้าพเจ้ายอมไม่ได้. พวกทูตนั้นก็รายงานแก่เบนฮะดัด.
10
เบนฮะดัดก็ใช้ให้มาทูลท่านว่า, ถ้าผงคลีดินแห่งกรุงซะมาเรียจะพอคนที่ตามเรามาคนละกำมือก็ให้พระทั้งหลายทำแก่เรานั้น, ร้ายยิ่งกว่าที่เราจะทำแก่ท่านอีก.
11
กษัตริย์ยิศราเอลตรัสตอบว่า, จงไปทูลเบนฮะดัดว่า, อย่าให้ผู้ที่สรวมเกราะอวดอ้างเหมือนอย่างผู้ที่ถอดเกราะแล้ว.
12
เมื่อเบนฮะดัดได้ยินคำเหล่านั้น, เป็นเวลาที่กำลังเสวยน้ำจันทน์ในพลับพลาพร้อมด้วยกษัตริย์อื่นๆ นั้น, ท่านจึงตรัสแก่แม่ทัพนายกองว่า, ยกทัพขึ้นไปตีเถิด, เขาก็ยกทัพเข้าตีเมืองนั้น
13
มีผู้พยากรณ์คนหนึ่งเข้ามาทูลอาฮาบกษัตริย์ยิศราเอลว่า, พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า “เจ้าได้เห็นกองทัพใหญ่นี้หรือ? นี่แน่ะ, เราจะมอบไว้ในมือเจ้าวันนี้; เจ้าคงจะรู้ว่าเราคือยะโฮวา.”
14
อาฮาบจึงตรัสถามว่า, โดยมือผู้ใด? ท่านจึงทูล ตอบว่า, พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า, “คือโดยมือเจ้านายหนุ่มๆ แห่งหัวเมืองทั้งหลายนั้น.” แล้วอาฮาบตรัสถามว่า, ใครจะเป็นผู้นำทัพออกไปรบ? ท่านจึงทูลตอบว่า, กษัตริย์เอง.
15
ท่านก็นับเจ้านายหนุ่มๆ แห่งหัวเมืองทั้งหลาย, รวมได้สามร้อยสามสิบสองคน, ภายหลังก็นับคนทั้งปวงคือพวกยิศราเอลได้เจ็ดพันคน
16
เขาทั้งหลายก็ยกออกไปเวลาเที่ยงวันนั้น. แต่เบนฮะดัดกับกษัตริย์สามสิบสององค์ที่มาช่วยท่านกำลังเสวยน้ำจันทน์มาอยู่ในพลับพลา.
17
เจ้านายหนุ่มๆ แห่งหัวเมืองทั้งหลายก็ออกไปก่อน; เบนฮะดัดก็ใช้คนไปสืบข่าวดู, เขาก็มาทูลท่านว่า, พวกนั้นออกมาจากกรุงซะมาเรีย.
18
ท่านจึงตรัสสั่งว่า, เขาจะมาฉันมิตรไมตรีหรือในฐานการศึกสงครามก็จงจับตัวมา.
19
เจ้านายหนุ่มๆ แห่งหัวเมืองทั้งหลายก็นำหน้าออกไปจากเมืองและกองทัพก็ตามเข้าไป.
20
และเขาก็ฆ่าศัตรูคนละคน, พวกซุเรียก็แตกตื่นหนีไป; พวกยิศราเอลก็ยกไล่ตาม: เบนฮะดักกษัตริย์ซุเรียก็ขึ้นม้าหนีไปกับกองทหารม้า.
21
กษัตริย์ยิศราเอลก็ยกทัพออกไป, ตีกองทหารม้า, และกองรถรบ, และกองทหารซุเรียก็ล้มตายเป็นอันมาก
22
ผู้พยากรณ์นั้นเข้ามาทูลกษัตริย์ยิศราเอลว่า, จงไปเถิด, เตรียมกำลังกองทัพให้ดีขึ้น, และตรวจตราตามนั้นให้ละเอียดดี, ด้วยว่าปีหน้าเวลานี้, กษัตริย์ซุเรียจะยกทัพขึ้นมาสู้รบกับท่าน.
23
ฝ่ายข้าราชการแห่งกษัตริย์ซุเรียทูลกษัตริย์ของตนว่า, พระของพวกเขานั้นเป็นพระเจ้าแห่งภูเขา; เหตุดังนั้นเขาจึงชะนะพวกเรา, แต่ให้เราไปรบกับเขาในที่ราบเตียน, พวกเราจะชะนะเขาเป็นแน่.
24
ขอทำอย่างนี้คือ, ให้ถอดกษัตริย์เหล่านั้นออกจากหน้าที่ทุกองค์, และให้นายทหารเข้าแทน.
25
และให้ท่านเกณฑ์กองทัพเหมือนอย่างกองทัพที่ได้แตกไปแล้ว, คือจำนวนม้าและรถให้เท่ากับจำนวนก่อน: เราจะยกไปต่อสู้กับเขาในที่ราบเตียน, เราจะชะนะเขาเป็นแน่, กษัตริย์ทรงเห็นชอบด้วย, และได้ทรงกระทำดังนั้น.
26
ครั้นขึ้นปีใหม่แล้ว, เบนฮะดัดก็รวมพลชาวซุเรีย, ยกขึ้นไปรบกับพวกยิศราเอลที่เมืองอาเฟก.
27
และพวกยิศราเอลก็รวมพลและสะเบียงอาหารพร้อมจะออกไปสู้รบกับพวกซุเรีย; พวกยิศราเอลได้ตั้งค่ายอยู่ข้างหน้าเขา, แลดูเหมือนลูกแพะฝูงเล็กๆ สองฝูง; แต่พวกซุเรียนั้นแลดูเต็มไปทั้งเมือง.
28
คนของพระเจ้าผู้หนึ่งมาทูลกษัตริย์ยิศราเอลว่า, พระยะโฮวาได้ทรงตรัสดังนี้ว่า, “เพราะเหตุชาวซุเรียได้กล่าวว่า, พระยะโฮวาเป็นพระเจ้าแห่งภูเขา, แต่พระองค์มิได้เป็นพระเจ้าแห่งที่ราบ, เหตุฉะนั้นเราจะมอบฝูงชนทั้งปวงนี้ไว้ในมือของเจ้า, และเจ้าทั้งหลายจะรู้ว่า, เราคือยะโฮวา.”
29
เขาก็ตั้งค่ายประชิดตรงกันครบเจ็ดวัน, ครั้นวันที่เจ็ดก็ลงมือรบกัน: วันนั้นพวกยิศราเอลได้ฆ่าทหารราบพวกซุเรียหนึ่งแสนคน.
30
ที่เหลืออยู่นั้นก็หนีไปในเมืองอาเฟก; และกำแพงได้ล้มทับตายอีกสองหมื่นเจ็ดพันคน. เบนฮะดัดก็หนีเข้าไปในกรุง, เลยเข้าไปในห้องชั้นใน
31
ข้าราชการก็กราบทูลท่านว่า, ข้าพเจ้าได้ยินว่ากษัตริย์ทั้งหลายแห่งพวกยิศราเอลนั้นเป็นกษัตริย์ทรงเมตตากรุณาเป็นอันมาก: ขอให้พวกเราเอาผ้าเนื้อหยาบคาดเอว, เอาเชือกรัดรอบศีรษะ, และออกไปเฝ้ากษัตริย์ยิศราเอล: ชะรอยท่านจะไว้ชีวิตของพระองค์.
32
เขาจึงเอาผ้าเนื้อหยาบคาดเอว, เอาเชือกรัดรอบศีรษะ, และออกมาเฝ้ากษัตริย์ยิศราเอลกราบทูลว่า, เบนฮะดัดผู้ทาสของพระองค์ให้มากราบทูลว่า, ขอให้ข้าพเจ้ารอดชีวิตอยู่เถิด, กษัตริย์ยิศราเอลจึงตรัสว่า, เบนฮะดัดยังมีชีวิตอยู่หรือ? เธอก็เป็นญาติพี่น้องของเรา.
33
คนเหล่านั้นก็คอยสังเกตดูว่าจะมีพระทัยอย่าง ไร, ครั้นทราบพระทัยของกษัตริย์แล้ว: ก็ทูลตอบโดยเร็วว่า, เบนฮะดัดญาติของพระองค์ก็ยังอยู่, และท่านจึงตรัสว่า, จงไปเชิญมานี่. แล้วเบนฮะดัดก็เข้ามาเฝ้าท่าน; และท่านก็เชิญให้ขึ้นทรงรถด้วยกัน.
34
เบนฮะดัดจึงทูลท่านว่า, เมืองเหล่านั้นซึ่งราชบิดาของข้าพเจ้าได้ริบไปจากราชบิดาของพระองค์, ข้าพเจ้าจะถวายคืนให้แก่พระองค์; พระองค์จงทำถนนเฉลิมพระเกียรติของพระองค์ในกรุงดาเมเซ็ค, เหมือนอย่างราชบิดาของข้าพเจ้าได้กระทำไว้ในกรุงซะมาเรีย. ท่านก็ทำสัญญาไมตรีต่อกันอย่างนี้, แล้วก็ปล่อยเบนฮะดัดไป
35
มีคนหนึ่งในพวกผู้พยากรณ์ได้กล่าวแก่เพื่อนบ้านโดยคำของพระยะโฮวาว่า, ขอให้ท่านตีเรา, แต่คนนั้นมิยอมตี.
36
ท่านจึงกล่าวแก่เขาว่า, เพราะท่านไม่เชื่อฟังคำแห่งพระยะโฮวา, นี่แน่ะ, เมื่อท่านไปจากเรา, จะมีสิงห์โตมาฆ่าท่าน. พอเขาออกไปก็มีสิงห์โตตัวหนึ่งมาพบและฆ่าเขาเสีย.
37
แล้วท่านมาพบอีกคนหนึ่ง, กล่าวแก่เขาว่า, ขอจงตีเรา, คนนั้นก็ตีให้, เมื่อท่านถูกตีแล้วก็มีบาดแผล.
38
ผู้พยากรณ์นั้นก็แต่งตัวปลอมเอาผ้าโพกศีรษะหลุบมาเพียงตา, ไปคอยดักกษัตริย์อยู่กลางทาง.
39
เมื่อกษัตริย์เสด็จเลยไป, เขาร้องทูลกษัตริย์ว่า: ทาสของท่านได้ออกไปท่ามกลางสนามรบ; มีคนหนึ่งจับชะเลยศึกมาให้ข้าพเจ้ารักษาไว้, แล้วว่า, ถ้าเขาได้หนีไปด้วยเหตุอันใดแล้ว, ชีวิตของเจ้าต้องแทน, หรือมิฉะนั้นจะต้องใช้เงินตะลันหนึ่ง.
40
เวลานั้นทาสของท่านมีธุระมาก, มีมาที่นี่, ไปที่โน่น, ชะเลยคนนั้นก็หลบหนีไป. กษัตริย์ยิศราเอลตรัสตอบเขาว่า, โทษของเจ้าก็ต้องเป็นดังนั้น; เพราะเจ้าได้ตัดสินตนเองแล้ว.
41
แล้วเขาก็เลิกผ้า ที่ปิดหน้าออกโดยเร็ว, กษัตริย์ยิศราเอลทรงเห็นว่าเขาเป็นผู้พยากรณ์ผู้หนึ่ง.
42
เขาจึงทูลกษัตริย์นั้นว่า, พระยะโฮวาได้ตรัสดังนี้ว่า, “เพราะเหตุเจ้าได้ปล่อยผู้ที่เราได้มอบไว้ให้ประหารเสียทีเดียว, เหตุฉะนี้, ชีวิตของเจ้าจะต้องแทนชีวิตผู้นั้น, และไพร่พลของเจ้าจะต้องรับโทษแทนไพร่พลของผู้นั้น.”
43
กษัตริย์ยิศราเอลก็กลับเข้าไปในวังของทาน ณ กรุงซะมาเรีย, ด้วยความกลัดกลุ้มแค้นเคืองพระทัย
← Chapter 19
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 21 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22