bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Deuteronomy 20
Deuteronomy 20
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 19
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 21 →
1
เมื่อเจ้าทั้งหลายจะยกออกไปทำศึกกับพวกศัตรูของเจ้า, และได้เห็นฝูงม้า, รถสำหรับรบศึก, คนมากกว่าเจ้า, เจ้าทั้งหลายอย่าได้กลัวเขาเลย; เพราะพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าทั้งหลายผู้ได้ทรงพาเจ้ากับเจ้าทั้งหลายมาจากประเทศอายฆุบโต, พระองค์จะสถิตอยู่กับเจ้าทั้งหลาย.
2
เมื่อจวนเวลา, จะเข้ารบกัน, ผู้เป็นปุโรหิตนั้นต้องมากล่าวแก่คนทั้งปวงว่า,
3
พวกยิศราเอล, จงฟังเถิด, วันนี้เจ้าทั้งหลายจวนจะเข้ารบกับพวกศัตรูของเจ้า; อย่าให้ใจเจ้าทั้งหลายวิตก: อย่าสะดุ้งหวาดหวั่น, เพราะเขาเลย:
4
เพราะพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าจะเสด็จไปกับเจ้าทั้งหลาย, จะทรงอุดหนุนให้เจ้าสู้รบพวกศัตรูของเจ้า, และจะทรงโปรดช่วยเจ้าให้รอด,
5
และนายทัพนายกองทั้งปวงต้องกล่าวแก่คนทั้งหลายว่า, คนไหนที่ได้สร้างเรือนแล้ว, แต่ยังมิได้ฉลองเรือนนั้น? ก็ให้ผู้นั้นกลับไปยังเรือนของตน, กลัวว่าเขาจะตายเสียในการรบ, และผู้อื่นจะฉลองเรือนของผู้นั้น.
6
คนไหนที่ได้ปลูกสวนเถาองุ่น, แต่ยังมิได้กินผล ก็ให้ผู้นั้นกลับไปยังเรือนของตน, กลัวว่าเขาจะตายเสียในการรบ, และคนอื่นจะกินผลในสวนนั้น.
7
คนไหนที่สู่ของหญิงเป็นภรรยาแล้ว, แต่ยังมิได้แต่งงานกัน ก็ให้ผู้นั้นกลับไปยังเรือนของตน, กลัวว่าจะตายเสียในการรบ, และผู้อื่นจะมารับเขาไปเป็นภรรยา.
8
และนายทัพนายกองต้องกล่าวแก่คนทั้งปวงว่า, คนไหนที่กลัวขลาดก็ให้ผู้นั้นกลับไปยังเรือนของตน. กลัวว่าพี่น้องของเขาจะมีใจกลัวขลาดเหมือนกันกับใจของผู้นั้น.
9
เมื่อนายทัพนายกองทั้งปวงได้กล่าวแก่คนทั้งหลายสำเร็จแล้ว, เขาต้องตั้งนายทัพนายกองให้นำหน้าคนทั้งปวง
10
ครั้นเจ้าทั้งหลายมาใกล้เมืองหนึ่งเมืองใดจะตี, ก็ให้ประกาศซึ่งไมตรีแก่เมืองนั้นก่อน.
11
ถ้าเขารับคำว่าจะเป็นไมตรีกัน, และเปิดประตูให้เจ้าทั้งหลายแล้ว, คนทั้งปวงในเมืองนั้น จึงจะเป็นเมืองขึ้น, ต้องปฏิบัติเจ้าทั้งหลาย.
12
ถ้าเมืองนั้นไม่ยอมเป็นไมตรีกัน, แต่จะสู้รบกับเจ้าทั้งหลาย เจ้าจึงจะตีเมืองนั้นได้:
13
และเมื่อพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าได้ทรงมอบเมืองนั้นไว้ในมือเจ้าทั้งหลายแล้ว, เจ้าจงประหารชีวิตผู้ชายทุกคนเสียด้วยคมดาบ:
14
แต่หญิง, และเด็กทั้งหลาย, กับฝูงสัตว์, และบรรดาสิ่งของในเมืองนั้น, คือสิ่งทั้งปวง, เจ้าทั้งหลายจงเอาไว้สำหรับตัว; และเจ้าทั้งหลายจะได้กินของแห่งพวกศัตรูของเจ้า, ซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าประทานให้นั้น.
15
เจ้าทั้งหลายจงกระทำดังนี้แก่เมืองทั้งปวงที่อยู่ไกลจากเจ้า, ที่มิได้เป็นเมืองแห่งประเทศนั้น.
16
แต่ชนประเทศทั้งปวง, ซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าได้ประทานให้เจ้าเป็นกรรมสิทธิ์, เจ้าอย่าได้เอาไว้คนซึ่งมีจิตต์วิญญาณสักคนหนึ่งเลย: แต่จงทำลายเขาเสียทั้งสิ้น
17
คือพวกอิดที, พวกอะโมรี, พวกคะนาอัน, พวกฟะรีซี, พวกฮีวี, และพวกยะบูศ; ดังพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าได้ตรัสสั่งเจ้าทั้งหลายไว้นั้น;
18
เพื่อมิให้เขาสอนให้เจ้าทั้งหลายกระทำตามความชั่วลามกทั้งปวง, ซึ่งเขาได้ปฏิบัติแก่พระของเขานั้น; ซึ่งจะให้เจ้าทั้งหลายหลงผิดต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า
19
เมื่อเจ้าทั้งหลายจะรบศึก ตั้งทัพล้อมเมืองหนึ่งเมืองใดไว้นาน, จะตีเมืองนั้น, ก็อย่าเอาขวานฟันทำลาย ต้นไม้เสีย. ด้วยเจ้าก็จะได้กินผลต้นไม้นั้น, อย่าฟันต้นไม้; เพราะต้นไม้ที่ทุ่งนาเป็นมนุษย์หรือ, เจ้าจึงจะทำศึกกับมัน.
20
แต่ต้นไม้ทั้งปวงที่เจ้ารู้ว่าเป็นต้นไม้ไม่มีผล, ก็จงฟันทำลายเสีย; เจ้าจะต้องทำศึกล้อมเมืองที่สู้รบกับเจ้า, จนเมืองนั้นแตกไป
← Chapter 19
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 21 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34