bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
1 Samuel 13
1 Samuel 13
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 12
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 14 →
1
ซาอูลได้เสวยราชปีหนึ่ง, และเมื่อได้ครอบครองประเทศยิศราเอลสองปีแล้ว.
2
ซาอูลจึงเกณฑ์ทหารในพวกยิศราเอลได้สามพันให้อยู่กับท่านที่มิกมาชและที่ภูเขาเบธเอลสองพัน, อยู่กับโยนาธานที่ภูเขาฆิบอาเขตต์ตระกูลเบ็นยามินพันหนึ่ง, ชนนิกรอื่นๆ นั้นปล่อยให้ไปบ้านทุกคน.
3
โยนาธานก็ได้ตีค่ายฟะลิศตีม, ซึ่งอยู่ที่เฆบะ, ฝ่ายพวกฟะลิศตีมก็รู้ตัว, ซาอูลจึงเป่าแตรทั่วเขตต์แผ่นดิน, ประกาศให้ชาติเฮ็บรายฟัง,
4
บรรดายิศราเอลได้ยินว่าซาอูลตีค่าย, ฟะลิศตีมก็เกลียดชังพวกยิศราเอล, ประชาชนทั้งปวงจึงประชุมกันตามซาอูลไปที่ฆีละฆาล
5
พวกฟะลิศตีมก็ประชุมกันเพื่อจะสู้รบกับพวกยิศราเอล, มีพลรถสามหมื่นเล่ม, ทหารม้าหกพัน. ทหารราบมากดุจทรายที่ชายทะเล, พากันขึ้นมาตั้งค่ายอยู่ที่มิกมาชข้างทิศตะวันออกแห่งเบธอาเว็น.
6
ครั้นชนยิศราเอลเห็นว่าอยู่ในที่คับแค้น, ด้วยชนนิกรมีความลำบากมาก, ก็พากันไปซ่อนอยู่ในถ้ำบ้างในป่าบ้าง, ที่ซอกศิลาบ้าง, ตามที่กำบังและที่บ่อบ้าง.
7
ในเวลานั้น, มีชนเฮ็บรายบางคนได้ข้ามล่วงแม่น้ำยาระเดนเข้าไปยังเขตต์แผ่นดินฆาตและฆีละอาดแล้ว, แต่ซาอูลยังอยู่ที่ฆีละฆาล คนทั้งปวงที่ตามเสด็จไปนั้นก็มีความกลัวตัวสั่น
8
ท่านได้คอยอยู่ที่นั่นเจ็ดวัน ตามเวลาที่ซามูเอลกำหนดไว้, แต่ซามูเอลหาได้มายังฆีละฆาลไม่, แล้วไพร่พลทั้งปวงก็กระจัดกระจายไปจากซาอูล,
9
ซาอูลจึงรับสั่งว่า, ให้เอาเครื่องถวายบูชายัญ, และเครื่องบูชาโมทนาพระคุณมา, แล้วท่านได้ถวายเครื่องสักการบูชา.
10
อยู่มาพอท่านถวายเสร็จแล้ว, ซามูเอลก็มาถึงและซาอูลเสด็จออกไปจะต้อนรับคำนับท่าน.
11
ซามูเอลทูลถามว่า, ท่านได้ทำอะไร? ซาอูลตอบว่า, เราเห็นชนนิกรกระจัดกระจายไป, ทั้งท่านก็มิได้มาตามเวลากำหนด, และชาวฟะลิศตีมได้ประชุมกันที่มิกมาชแล้ว,
12
เราดำริเห็นว่าชาวฟะลิศตีมจะเข้าสู้รบเราที่ฆีละฆาลเดี๋ยวนี้ เรายังมิได้อธิษฐานพระยะโฮวา, เหตุฉะนั้นเราจำเป็นต้องถวายเครื่องบูชายัญ.
13
ซามูเอลจึงทูลซาอูลว่า, ท่านทำผิดระเบียบแล้ว, ไม่ได้รักษาพระบัญญัติแห่งพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน, ด้วยพระองค์จะทรงตั้งราชวงศ์ของท่านให้ครอบครองประเทศยิศราเอล, สืบไปเป็นนิตย์.
14
แต่เดี๋ยวนี้พระราชตระกูลของท่านจะดำรงอยู่ไม่ได้, พระยะโฮวาทรงแสวงหาบุรุษผู้หนึ่งตามชอบพระทัยของพระองค์ได้แล้ว, จะทรงตั้งให้เป็นหัวหน้าไพร่พลของพระองค์ต่อไป, ด้วยท่านมิได้รักษาพระบัญญัติตามซึ่งพระยะโฮวาทรงสั่งไว้แล้ว.
15
ซามูเอลก็ยกออกจากฆีละฆาลไปยังฆิบอาเขตต์ตระกูลเบ็นยามิน ซาอูลทรงตรวจพลทหารที่อยู่กับท่านมีประมาณหกร้อยคน,
16
ซาอูลกับโยนาธานราชบุตร, และพลทหารที่อยู่กับท่าน, ได้ตั้งค่ายอยู่ที่เฆบะเขตต์เบ็นยามิน, แต่พวกฟะลิศตีมตั้งค่ายอยู่ที่มิกมาช.
17
จึงมีกองปล้นออกจากค่ายฟะลิศตีมเป็นสามกอง ๆ หนึ่งอ้อมไปทางอัฟราถึงเขตต์ซูอาล.
18
อีกกองหนึ่งอ้อมไปทางเบธโฮโรน, และอีกกองหนึ่งอ้อมไปทางแดนตรงหว่างเขาซะโบอิมที่ป่าดอน
19
ขณะนั้นช่างเหล็กก็ไม่มีทั่วอาณาเขตต์ยิศราเอล, พวกฟะลิศตีมพากันคิดว่า, น่ากลัวพวกเฮ็บรายจะทำดาบทำหอก.
20
แต่ชนยิศราเอลทุกๆ คนเคยลงไปหาพวกฟะลิศตีม, เพื่อจะได้ลับผาล, ลับหัวหมู, ลับขวาน, หรือจอบของตนให้คมแหลม.
21
เขามีแต่ตะไบสำหรับจอบ, ไถ, คราด, ขวานและกระตัก.
22
ครั้นถึงวันออกรบศึก จะหาดาบหรือหอกติดมือพลทหาร, คนหนึ่งคนใดที่อยู่กับซาอูลและโยนาธานราชบุตรก็ไม่มี, เว้นแต่ที่ซาอูลกับโยนาธานเท่านั้น.
23
กองทัพฟะลิศตีมซึ่งประจำป้อมอยู่จึงออกไปถึงทางแคบที่มิกมาช
← Chapter 12
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 14 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
หนังสือแนะนำ
อรรถาธิบาย
อรรถาธิบาย 1 Samuel
→
เฝ้าเดี่ยว
คู่มือเฝ้าเดี่ยว 1 Samuel
→
รับพระคัมภีร์นี้
พระคัมภีร์ศึกษา (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ )
→