bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
1 Kings 22
1 Kings 22
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 21
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
1
ในระยะสามปีชาวซุเรียและชาวยิศราเอลก็ไม่มีศึกต่อกันเลย.
2
ในปีที่สามยะโฮซาฟาดกษัตริย์ยูดาเสด็จลงไปเฝ้ากษัตริย์ยิศราเอล.
3
กษัตริย์ยิศราเอลตรัสแก่ข้าราชการว่า, ท่านทั้งหลายรู้แล้วหรือราโมธในฆีละอาดเป็นเมืองของเรา, และเราจะนิ่งอยู่ไม่ตีเอาคืนมาจากเงื้อมมือกษัตริย์ประเทศซุเรียหรือ?
4
และท่านกล่าวแก่ยะโฮซาฟาดว่า, ท่านจะยกทัพไปตีเมืองราโมธฆีละอาดด้วยกันกับเราหรือ? ยะโฮซาฟาดจึงตอบกษัตริย์ยิศราเอลว่า, ข้าพเจ้ากับท่านก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน, ไพร่พลของข้าพเจ้าก็เป็นไพร่พลของท่าน, และม้าของข้าพเจ้าก็เป็นม้าของท่าน
5
ยะโฮซาฟาดทูลกษัตริย์ยิศราเอลว่า, ขอท่านจงทูลถามพระยะโฮวาเสียก่อน.
6
แล้วกษัตริย์ยิศราเอลจึงให้ผู้ทำนายทั้งหลายประชุมประมาณสี่ร้อยคนตรัสถามเขาว่า, เราจะยกทัพขึ้นไปตีเมืองราโมธฆีละอาดจะดีหรือไม่? เขาทั้งหลายกราบทูลตอบว่า, เชิญเสด็จยกขึ้นไปเถิด, ด้วยว่าพระยะโฮวาจะทรงมอบเมืองนั้นไว้ในพระหัตถ์ของกษัตริย์.
7
ยะโฮซาฟาดทรงถามว่า, ที่นี่ไม่มีผู้พยากรณ์แห่งพระยะโฮวาอีกหรือ, เพื่อเราจะได้ถาม?
8
กษัตริย์ยิศราเอลทรงตอบยะโฮซาฟาดว่า, มีอีกคนหนึ่งชื่อมีคายาบุตรยิมลา, เราอาจทูลถามแต่พระยะโฮวาได้โดยผู้นั้น: แต่เราเกลียดชังเขา; ด้วยว่าเขาทำนายแต่ความร้ายมิได้ทำนายความดีให้เราเลย. ยะโฮซาฟาดทรงตอบว่า, ขอกษัตริย์อย่าตรัสดังนั้นเลย.
9
แล้วกษัตริย์ยิศราเอลจึงเรียกมหาดเล็ดคนหนึ่งมาทรงสั่งว่า, จงไปเอาตัวมีคายาบุตรยิมลามานี่โดยเร็ว.
10
กษัตริย์ยิศราเอลและยะโฮซาฟาดกษัตริย์ยูดาทรงเครื่องประทับบนพระที่นั่งองค์ละพระที่นั่ง, ซึ่งประดิษฐานไว้ที่พระลานน่าประตูกรุงซะมาเรีย; และผู้ทำนายทั้งหลายก็ทำนายต่อหน้าพระที่นั่ง.
11
ซิดคียาบุตรคะนันยาจึงเอาเหล็กรูปทำเป็นเขา: แล้วว่า, พระยะโฮวาตรัสดังนี้ว่า, “ด้วยเขาผู้นี้, ท่านจงชวนชาวซุเรียจนจะกระทำให้เขาพินาศศูนย์ไป.”
12
และผู้ทำนายทั้งปวงได้ทำนายดังนั้นว่า, จงขึ้นไปยังเมืองราโมธฆีละอาดและจงมีชัย: ด้วยว่าพระยะโฮวาจะทรงมอบเมืองนั้นไว้ในพระหัตถ์แห่งกษัตริย์
13
มหาดเล็กนั้นจึงไปเรียกมีคายากล่าวแก่ท่านว่า, นี่แน่ะ, บัดนี้คำแห่งผู้ทำนายทั้งปวงได้กล่าวแก่ความดีแก่กษัตริย์นั้นเป็นเสียงเดียวกัน: ขอให้คำของท่านเป็นเหมือนคำของเขา, และกล่าวแต่สิ่งที่เป็นมงคลดี.
14
มีคายจึงตอบว่า, พระยะโฮวาทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด, ข้าพเจ้าจะพูดตามที่พระยะโฮวาตรัสแก่ข้าพเจ้าฉันนั้น.
15
เมื่อเขามาเฝ้ากษัตริย์, กษัตริย์นั้นจึงตรัสแก่เขาว่า, มีคายา, เราควรจะขึ้นไปตีเมืองราโมธฆีละอาดหรือไม่ควรจะไป? เขาทูลตอบว่า, จงไปและมีชัยเถิด: ด้วยว่าพระยะโฮวาจะทรงมอบเมืองนั้นไว้ในพระหัตถ์แห่งกษัตริย์.
16
กษัตริย์จึงตรัสแก่เขาว่า, เราจะต้องสั่งเจ้าสักกี่ครั้งให้บอกล้วนแต่ความจริงแก่เราในพระนามแห่งพระยะโฮวา?
17
เขาจึงทูลตอบว่า, ข้าพเจ้าได้เห็นพวกยิศราเอลทั้งปวงกระจัดกระจายไปบนภูเขา, ดุจฝูงแกะซึ่งไม่มีผู้เลี้ยง: และพระยะโฮวาจึงตรัสว่า, “พวกเหล่านี้ไม่มีนาย: ให้เขากลับไปยังเรือนตนทุกคนโดยความผาสุข.”
18
กษัตริย์ยิศราเอลจึงตรัสแก่ยะโฮซาฟาดว่า, เราบอกท่านแล้วมิใช่หรือว่า, เขาจะไม่ทำนายดีให้เรามีแต่ร้ายเท่านั้น.
19
มีคายาจึงทูลว่า, เหตุฉะนี้พระองค์จงทรงฟังคำแห่งพระยะโฮวา: ข้าพเจ้าก็เห็นพระยะโฮวาทรงประทับบนพระที่นั่ง. และพลโยธาทั้งปวงแห่งสวรรค์ก็ยืนอยู่ใกล้พระองค์, ข้างพระหัตถ์เบื้องขวาและเบื้องซ้าย.
20
พระยะโฮวาตรัสถามว่า, ใครจะเกลี้ยกล่อมอาฮาบให้เขาขึ้นไปตายที่เมืองราโมธฆีละอาดได้? บ้างก็ทูลดังนี้, บ้างก็ทูลดังนั้น.
21
มีปีศาจตนหนึ่งมาปรากฏฉะเพาะพระยะโฮวา, ทูลว่า, ข้าพเจ้าจะอาสาไปเกลี้ยกล่อมเขา.
22
พระยะโฮวาตรัสถามว่า, จะเกลี้ยกล่อมอย่างไร? ปีศาจตอบว่า, ข้าพเจ้าจะเป็นวิญญาณไปสิงในปากผู้ทำนายทั้งปวง, และล่อลวงเขาเอง. เจ้าคงจะเกลี้ยกล่อมให้สำเร็จได้: จงไปทำดังนั้นเถิด.
23
เหตุฉะนั้น, พระยะโฮวาได้ทรงให้ปีศาจล่อลวงเข้าสิงในปากผู้ทำนายทั้งหลายเหล่านี้, และพระยะโฮวาได้ตรัสถึงอันตรายที่จะเกิดแก่ท่าน
24
ซิดคียาบุตรคะนันยาจึงแอบเข้าไปใกล้, และตบมีคายาที่แก้มแล้วว่า, วิญญาณแห่งพระยะโฮวาได้ไปจากข้าอย่างไร? จึงได้ตรัสแก่เจ้าอย่างนั้น.
25
มีคายาจึงตอบว่า, นี่แน่ะ, เจ้าจะเห็นได้ในวันนั้นว่า, เจ้าจะเข้าไปในห้องชั้นในเพื่อซ่อน ตัวในห้องนั้น.
26
กษัตริย์ยิศราเอลจึงตรัสว่า, จงจับมีคายาพาไปมอบไว้กับอาโมนผู้ว่าราชการเมือง, และโยอาศราชบุตร.
27
และจงสั่งเขาว่า, จงเอาคนนี้จำคุกและให้กินแต่ขนมปังและน้ำ, ด้วยความทุกข์จนเราจะมีชัยกลับมา.
28
มีคายาจึงทูลตอบว่า, ถ้าท่านมีชัยกลับมา, พระยะโฮวาก็มิได้ตรัสแก่ข้าพเจ้าและเขากล่าวแก่คนทั้งหลายว่า, โอ้คนทั้งปวงทุกคนจงเป็นพะยานเถิด
29
กษัตริย์ยิศราเอลและยะโฮซาฟาดกษัตริย์ยูดา, ก็ยกทัพขึ้นไปตีเมืองราโมธฆีละอาด.
30
กษัตริย์ยิศราเอลจึงว่าแก่ยะโฮซาฟาดว่า, เราจะปลอมตัวเข้าไปรบ; แต่ให้ท่านทรงเครื่องกษัตริย์, แล้วกษัตริย์ยิศราเอลก็ได้ปลอมพระองค์เข้าไปในการรบ.
31
แต่กษัตริย์ประเทศซุเรียได้มีรับสั่งแก่นายทหารรถรบสามสิบสองคนว่า, อย่ารบกับนายและพลทหารใหญ่น้อย, ให้เจาะจงรบแต่กษัตริย์ยิศราเอลผู้เดียว.
32
เมื่อนายทหารรถรบเหล่านั้นเห็นยะโฮซาฟาดจึงว่า, นั่นเป็นกษัตริย์ยิศราเอลแน่แล้ว. เขาจึงได้หันตรงไปจะต่อสู้กับท่าน: ยะโฮซาฟาดก็ได้ร้องขึ้น.
33
เมื่อนายทหารรถรบเหล่านั้นเห็นแล้วว่ามิใช่กษัตริย์ยิศราเอลก็กลับมิได้ไล่ตามต่อไป.
34
มีคนหนึ่งโก่งคันธนูยิงไปโดยมิได้เล็ง, เผอิญถูกกษัตริย์ยิศราเอลที่ช่องเกราะต่อกัน, เหตุฉะนี้ท่านจึงว่าแก่นายทหารรถรบของท่านว่า, จงกลับรถพาเราออกจากกองทัพ; เพราะเรามีบาดแผลสาหัสแล้ว.
35
และการรบก็ร้ายแรงยิ่งขึ้นในวันนั้น: เขาก็ประคับประคองชูกษัตริย์นั้นให้ทรงพระกายในราชรถของท่านเพื่อสู้รบกับชาวซุเรีย, ครั้นเวลาเย็นท่านก็สิ้นพระชนม์: โลหิตก็ไหลจากแผลนองอยู่ในรถ.
36
พอเวลาประมาณอาทิตย์ตกก็มีหมายประกาศออกทั่วตลอดกองทัพว่า, ให้ทุกคนกลับไปยังบ้านเมืองของตน, ให้ทุกคนกลับไปยังภูมิลำเนาของตน
37
ครั้นกษัตริย์นั้นสิ้นพระชนม์แล้ว, ก็นำพระศพมาฝังไว้ ณ กรุงซะมาเรีย.
38
มีผู้หนึ่งได้ล้างราชรถและเครื่องอาวุธ ของท่านที่สระน้ำ ณ กรุงซะมาเรย; และฝูงสุนัขก็มาเลียโลหิตกินตามคำซึ่งพระยะโฮวาได้ตรัสไว้แล้ว.
39
กิจการนอกนั้นของอาฮาบและสรรพสิ่งซึ่งท่านได้ทรงกระทำ, และหอพระที่นั่งทำด้วยงาช้างซึ่งท่านได้สร้าง, และเมืองทั้งหลายซึ่งท่านได้สร้างไว้, ก็ได้จารึกไว้แล้วในพงศาวดารกษัตริย์ยิศราเอลมิใช่หรือ?
40
และอาฮาบก็ล่วงลับไปตามปู่ย่าตายายของท่าน; และอาฮัศยาโอรสก็ขึ้นเสวยราชย์แทน
41
ยะโฮซาฟาดโอรสอาซาได้ขึ้นเสวยราชย์ ณ แผ่นดินยูดาเป็นปีที่สี่แห่งรัชชกาลอาฮาบกษัตริย์ยิศราเอล.
42
เมื่อยะโฮซาฟาดได้ขึ้นเสวยราชย์มีพระชนม์ได้สามสิบห้าพรรษา; ได้เสวยราชย์ ณ กรุงยะรูซาเลมยี่สิบห้าปี. พระมารดาท่านชื่ออะซูบาบุตรีของซีลฮี.
43
ท่านได้ประพฤติตามทางทั้งปวงแห่งอาซาราชบิดาท่าน; หาได้เลี้ยวลดจากทางนั้นไม่, ได้ประพฤติถูกต้องในคลองพระเนตรแห่งพระยะโฮวา: แต่ที่นมัสการสูงนั้นท่านมิได้ทำลายเสีย; ราษฎรทั้งหลายยังได้ถวายบูชาเพลิงในที่สูงนั้นอยู่.
44
ยะโฮซาฟาดได้กระทำไมตรีกับกษัตริย์ยิศราเอล
45
กิจการนอกนั้นของยะโฮซาฟาด, และอำนาจซึ่งท่านได้สำแดงและการซึ่งท่านได้ทำศึกอย่างไร, ก็จารึกไว้แล้วในพงศาวดารกษัตริย์ยูดามิใช่หรือ?
46
คนอุบาทลามกเป็นน้องสวาทซึ่งเหลืออยู่ในรัชชกาลอาซาราชบิดาของท่าน, ท่านก็ขับไล่ไปเสียจากแผ่นดิน.
47
เวลานั้นประเทศอะโดมไม่มีกษัตริย์: แต่มีผู้ว่าราชการแทน.
48
ยาโฮซาฟาดได้ต่อกำปั่น ไปเมืองธาระซิด, เพื่อจะไปยังเมืองโอพีรเอาทองคำ: แต่กำปั่นนั้นไปไม่ถึงเพราะแตกเสียที่เมืองเอศโยนฆาเบร.
49
อาฮัศยาโอรสอาฮาบจึงว่าแก่ยะโฮซาฟาดว่า, ขอให้คนของข้าพเจ้าไปกับคนของท่านในกำปั่นเหล่านั้น. แต่ยะโฮซาฟาดไม่ ยอม.
50
ยะโฮซาฟาดก็ล่วงลับไปตามปู่ย่าตายาย, เขาฝังท่านไว้ในเมืองดาวิดกับปู่ย่าตายายของท่าน: และยะโฮรามโอรสได้ขึ้นเสวยราชย์แทน
51
อาฮัศยาโอรสอาฮาบขึ้นเสวยย์ราช ณ ประเทศยิศราเอลในกรุงซะมาเรียเป็นปีที่สิบเจ็ดแห่งรัชชกาลยะโฮซาฟาด กษัตริย์ยูดา, และได้เสวยราชย์ในประเทศยิศราเอลสองปี.
52
ท่านได้กระทำการชั่วลามกในคลองพระเนตรแห่งพระยะโฮวา, และได้ประพฤติตามทางแห่งราชบิดามารดาของท่าน, และตามทางของยาราบะอามบุตรนะบาตผู้ได้กระทำให้ชาติยิศราเอลหลงผิด.
53
เพราะท่านได้ปฎิบัตินมัสการบาละ, และได้ยั่วให้เคืองพระทัยพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งยิศราเอล, ตามสรรพสิ่งซึ่งราชบิดาของท่านได้กระทำ
← Chapter 21
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22