bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
1 Kings 3
1 Kings 3
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 2
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 4 →
1
กษัตริย์ซะโลโมได้ทำพระราชไมตรีกับฟาโรกษัตริย์ประเทศอายฆุบโต, จึงได้รับพระราชธิดาของฟาโรมายังเมืองดาวิด, จนถึงได้สร้างพระราชวังของพระองค์, และโบสถ์แห่งพระยะโฮวา, และกำแพงล้อมกรุงยะรูซาเลมจนเสร็จ.
2
แต่พลไพร่นั้นได้กระทำการบูชาในที่เนินสูง, เพราะยังไม่มีโบสถ์สร้างไว้สำหรับนมัสการพระนามพระยะโฮวา, จนถึงวันนั้น.
3
และซะโลโมได้รักใคร่พระยะโฮวา, และดำเนินตามข้อกฎหมายของดาวิดราชบิดาของพระองค์: เว้นแต่พระองค์ทรงกระทำการบูชาและเผาเครื่องหอมที่เนินสูง
4
กษัตริย์ได้เสด็จไปเมืองฆิบโอนเพื่อจะถวายบูชาที่นั้น; เพราะที่นั้นเป็นเนินสูงใหญ่: และซะโลโมได้ทรงเผาเครื่องบูชาเพลิงแกะพันตัวบนแท่นนั้น.
5
พระยะโฮวาได้ปรากฏแก่ซะโลโมในเมืองฆิบโอนโดยนิมิตต์ณกลางคืน: และพระเจ้าทรงตรัสว่า, “เจ้าจงขอสิ่งซึ่งเราจะประทานให้เจ้า.”
6
ซะโลโมจึงทูลว่า, พระองค์ได้ทรงสำแดงพระกรุณาคุณอันใหญ่แก่ทาสของพระองค์, คือดาวิดราชบิดาของข้าพเจ้า, ตามที่ท่านได้ประพฤติฉะเพาะพระองค์โดยความจริง, ความชอบธรรม, และความสัตย์ซื่อในใจ; พระองค์ก็ได้ทรงรักษาพระกรุณาคุณอันใหญ่นี้สำหรับท่าน, คือพระองค์ได้ประทานแก่ท่านให้มีบุตรคนหนึ่งนั่งบนพระที่นั่งของท่าน, เหมือนอย่างที่เป็นอยู่วันนี้.
7
โอ้พระยะโฮวา, พระเจ้าของข้าพเจ้า, บัดนี้พระองค์ได้ทรงตั้งทาสของพระองค์ไว้เป็นกษัตริย์แทนดาวิดราชบิดาของข้าพเจ้า: และข้าพเจ้ายังเป็นแต่เด็ก: ยังหารู้ว่าจะออกไปและเข้ามาอย่างไรไม่.
8
ทาสของพระองค์ได้อยู่ท่ามกลางไพร่พลของพระองค์ที่พระองค์ได้ทรงเลือกไว้, คือไพร่พลอันใหญ่ยิ่งเป็นอันมาก, เหลือที่จะนับได้.
9
เหตุฉะนี้ขอพระองค์ทรงโปรดประทานแก่ทาสของพระองค์ให้มีใจที่จะเข้าใจในการพิพากษาไพร่พลของพระองค์, เพื่อข้าพเจ้าจะสังเกตได้ซึ่งการดีและชั่ว: เพราะว่าผู้ใดอาจจะพิพากษาไพร่พลของพระองค์อันใหญ่ยิ่งนี้ได้?
10
การซึ่งซะโลโมได้ทูลขอสิ่งนี้, เป็นที่ชอบแก่พระทัยพระเจ้า.
11
พระเจ้าจึงตรัสแก่ซะโลโมว่า, “เพราะเจ้าได้ขอสิ่งนี้, มิได้ขอชีวิตยืนยาวสำหรับตัวเอง; หรือเงินทอง, หรือมิได้ขอชีวิตศัตรูของเจ้า; แต่ได้ขอพระปัญญาเพื่อจะรู้ความยุตติธรรม;
12
นี่แน่ะ, เราได้กระทำตามถ้อยคำของเจ้าแล้ว: เราได้ให้เจ้ามีใจประกอบด้วยสติปัญญาและเชื่อฟัง; แต่กาลก่อนก็ดี, หรือภายหลังเจ้าก็ดี, จะไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดเหมือนอย่างเจ้า.
13
เราได้ให้เจ้าซึ่งเจ้ามิได้ขอด้วย, คือทั้งทรัพย์สมบัติ, และเกียรติยศ: จนไม่มีผู้ใดในท่ามกลางกษัตริย์ทั้งหลายเหมือนอย่างเจ้า, สิ้นวันทั้งหลายของเจ้า.
14
และถ้าเจ้าดำเนินตามทางของเรา, รักษาข้อกฎหมาย, และข้อบัญญัติของเรา, เหมือนอย่างดาวิดบิดาของเจ้าได้ประพฤติ, เมื่อนั้นเราจะให้อายุของเจ้ายืนยาวไป.”
15
แล้วซะโลโมก็ตื่นขึ้นจากบรรทม; และนี่แน่ะ, ก็เป็นการนิมิตต์ฝัน. พระองค์เสด็จมายังกรุงยะรูซาเลม, ยืนอยู่ฉะเพาะหีบพระบัญญัติไมตรีแห่งพระยะโฮวา, และได้ถวายบูชาเพลิง, และบูชาความสุขสำราญและได้ทรงกระทำการเลี้ยงสำหรับข้าราชการทั้งหลายของพระองค์
16
ขณะนั้นมีหญิงสองคนเป็นหญิงแพศยา, มาเฝ้าอยู่ฉะเพาะกษัตริย์.
17
คนหนึ่งจึงกราบทูลว่า, โอกษัตริย์เจ้าข้า, ข้าพเจ้ากับหญิงคนนี้อาศัยอยู่เรือนหลังเดียวกัน; ข้าพเจ้าได้คลอดบุตร, เขาก็อยู่ในเรือนนั้นด้วย.
18
ครั้นข้าพเจ้าคลอดบุตรได้สามวันแล้ว, อยู่มาภายหลังหญิงคนนี้คลอดบุตรด้วย: ข้าพเจ้าทั้งสองอยู่ด้วยกัน, มิได้มีแขกบ้านอยู่ในเรือนนั้น, มีแต่ข้าพเจ้าทั้งสองเท่านั้น.
19
บุตรของหญิงคนนี้ก็ตายในเวลากลางคืน; ด้วยเขานอนทับ.
20
ครั้นเวลาเที่ยงคืนเขาก็ลุกขึ้น, อุ้มเอาบุตรของข้าพเจ้าไปจากข้างข้าพเจ้า, และวางไว้ที่อกของเขา, และบุตรของเขาที่ตายนั้น, เอามาวางไว้ที่อกของข้าพเจ้า, เมื่อทาสของพระองค์หลับอยู่.
21
ครั้นข้าพเจ้าตื่นขึ้นเช้ามืดจะให้บุตรกินนม, ก็เห็นว่าตายเสียแล้ว: แต่เมื่อสว่างแล้ว, ข้าพเจ้าพิจารณาดูก็เห็นว่ามิใช่บุตรของข้าพเจ้าที่คลอดนั้น.
22
หญิงอีกคนหนึ่งจึงกล่าวว่า, ไม่ใช่ดังนั้นเลย; บุตรที่มีชีวิตอยู่นั้นเป็นบุตรของข้าพเจ้า, บุตรคนที่ตายนั้นเป็นของเจ้า. หญิงนั้นจึงว่า, มิใช่ดังนั้น; บุตรที่ตายเป็นของเจ้า, บุตรที่มีชีวิตอยู่เป็นของข้าพเจ้า. หญิงทั้งสองก็ทุ่มเถียงกันอย่างนั้นต่อพระพักตรกษัตริย์
23
แล้วกษัตริย์จึงรับสั่งว่า, คนนี้ว่าบุตรที่มีชีวิตเป็นของข้าฯบุตรที่ตายของเจ้า: อีกคนหนึ่งว่าไม่ใช่แต่บุตรของเจ้าตายเสียแล้ว, บุตรของข้ายังมีชีวิตอยู่.
24
กษัตริย์จึงรับสั่งว่า, จงเอาดาบมานี่เถิด, และเขาก็เอาพระแสงมาฉะเพาะพระพักตร.
25
แล้วกษัตริย์จึงตรัสสั่งว่า, จงตัดทารกซึ่งมีชีวิตอยู่ให้เป็นสองท่อน, ให้หญิงคนนี้ครึ่งหนึ่ง, คนนั้นครึ่งหนึ่ง.
26
แล้วหญิงผู้มารดาบุตรที่มีชีวิตอยู่นั้นมีใจสงสารบุตรของตน, จึงกราบทูลกษัตริย์ว่า, โอ้กษัตริย์เจ้าข้า, บุตรที่มีชีวิตอยู่ขอทรงโปรดประทานให้แก่เขาอย่าทรงฆ่าเสียเลย. แต่หญิงคนนั้นกล่าวว่า, ขอทรงแบ่งเสียเถิด, อย่าให้เป็นของข้าฯหรือของเจ้าเลย.
27
แล้วกษัตริย์จึงตรัสว่า, บุตรที่มีชีวิตอยู่อย่าฆ่าเลย. จงให้แก่หญิงคนนั้น, เพราะเขาเป็นมารดา.
28
พวกยิศราเอลทั้งปวงได้ยินเรื่องการทรงพิพากษา, ซึ่งกษัตริย์ทรงพิพากษานั้น; เพราะเขาทั้งหลายก็ได้กลัวเกรงกษัตริย์: เพราะเขาเห็นว่า, พระสติปัญญาแห่งพระเจ้าได้สถิตอยู่ในพระองค์แล้วเพื่อจะทรงพิพากษาได้
← Chapter 2
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 4 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22