bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Deuteronomy 5
Deuteronomy 5
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 4
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 6 →
1
โมเซได้เรียกบรรดาพวกยิศราเอล, กล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า, ดูกรพวกยิศราเอล, จงฟังข้อกฎหมาย และข้อพิพากษาทั้งหลายซึ่งเรากล่าวไว้ในหูเจ้าทั้งหลายในวันนี้, เพื่อเจ้าทั้งหลายจะได้เรียนจำ. และรักษาทำตามบัญญัติเหล่านั้น.
2
พระยะโฮวาพระเจ้าของเราได้ตั้งคำสัญญาไม ตรีไว้กับเราทั้งหลายที่โฮเร็บ.
3
พระยะโฮวามิได้ทรงตั้งคำสัญญาไมตรีนี้ไว้กับปู่ย่าตายายของเรา, แต่กับเราทั้งหลาย, คือเราทั้งหลาย, บรรดาที่มีชีวิตอยู่ทุกวันนี้.
4
พระยะโฮวาได้ตรัสแก่เจ้าทั้งหลาย ฉะเพาะพระพักตรพระองค์ที่ภูเขาจากท่ามกลางเปลวเพลิง.
5
(ครั้งนั้น เราก็ได้ยืนอยู่ท่ามกลางพระยะโฮวากับเจ้าทั้งหลาย. เพื่อจะนำคำพระยะโฮวามาแจ้งแก่เจ้าทั้งหลาย: เพราะเจ้าทั้งหลายมีความกลัวเปลวเพลิง, และมิได้ขึ้นไปบนภูเขานั้น) พระองค์ตรัสว่า,
6
เราคือยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า, ผู้ได้นำเจ้าออกจากแผ่นดินอายฆุบโต, และออกจากซึ่งเป็นทาสนั้น
7
อย่าได้มีพระเจ้าอื่นต่อหน้าเราเลย
8
อย่าทำรูปเคารพสำหรับตน, เป็นสันฐานรูปสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งมีอยู่ในฟ้าอากาศเบื้องบนหรือซึ่งมีอยู่ที่แผ่นดินเบื้องล่าง, หรือซึ่งมีอยู่ในน้ำใต้แผ่นดิน:
9
อย่ากราบไหว้, หรือปฏิบัติรูปเหล่านั้น, ด้วยเรา, คือยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า, เป็นพระเจ้าหวงแหน, ให้โทษของบิดาที่ชังเรานั้นติดเนื่องจนถึงลูกหลาน, กระทั่งสามชั่วสี่ชั่วอายุคน;
10
แต่แสดงความกรุณาแก่ผู้ที่รักเรา และรักษาบัญญัติของเราถึงหลายพันชั่วอายุ
11
อย่าออกนามยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าเปล่าๆ: ด้วยผู้ที่ออกพระนามของพระองค์เล่นเปล่าๆ นั้น ยะโฮวาจะไม่ปรับโทษหามิได้
12
จงนับถือวันซะบาโต, ถือเป็นวันบริสุทธิ์ตามคำยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าได้ตรัสสั่งไว้แก่เจ้า.
13
จงทำการงานของเจ้าให้สำเร็จ; ในระหว่างหกวัน.
14
แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นซะบาโตของยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า: ในวันนั้นอย่ากระทำการงานสิ่งใดๆ, คือเจ้าเอง, หรือบุตราบุตรีของเจ้า, หรือทาสาทาสีของเจ้า, หรือตัวโคของเจ้า, หรือตัวลาของเจ้า, หรือบรรดาสัตว์ใช้ของเจ้า, หรือแขกที่มาอาศัยอยู่ข้างในประตูเมืองของเจ้า; เพื่อทาสาทาสีของเจ้าจะหยุดการหายเหนื่อยเหมือนตัวเจ้า.
15
จงระลึกว่าเจ้าได้เป็นทาสในประเทศอายฆุบโต, และยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าได้พาเจ้าออกมาจากที่นั่นด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ และด้วยพระกรเหยียดออกนั้น: เหตุฉะนี้ยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าได้บัญชาสั่งให้เจ้ารักษาวันซะบาโตนั้น
16
จงนับถือบิดามารดาของตน, ตามคำยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าตรัสสั่งนั้น; เพื่อเจ้าจะมีชีวิตยืนนาน, และจำเริญอยู่บนแผ่นดิน. ซึ่งยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าประทานให้แก่เจ้า
17
อย่าฆ่าคน
18
อย่าล่วงประเวณีสามีภรรยา
19
อย่าลักทรัพย์
20
อย่าเป็นพะยานกล่าวความเท็จต่อเพื่อนบ้าน
21
อย่าโลภภรรยาของเพื่อนบ้าน; อย่าโลภเรือนของเพื่อนบ้าน, หรือไร่นาของเขา, หรือทาสาของเขา, หรือทาสีของเขา, ตัวโค, หรือตัวลาของเขา. หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นของๆ เพื่อนบ้านนั้น
22
คำเหล่านี้พระยะโฮวาได้ตรัสแก่เจ้าทั้งหลาย ผู้ประชุมกันที่ภูเขาออกจากท่ามกลางเปลวเพลิง, มีเมฆมืดนัก, พระองค์ตรัสด้วยพระสุระเสียงอันดัง; พระองค์หาได้ตรัสอะไรต่อไปอีกไม่. และพระองค์ได้ทรงจารึกคำเหล่านี้ไว้ที่แผ่นศิลาสองแผ่น, แล้วประทานให้ไว้กับเรา.
23
และอยู่มา, เมื่อเจ้าทั้งหลายได้ยินพระสุระเสียงออกมาจากท่ามกลางความมืดนั้น. ด้วยภูเขานั้นไหม้อยู่ด้วยเปลวเพลิง, เจ้าทั้งหลายจึงได้เข้ามาหาเรา, คือบรรดาผู้ใหญ่และผู้เฒ่าผู้แก่;
24
แล้วว่า, นี่แน่ะ, พระยะโฮวาพระเจ้าของเราได้ทรงสำแดงแก่เราทั้งหลาย ซึ่งรัศมี, และอานุภาพของพระองค์, และเราทั้งหลายได้ยินพระสุระเสียงของพระองค์ออกมาจากท่ามกลางเปลวเพลิง. ในวันนี้เราทั้งหลายได้เห็นแล้วว่าพระเจ้าได้ตรัสด้วยมนุษย์, และมนุษย์นั้นยังมีชีวิตอยู่.
25
เหตฉะนี้เราทั้งหลายจะต้องตายเสียทำไม? เพราะเปลวเพลิงอันใหญ่นี้จะประหารชีวิตเราทั้งหลายเสีย: ถ้าเราทั้งหลายจะได้ยินพระสุระเสียงพระยะโฮวาพระเจ้าของเราต่อไปอีก. เราจะต้องตายเสีย.
26
เพราะในบรรดาเนื้อหนัง, ผู้ใดได้ยินพระสุระเสียงพระเจ้าผู้ทรงชีวิตอยู่เล่า?
27
ท่านจงเข้าไปใกล้, ฟังบรรดาถ้อยคำซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของข้าพเจ้าจะตรัสนั้น: แล้วจงกล่าวแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายบรรดาถ้อยคำซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของข้าพเจ้าจะตรัสแก่ท่านนั้น; ข้าพเจ้าทั้งหลายจะเชื่อฟัง, และทำตามถ้อยคำนั้น
28
แล้วพระยะโฮวาได้ทรงสดับคำของเจ้าทั้งหลาย. ที่มาพูดกับเรานั้น; และพระยะโฮวาตรัสแก่เราว่า. เราได้ยินเสียงวาจาของคนเหล่านี้แล้ว, ซึ่งเขามาพูดกับเจ้านั้น. ซึ่งเขาทั้งหลายได้ว่านั้นก็ดีแล้ว:
29
ให้คนเหล่านี้มีใจเกรงกลัว, และรักษาข้อบัญญัติทั้งหลายของเราเสมอ, เพื่อเขาทั้งหลายกับลูกหลานของเขาจะได้จำเริญอยู่เป็นนิตย์!
30
เจ้าจงไปกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า, จงกลับไปที่อยู่ของตนทุกคนเถิด,
31
แต่ฝ่ายตัวเจ้า, จงยืนอยู่ที่นี่ใกล้กับเรา, และเราจะกล่าวข้อบัญญัติ, ข้อกฎหมาย, และข้อพิพากษาทั้งหลายแก่เจ้า, ที่จะให้สอนเขาเหล่านั้น, เพื่อเขาจะได้ประพฤติตามบัญญัติเหล่านั้นที่แผ่นดินซึ่งเราจะให้เขาไปปกครองอยู่นั้น
32
เหตุฉะนี้ เจ้าทั้งหลายจงระวังทำตามถ้อยคำพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าได้บัญญัติไว้นั้น: อย่าได้หันไปข้างขวาหรือข้างซ้ายมือเลย.
33
เจ้าทั้งหลายจงดำเนินตามทางทั้งหลายซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าได้บัญญัติไว้แก่เจ้านั้น. เพื่อเจ้าทั้งหลายจะมีชีวิต. จะจำเริญ, และจะอยู่ช้านานที่แผ่นดิน ซึ่งจะไปปกครองอยู่นั้น
← Chapter 4
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 6 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34