bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
Jeremiah 33
Jeremiah 33
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 32
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 34 →
1
ขณะที่เยเรมีย์ยังถูกกักตัวอยู่ที่ลานทหารองครักษ์ ถ้อยคำของพระยาห์เวห์มาถึงเขาเป็นครั้งที่สองว่า
2
“พระยาห์เวห์ผู้สร้างโลก ผู้กำหนดรูปร่างและสถาปนามันไว้ ผู้มีนามว่าพระยาห์เวห์พูดดังนี้
3
‘จงร้องเรียกเราและเราจะตอบเจ้า และจะบอกถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ สิ่งที่เจ้าไม่รู้ และไม่อาจค้นพบได้นั้นแก่เจ้า’
4
พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอลพูดเกี่ยวกับบ้านเรือนในเมืองนี้และวังของกษัตริย์ยูดาห์ซึ่งถูกรื้อลงเพื่อใช้ต้านเนินดินและดาบ
5
ในการต่อสู้กับชาวบาบิโลน นั้นว่า ‘สถานที่เหล่านี้จะเต็มไปด้วยศพของผู้คนที่เราประหารด้วยความโกรธเกรี้ยวของเรา เราจะเบือนหน้าหนีเมืองนี้เพราะความชั่วร้ายทั้งปวงของมัน
6
อย่างไรก็ตาม เราจะนำสุขภาพที่ดีและการบำบัดรักษามา เราจะรักษาประชาชนของเรา และจะให้พวกเขาชื่นชมกับสันติสุขและความมั่นคงอย่างล้นเหลือ
7
เราจะนำยูดาห์และอิสราเอลกลับมาจากการเป็นเชลย และเราจะสร้างพวกเขาขึ้นใหม่ให้เหมือนแต่ก่อน
8
เราจะชำระล้างพวกเขาจากบาปทั้งหมดที่ได้ทำต่อเรา และให้อภัยบาปที่ได้กบฏต่อเรา
9
แล้วเมืองนี้จะนำเกียรติ ความชื่นชมยินดี และคำสรรเสริญมาให้เราต่อหน้าชนชาติในโลก ที่ได้ยินสิ่งดีทั้งปวงที่เราทำเพื่อเมืองนี้ และพวกเขาจะยำเกรงจนตัวสั่นกับความเจริญรุ่งเรืองและความสงบสุขซึ่งเราให้เมืองนี้’
10
พระยาห์เวห์พูดว่า ‘เจ้ากล่าวถึงสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นแดนร้าง ไม่มีคนหรือสัตว์อาศัยอยู่’ แต่ในหัวเมืองต่างๆ ของยูดาห์และตามถนนหนทางของเยรูซาเล็มซึ่งถูกทิ้งร้างและไม่มีทั้งคนหรือสัตว์อาศัยอยู่จะมีเสียงให้ได้ยินอีกครั้ง
11
คือเสียงรื่นเริงยินดี เสียงเจ้าบ่าวเจ้าสาว เสียงบรรดาผู้นำเครื่องบูชาขอบคุณมายังบ้านของพระยาห์เวห์กล่าวว่า ‘ขอบคุณพระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์ เพราะพระยาห์เวห์ประเสริฐ ความรักของพระองค์ดำรงนิรันดร์ เพราะเราจะคืนความเจริญรุ่งเรืองแก่กรุงนี้เหมือนแต่ก่อน’ พระยาห์เวห์พูดดังนั้น
12
พระยาห์เวห์ผู้มีฤทธิ์พูดว่า ‘แผ่นดินนี้ซึ่งถูกทิ้งร้างและปราศจากคนและสัตว์ จะมีทุ่งหญ้าในทุกเมืองอีกครั้ง ให้ผู้เลี้ยงแกะพาฝูงแพะแกะมานอนพัก
13
ในเมืองต่างๆ ของแถบเทือกเขา เชิงเขาด้านตะวันตก เนเกบ ในเขตแดนของเบนยามิน เขตชานกรุงเยรูซาเล็ม และในเมืองต่างๆ ของยูดาห์ จะมีฝูงแพะแกะผ่านไปใต้มือของผู้เลี้ยงเพื่อจะนับพวกมันอีกครั้งหนึ่ง’ พระยาห์เวห์พูดดังนั้น
14
พระยาห์เวห์พูดว่า ‘วันนั้นจะมาถึง เมื่อเราจะทำตามพันธสัญญาอันดีซึ่งเราได้ให้ไว้แก่คนอิสราเอลและยูดาห์
15
เมื่อถึงเวลานั้น เราจะให้กิ่งอันชอบธรรม ออกมาจากเชื้อสายของดาวิด เขาจะผดุงความถูกต้องและเที่ยงธรรมในดินแดน
16
เมื่อถึงเวลานั้น ยูดาห์จะได้รับความรอด และเยรูซาเล็มจะอาศัยอยู่อย่างปลอดภัย ผู้นั้นจะได้รับการขนานนามว่า พระยาห์เวห์พระผู้ช่วยให้รอดผู้ชอบธรรมของเรา’
17
เพราะพระยาห์เวห์พูดว่า ‘ดาวิดจะไม่ขาดคนครองบัลลังก์ของอิสราเอล
18
ทั้งปุโรหิตเผ่าเลวีก็จะไม่ขาดคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเรา เพื่อถวายเครื่องเผาบูชาทั้งตัว ธัญบูชา และเครื่องถวายอื่นๆ’ ”
19
ถ้อยคำของพระยาห์เวห์มาถึงเยเรมีย์ว่า
20
“พระยาห์เวห์พูดว่า ‘หากเจ้าเลิกล้มพันธสัญญาที่เรามีต่อกลางวันและกลางคืน จนทำให้วันและคืนไม่ได้มาถึงตามกำหนดเวลาปกติได้
21
เมื่อนั้นคำมั่นสัญญาของเราที่ให้กับดาวิดผู้รับใช้ของเรา และชนเลวีซึ่งเป็นปุโรหิตปฏิบัติหน้าที่ต่อหน้าเรา ก็จะเลิกล้มได้เช่นกัน และดาวิดก็จะไม่มีเชื้อสายที่จะครองบัลลังก์ของเขาอีก
22
เราจะทำให้เชื้อสายของดาวิดผู้รับใช้ของเราและชนเลวีซึ่งปฏิบัติหน้าที่ต่อหน้าเรานั้นมีจำนวนเกินกว่าจะนับได้ ดั่งดวงดาวในท้องฟ้าและเม็ดทรายที่ชายฝั่งทะเล’ ”
23
ถ้อยคำของพระยาห์เวห์มาถึงเยเรมีย์ว่า
24
“เจ้าไม่ได้สังเกตหรือว่าคนเหล่านี้พูดกันว่า ‘พระยาห์เวห์ทอดทิ้งสองอาณาจักร ที่พระองค์เลือกสรรไว้แล้ว’ เขาจึงดูหมิ่นประชาชนของเรา ไม่ยอมรับเป็นชาติหนึ่งอีกต่อไป
25
พระยาห์เวห์พูดว่า ‘หากเราไม่ได้ทำพันธสัญญาที่เรามีต่อกลางวันและกลางคืน และไม่ได้สถาปนากฎเกณฑ์ของฟ้าสวรรค์และโลกไว้
26
เมื่อนั้นเราจึงจะทอดทิ้งลูกหลานของยาโคบและดาวิดผู้รับใช้ของเรา และจะไม่เลือกลูกชายคนหนึ่งของเขาขึ้นปกครองลูกหลานของอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ เพราะเราจะให้พวกเขากลับสู่สภาพดีดังเดิม และจะเมตตาสงสารเขา’ ”
← Chapter 32
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 34 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52