bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
/
Jeremiah 52
Jeremiah 52
Thai TCV 2025 (คัมภีร์ ฉบับไทยสามัญ)
← Chapter 51
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
1
เศเดคียาห์ขึ้นเป็นกษัตริย์เมื่ออายุ 21 ปี และปกครองเยรูซาเล็มอยู่สิบเอ็ดปี แม่คือฮามุทาลธิดาของเยเรมีย์จากลิบนาห์
2
เศเดคียาห์ทำสิ่งชั่วร้ายในสายตาของพระยาห์เวห์ เหมือนที่เยโฮยาคิมได้ทำ
3
เนื่องด้วยความโกรธของพระยาห์เวห์ เหตุการณ์ทั้งหมดนี้จึงเกิดขึ้นกับเยรูซาเล็มและยูดาห์ จนในที่สุดพระองค์เหวี่ยงพวกเขาไปพ้นหน้าของพระองค์ ครั้งนั้นเศเดคียาห์กบฏต่อกษัตริย์บาบิโลน
4
ดังนั้น ในวันที่สิบเดือนที่สิบของปีที่เก้าของสมัยกษัตริย์เศเดคียาห์ กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนก็ยกทัพมารบกับเยรูซาเล็ม พวกเขาตั้งค่ายอยู่นอกเมืองแล้วสร้างเนินดินล้อมเมืองไว้
5
เยรูซาเล็มถูกล้อมอยู่จนถึงปีที่สิบเอ็ดของกษัตริย์เศเดคียาห์
6
เมื่อถึงวันที่เก้าของเดือนที่สี่ เมืองนี้ก็กันดารอาหารอย่างหนักจนไม่มีอาหารกินเลย
7
แล้วกำแพงเมืองก็ถูกพังลง ทั้งกองทัพก็หนีไปในเวลากลางคืน ผ่านประตูระหว่างกำแพงสองชั้นใกล้อุทยานของกษัตริย์ แม้ว่าชาวบาบิโลน ล้อมเมืองอยู่ พวกเขาหนีไปยังอาราบาห์
8
แต่กองทัพบาบิโลนไล่ล่ากษัตริย์เศเดคียาห์มาทันในที่ราบเยรีโค ส่วนทหารทั้งหมดของเศเดคียาห์แตกหนีกันไปคนละทิศคนละทาง
9
และพระองค์ถูกจับกุม พระองค์ถูกคุมตัวมาพบกษัตริย์บาบิโลนที่ริบลาห์ในเขตฮามัทและรับการตัดสินโทษ
10
ที่ริบลาห์นี้ กษัตริย์บาบิโลนประหารบรรดาลูกชายของเศเดคียาห์ต่อหน้าต่อตาท่าน และประหารข้าราชการทั้งหมดของยูดาห์
11
แล้วควักตาของเศเดคียาห์ออกทั้งสองข้าง จองจำด้วยโซ่ตรวนทองสัมฤทธิ์ และนำตัวไปขังคุกไว้ในบาบิโลนจนถึงวันตาย
12
ในวันที่สิบเดือนที่ห้าของปีที่สิบเก้าของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลน เนบูซาระดานผู้บัญชาการทหารองครักษ์ผู้รับใช้กษัตริย์บาบิโลนได้มาที่เยรูซาเล็ม
13
เขาจุดไฟเผาวิหารของพระยาห์เวห์ วัง และบ้านเรือนในเยรูซาเล็ม และอาคารสำคัญทุกแห่ง
14
ผู้บัญชาการทหารองครักษ์สั่งให้กองทัพบาบิโลนทั้งหมดทลายกำแพงรอบเยรูซาเล็ม
15
เนบูซาระดานผู้บัญชาการทหารองครักษ์กวาดต้อนผู้คนบางส่วนที่ยากจนที่สุด ผู้คนที่ยังอยู่ในเมือง ช่างฝีมือ ที่เหลือ รวมทั้งคนที่ละทิ้งไปภักดีต่อกษัตริย์บาบิโลน
16
แต่เนบูซาระดานทิ้งคนยากจนที่เหลือของดินแดนนั้นไว้ ให้ทำไร่องุ่นและทำไร่ไถนา
17
เสาทองสัมฤทธิ์ทั้งสองต้น แท่นเคลื่อนที่ และอ่างทะเลทองสัมฤทธิ์ซึ่งอยู่ที่วิหารของพระยาห์เวห์ นั้น ชาวบาบิโลนทุบเป็นชิ้นๆ และขนทองสัมฤทธิ์ทั้งหมดไปยังบาบิโลน
18
พวกเขายังได้นำเอาหม้อ ทัพพี กรรไกรตัดไส้ตะเกียง ชามประพรม จานชาม และเครื่องใช้ทองสัมฤทธิ์ทั้งหมดที่ใช้ในวิหารไปด้วย
19
ผู้บัญชาการทหารองครักษ์เอาสิ่งของที่ทำด้วยทองคำหรือเงินบริสุทธิ์ไป ไม่ว่าจะเป็นอ่าง กระถางไฟ ชามประพรม หม้อ เชิงตะเกียง และจานชามที่ใช้สำหรับเครื่องดื่มบูชา
20
ทองสัมฤทธิ์ที่ได้จากเสาทั้งสองต้น อ่างทะเลทองสัมฤทธิ์กับวัวทองสัมฤทธิ์สิบสองตัวที่เป็นฐานและแท่นเคลื่อนที่ ซึ่งกษัตริย์โซโลมอนสร้างขึ้นเพื่อวิหารของพระยาห์เวห์นั้นมีปริมาณมากเกินกว่าจะชั่งน้ำหนักได้
21
เสาแต่ละต้นสูง 18 ศอก เส้นรอบวง 12 ศอก หนา 4 นิ้วมือภายในกลวง
22
หัวเสาทองสัมฤทธิ์ที่อยู่บนยอดเสามีความสูง 5 ศอก ประดับด้วยตาข่ายและมีผลทับทิมทองสัมฤทธิ์รอบๆ เหมือนกันทั้งสองเสา
23
รอบหัวเสามีผลทับทิม 96 ผล จำนวนทับทิมที่อยู่บนตาข่ายโดยรอบมี 100 ผล
24
ผู้บัญชาการทหารองครักษ์ได้จับตัวเสไรอาห์หัวหน้าปุโรหิต เศฟันยาห์รองหัวหน้าปุโรหิต และนายประตูสามคนไว้
25
ในบรรดาคนที่ยังอยู่ในเมืองนั้น เขานำตัวแม่ทัพผู้ดูแลกองทหาร องคมนตรีเจ็ดคน และเลขาซึ่งเป็นหัวหน้ากองเกณฑ์พล และคนหกสิบคนที่พบในเมืองนั้นไปด้วย
26
เนบูซาระดานนำตัวคนทั้งหมดนี้ไปพบกษัตริย์บาบิโลนที่ริบลาห์
27
กษัตริย์ก็ฆ่าคนทั้งหมดนี้ที่ริบลาห์ในเขตฮามัท ยูดาห์จึงตกเป็นเชลย ต้องไปจากดินแดนของตน
28
จำนวนคนที่เนบูคัดเนสซาร์กวาดต้อนไปเป็นเชลยมีดังนี้ ในปีที่เจ็ด ชาวยิวถูกกวาดต้อนไป 3,023 คน
29
ในปีที่สิบแปดของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ มีคนถูกกวาดต้อนไปจากเยรูซาเล็ม 832 คน
30
ในปีที่ยี่สิบสามของกษัตริย์ เนบูซาระดานผู้บัญชาการทหารองครักษ์กวาดต้อนชาวยิวไป 745 คน รวมชาวยิวที่ถูกกวาดต้อนไปทั้งสิ้น 4,600 คน
31
ในปีที่สามสิบเจ็ดที่กษัตริย์เยโฮยาคีนแห่งยูดาห์เป็นเชลย คือปีที่อาเมลมาร์ดุคขึ้นเป็นกษัตริย์บาบิโลน เมื่อวันที่ยี่สิบห้าเดือนที่สิบสอง ท่านได้ปล่อยกษัตริย์เยโฮยาคีนแห่งยูดาห์ออกจากคุก
32
ท่านพูดกับเยโฮยาคีนอย่างอ่อนโยน และให้นั่งในที่มีเกียรติกว่ากษัตริย์อื่นๆ ที่มาเป็นเชลยในบาบิโลน
33
เยโฮยาคีนจึงได้ถอดชุดนักโทษออกและร่วมโต๊ะกับกษัตริย์เป็นประจำตลอดชีวิต
34
กษัตริย์แห่งบาบิโลนมอบเบี้ยเลี้ยงกับเยโฮยาคีนทุกวันตลอดชีวิต จนวันที่เยโฮยาคีนตาย
← Chapter 51
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52