bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Deuteronomy 4
Deuteronomy 4
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 3
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 5 →
1
ดูกรพวกยิศราเอล, จงฟังข้อกฎหมายและข้อพิพากษาทั้งหลาย, ซึ่งเราจะกล่าวสอนเจ้าทั้งหลายให้ประพฤติตาม; เพื่อเจ้าจะมีชวิตอยู่, และเข้าไปปกครองแผ่นดินซึ่งพระยะโฮวา, พระเจ้าแห่งปู่ย่าตายายของเจ้าทั้งหลายได้ประทานให้เจ้า.
2
เจ้าทั้งหลายอย่าได้เพิ่มเติมคำที่เราสั่งสอนเจ้าทั้งหลาย, และอย่าได้ลดหย่อนจากถ้อยคำนั้น, เพื่อเจ้าทั้งหลายจะได้ประพฤติตามข้อบัญญัติแห่งพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า ซึ่งเราได้สั่งเจ้าทั้งหลาย.
3
ตาของเจ้าทั้งหลายได้เห็นการซึ่งพระยะโฮวาได้ทรงกระทำเพราะเหตุพระบาละฟะโอร; ด้วยคนทั้งหลาย ที่ได้นับถือพระบาละฟะโอรนั้น, พระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าได้ทรงทำลายจากท่ามกลางพวกเจ้าทั้งหลายเสียสิ้น.
4
แต่เจ้าทั้งหลายที่ได้ผูกพันนับถือพระโฮวาพระเจ้าของเจ้าก็ยังมีชีวิตอยู่ทุกคนจนถึงทุกวันนี้.
5
นี่แน่ะ, เราได้สอนข้อกฎหมาย และข้อพิพากษาทั้งหลายแก่เจ้า, เหมือนพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าได้ตรัสสั่งไว้แก่เรา, เพื่อเจ้าทั้งหลายจะได้ประพฤติตาม เมื่อไปอยู่ในแผ่นดินซึ่งเจ้าทั้งหลายจะเข้าไปปกครองนั้น.
6
จงรักษาบัญญัติเหล่านั้นและประพฤติตาม; ด้วยการนี้แสดงสติปัญญาและความเข้าใจของเจ้าทั้งหลาย ต่อหน้าชนประเทศทั้งปวง, ซึ่งจะได้ยินบรรดาข้อกฎหมายเหล่านี้, และเขาจะว่า, แท้จริงชนประเทศอันใหญ่นี้เป็นคนมีสติปัญญาและความเข้าใจ.
7
ด้วยมีประเทศที่ไหนเป็นประเทศใหญ่, ผู้มีพระเจ้าอยู่ใกล้เขาทั้งหลาย, เหมือนอย่างพระยะโฮวาพระเจ้าของเราอยู่ใกล้เราทั้งหลาย เมื่อเราอธิษฐานขอพระองค์นั้น?
8
และมีประเทศไหนเป็นประเทศใหญ่, ที่มีกฎหมายและข้อพิพากษาอันยุตติธรรมเหมือนอย่างข้อกฎหมายเหล่านี้, ที่เราตั้งไว้ให้เแก่เจ้าทั้งหลายวันนี้?
9
และเจ้าจงระวังตัว, และรักษาจิตต์ใจของเจ้าให้ดี, กลัวว่าเจ้าจะลืมสิ่งทั้งหลายที่ตาของเจ้าได้เห็นนั้น, และลืมไปเสียจากใจของเจ้าทุกวันคืนแห่งชีวิตของเจ้า; แต่จงสอนบัญญัติเหล่านี้แก่ลูกหลานของเจ้าต่อไป;
10
ในวันนั้นที่เจ้าได้ยืนอยู่ต่อพระพักตรพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าที่โฮเร็บ, เมื่อพระยะโฮวาตรัสแก่เราว่า, จงให้คนทั้งปวงประชุมรวมกันเข้าต่อหน้าเรา, และเราจะให้เขาทั้งหลายได้ยินถ้อยคำของเรา, เพื่อเขาทั้งหลายจะได้กลัวเกรงเราทุกวันคืนแห่งชีวิตของเขาในโลกนี้, เพื่อเขาทั้งหลายจะสั่งสอนลูกหลานของเขา.
11
เจ้าทั้งหลายได้เข้ามาใกล้และยืนอยู่ที่เชิงภูเขา: และภูเขานั้นมีเปลวเพลิงลุกพลุ่งขึ้นไปถึงฟ้าอากาศ, มีความมืดและเมฆมืดทึบหนา.
12
และพระยะโฮวาได้ตรัสแก่เจ้าทั้งหลายจากท่ามกลางไฟ: เจ้าทั้งหลายได้ยินพระสรุเสียงเป็นวัจนะนั้น, แต่หาได้เห็นสันฐานอันหนึ่งอันใดไม่; มีแต่พระสรุเสียงเท่านั้น.
13
และพระองค์ได้ทรงประกาศสัญญาไมตรีของพระองค์, ซึ่งพระองค์ตรัสสั่งให้เจ้าทั้งหลายประพฤติตาม, คือพระบัญญัติสิบประการ; ที่พระองค์ได้ทรงจารึกไว้ที่แผ่นศิลาสองแผ่นนั้น.
14
และครั้งนี้นั้นพระยะโฮวาได้ตรัสสั่งให้เราสอนข้อกฎหมายและข้อพิพากษาทั้งหลายแก่เจ้า, เพื่อจะให้เจ้าทั้งหลายประพฤติตามบัญญัติเหล่านั้นในแผ่นดินที่เจ้าทั้งหลายจะเข้าไปปกครอง
15
เหตฉะนี้เจ้าทั้งหลายจงระวังตัวให้ดี; ด้วยในวันนั้นที่พระยะโฮวาได้ตรัสแก่เจ้าทั้งหลายที่ตำบลโฮเร็บจากท่ามกลางเปลวเพลิงนั้น เจ้าทั้งหลายมิได้เห็นรูปสันฐานสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย;
16
กลัวว่าเจ้าทั้งหลายจะกระทำการชั่ว, หลงกระทำรูปเคารพเป็นสันฐานสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นชายหรือหญิง,
17
เป็นรูปสัตว์อย่างใดที่อยู่บนแผ่นดิน, หรือเป็นรูปนกอย่างใดที่บินไปบนอากาศ,
18
หรือเป็นรูปสัตว์อย่างหนึ่งอย่างใดที่เลื้อยคลานบนแผ่นดิน, หรือเป็นรูปปลาอย่างใดที่อยู่ในน้ำใต้แผ่นดิน;
19
กลัวว่าเจ้าจะเงยหน้าดูฟ้าอากาศ, เมื่อเห็นดวงอาทิตย์ดวงจันทร์และดวงดาว ทั้งปวงคือบรรดาที่อยู่ฟ้าอากาศนั้น, เจ้าจะหลงนมัสการและปฏิบัติสิ่งเหล่านั้น, ซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าได้ประทานแก่ชนประเทศทั้งหลายทั่วใต้ฟ้า.
20
แต่พระยะโฮวาได้ทรงเลือกเจ้าทั้งหลาย, และได้ทรงพาเจ้าออกจากเตาเหล็ก, คือประเทศอายฆุบโต, เพื่อเจ้าทั้งหลายจะได้เป็นไพร่พลกรรมสิทธิ์, ของพระองค์เหมือนทุกวันนี้.
21
พระยะโฮวาได้ทรงพิโรธแก่เรา เพราะเหตุถ้อยคำของเจ้าทั้งหลาย, และได้ทรงปฏิญาณไว้ว่า จะไม่ให้เราข้ามแม่น้ำยาระเด็น, และไม่ให้เราไปอยู่ใน แผ่นดินเมืองอันมั่งคั่งบริบูรณ์, ซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าได้ประทานให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้านั้น.
22
แต่ฝ่ายเรานี้ก็จะต้องตายอยู่ในแผ่นดินนี้, เราจะข้ามแม่น้ำยาระเด็นนั้นไม่ได้เลย; แต่ฝ่ายเจ้าทั้งหลายจะข้ามไป, และปกครองแผ่นดินเมืองอันมั่งคั่งบริบูรณ์นั้น.
23
เจ้าทั้งหลายจงระวังตัวให้ดี, กลัวว่าเจ้าจะลืมคำสัญญาไมตรีของพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าทั้งหลาย, ซึ่งพระองค์ได้ทรงตั้งไว้กับเจ้าทั้งหลาย, แล้วหลงกระทำรูปเคารพเป็นรูปสันฐานสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของเขาทั้งหลายได้ทรงห้ามปรามไม่ให้ทำนั้น.
24
เพราะพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าเป็นเปลวเพลิง, เป็นพระเจ้าผู้หวงแหน
25
เมื่อเจ้ามีลูกหลาน, แลได้อยู่ในแผ่นดินนั้นช้านาน, และทำตัวให้ชั่ว, และหลงกระทำรูปเคารพเป็นรูปสันฐานสิ่งหนึ่งสิ่งใด, และจะทำการผิดต่อพระพักตรพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า, เป็นที่เคืองพระทัยพระองค์;
26
เราได้ฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกเป็นพะยานต่อเจ้าทั้งหลายในวันนี้, ว่าเจ้าทั้งหลายจะพลันฉิบหายเสื่อมเสียจากแผ่นดิน ซึ่งเจ้าทั้งหลายจะข้ามแม่น้ำยาระเด็นไปปกครองนั้น; เจ้าทั้งหลายจะไม่ดำรงชีวิตอยู่ในแผ่นดินนั้นช้านานเลย, แต่จะต้องพินาศไปเสียสิ้น.
27
พระยะโฮวาทรงกระทำให้ท่านทั้งหลายกระจัดกระจายไปอยู่ประเทศอื่น ๆ, และเจ้าทั้งหลายจะเหลืออยู่น้อยคน ณ ท่ามกลางเมืองทั้งหลาย, ซึ่งพระยะโฮวาจะพาเจ้าทั้งหลายไปอยู่นั้น.
28
ที่นั้นเจ้าทั้งหลายจะไหว้รูปเคารพ. ซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้, เป็นไม้และหิน, ซึ่งเห็นไม่ได้, กินไม่ได้, และดมกลิ่นไม่ได้.
29
แต่ในที่นั่นถ้าเจ้าทั้งหลายแสวงหาพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า, ถ้าเจ้าแสวงหาพระองค์ด้วยสุดใจและสุดจิตต์ของเจ้า, ก็จะพบพระองค์.
30
เมื่อเจ้ามีความลำบาก, และบรรดาเหตุเหล่านี้มาถึงเจ้าทั้งหลายแล้ว, ในวันที่สุดนั้นถ้าเจ้าจะกลับหันหาพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า, และเชื่อฟังคำตรัสของพระองค์:
31
พระองค์จะไม่ละทิ้งเจ้า, ไม่ทำลายเจ้า, และจะไม่ลืมคำสัญญาไมตรีซึ่งพระองค์ได้ทรงปฏิญาณไว้แก่ปู่ย่าตายายของเจ้า, เพราะพระยะโฮวาพระเจ้า, ของเจ้าเป็นพระเจ้าประกอบไปด้วยความเมตตา
32
เพราะว่าเดี๋ยวนี้จงถามถึงกาลวันที่ล่วงแล้ว, ซึ่งมีอยู่แต่ก่อนเจ้า, ตั้งแต่วันที่พระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ไว้บนแผ่นดินโลก, และค้นดูตั้งแต่ฟ้าข้างหนึ่ง ตลอดจนถึงฟ้าอีกข้างหนึ่ง, ว่ามีการใหญ่สำคัญดังนี้หรือ, หรือผู้ใดได้ยินถึงการดังนี้บ้าง?
33
มีผู้ใดที่ได้ยินพระสุระเสียงของพระเจ้าตรัสออกมาจากท่ามกลางไฟ, เหมือนเจ้าได้ยินนั้น, และยังมีชีวิตอยู่หรือ?
34
หรือพระเจ้าได้อาจสามารถไปเลือกประเทศอื่นจากท่ามกลางนาๆ ประเทศด้วยการลำบาก, ด้วยการลำคัญ ด้วยการอัศจรรย์, ด้วยศึกสงคราม, ด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์, ด้วยพระกรซึ่งเหยียดออก, และด้วยการพิลึกน่ากลัวตามบรรดาการที่พระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าทั้งหลายได้ทรงกระทำสำหรับเจ้าทั้งหลายในประเทศอายฆุบโตต่อตาเจ้า?
35
พระองค์ได้ทรงสำแดงให้ปรากฏแก่เจ้า, เพื่อเจ้าจะได้รู้ว่า พระยะโฮวาเป็นพระเจ้า; นอกจากพระองค์หามีพระเจ้าอื่นไม่เลย.
36
พระองค์ได้ทรงโปรดให้ได้ยินพระสุระเสียงของพระองค์มาจากสวรรค์, เพื่อพระองค์จะได้สั่งสอนเจ้า: พระองค์ได้ทรงบันดาลให้เจ้าเห็นเปลวเพลิงอันใหญ่ของพระองค์บนแผ่นดิน และเจ้าได้ยินพระสุระเสียงคำตรัสของพระองค์จากท่ามกลางเปลวเพลิงนั้น.
37
พระองค์ได้ทรงรักปู่ย่าตายายของเจ้า, เพราะเหตุนี้พระองค์จึงเลือกสรรเผ่าพันธุ์ของเขา, และได้ทรงพาเจ้าออกมาจากประเทศอายฆุบโตต่อพระพักตพระองค์ด้วยฤทธิ์อันใหญ่ยิ่ง ของพระองค์,
38
เพื่อจะได้ขับไล่ชนประเทศซึ่งเป็นใหญ่ และมีอำนาจมากกว่าเจ้า จากต่อหน้าเจ้า, เพื่อจะได้พาเจ้าทั้งหลายเข้ามา, เพื่อจะให้แผ่นดินของเขาเป็นที่อยู่เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้า, เหมือนเป็นอยู่ทุกวันนี้.
39
เหตุฉะนี้จงรู้ในวันนี้, และตรองดูในใจเจ้าว่าพระยะโฮวาเป็นพระเจ้าในสวรรค์เบื้องบน และบนแผ่นดินโลกเบื้องต่ำ; หามีพระเจ้าอื่นไม่เลย.
40
และเจ้าจงรักษาข้อกฎหมายและข้อบัญญัติทั้งหลายของพระองค์, ซึ่งเราได้สั่งไว้แก่เจ้าในวันนี้, เพื่อเจ้าและเผ่าพันธุ์ของเจ้าจะมีความสุขจำเริญ, และเพื่อเจ้าจะดำรงชีวิตไว้ช้านานในแผ่นดิน, ซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าประทานให้เจ้า, ต่อไปเป็นนิจ
41
แล้วโมเซได้จัดเลือกสามหัวเมืองฟากแม่น้ำยาระเด็นข้างตะวันออก;
42
เพื่อว่าผู้ที่ฆ่าคนจะได้หนีไปอยู่ที่นั่น, คือผู้ที่พลั้งพลาดฆ่าเพื่อนบ้านเสีย, โดยมิได้มีความเจตนา; และเมื่อหนีไปอยู่ในเมืองเหล่านี้ก็รอดได้;
43
หัวเมืองเหล่านั้นคือ, เมืองเบเซ็รที่ป่า, ซึ่งเป็นที่ราบสูง, สำหรับตระกูลรูเบ็น, เมืองราโมธที่ฆีละอาด, สำหรับตระกูลฆาด; และเมืองโฆลานที่บาซาน, สำหรับตระกูลมะนาเซ
44
นี่แหละเป็นบัญญัติที่โมเซตั้งไว้แก่พวกยิศราเอล:
45
ขอปฏิญาณ, ข้อกฎหมาย, และข้อพิพากษาเหล่านี้, โมเซก็กล่าวแก่พวกยิศราเอล, เมื่อเขาทั้งหลายได้ออกมาจากประเทศอายฆุบโตแล้ว,
46
ที่ฟากแม่น้ำยาระเด็นข้างโน้น, คือที่หุบเขาตรงหน้าเบ็ธฟะโอร, ที่แผ่นดินของซีโฮนกษัตริยพวกอะโมรี, ที่อยู่ตำบลเฮสโบน, ซึ่งโมเซและพวกยิศราเอลได้ตีทำลายนั้น, เมื่อเขาได้ออกมาจากประเทศอายฆุบโตแล้ว.
47
และพวกยิศราเอลนั้นได้เข้าปกครองแผ่นดินของท่าน, และเมืองของโอฆกษัตริย์เมืองบาซาน, กษัตริย์เมืองอะโมรีสององค์, ซึ่งอยู่ฟากแม่น้ำยาระเด็นข้างตะวันออก;
48
ตั้งแต่อะโรเอร, ซึ่งอยู่ฝั่งแม่น้ำอะระโนน, จนถึงภูเขาซีโอน (คือเฮระโมน),
49
และบรรดาที่หุบเขาฟากแม่น้ำยาระเด็นข้างตะวันออก, จนถึงทะเลอะราบาที่เนินภูเขาพิศฆา
← Chapter 3
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 5 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34