bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
2 Chronicles 14
2 Chronicles 14
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 13
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 15 →
1
ครั้นอะบียาล่วงลับแล้ว, จึงได้เชิญพระศพไปยังไว้กับเชื้อวงศ์ปู่ย่าตายายในเมืองดาวิด: อาซาราชบุตรได้ครอบครองแทน. ในรัชชกาลของอาซาแผ่นดินก็มีความสงบเงียบถึงสิบปี.
2
อาซาได้ประพฤติเรียบร้อยเป็นที่ชอบธรรมต่อพระเนตรพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน:
3
ด้วยว่าแท่นสำหรับพระเทียมเท็จกับที่เนินสูงสำหรับนมัสการนั้นอาซาได้กวาดไป, หักทำลายรูปเคารพ, และฟันรูปพระอัศธะโรธเสีย;
4
จึงมีรับสั่งให้พวกยูดาแสวงหาพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งปู่ย่าตายาย, ให้ประพฤติตามพระบัญญัติและข้อบังคับ.
5
ที่นมัสการ ณ บนเนินสูง, และรูปพระอาทิตย์ทั่วบ้านเมืองยูดา, ท่านได้กวาดทำลายเสียหมด, แผ่นดินก็มีความสงบเงียบเพราะความเกรงกลัวท่าน.
6
แล้วท่านได้สร้างเมืองเข้มแข็งขึ้นหลายเมืองในเขตต์ยูดา: ด้วยแผ่นดินมีความสงบเงียบ, การศึกสงครามไม่มีตลอดปีเหล่านั้น; เพราะพระยะโฮวาทรงโปรดพระราชทานให้ท่านมีความสุขสำราญ.
7
ท่านได้ตรัสแก่ตระกูลยูดาว่า, ให้เราทั้งหลายสร้างเมืองเหล่านั้นให้มีกำแพงล้อมรอบ, กับหอคอย, ประตู, และกลอน, และทำในเวลาที่แผ่นดินยังสงบเงียบไม่มีอะไรขัดขวาง, เพราะเราทั้งหลายได้แสวงหาพระยะโฮวาพระเจ้าของเรา, พระองค์ได้ทรงโปรดพระราชทานให้พวกเรามีความสงบเงียบทั่วไป. เขาจึงได้พากันสร้างขึ้นเป็นการเจริญดี.
8
อาซามีทหารแต่ตระกูลยูดาที่ถือโล่ห์ใหญ่กับทวนสามแสนคน; เกณฑ์ทหารแต่ตระกูลเบ็นยามิน, ที่ถือโล่ห์เล็กกับธนูสองแสนแปดหมื่นคน: ทหารเหล่านั้นล้วนเป็นคนชำนาญและแกล้วกล้า
9
ฝ่ายเซราเจ้าแผ่นดินอายธิโอบได้ยกกระบวนศึก, มีพลทหารล้านคน, กับรถสามร้อยเล่ม, ขึ้นมาเพียงเมืองมาเรซา.
10
อาซาได้ยกไปต้านทาน, เตรียมรี้พลไว้ที่ซอกเขาชื่อซะฟาทาใกล้เมืองมาเรซา.
11
อาซาจึงได้อธิษฐานทูลพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านว่า, ข้าแต่พระยะโฮวา, มีฉะเพาะแต่พระองค์ผู้เดียวที่จะทรงสงเคราะห์ในระหว่างพวกที่มีฤทธิ์กับผู้ที่หามีกำลังไม่เลย: ข้าแต่พระยะโฮวา, พระเจ้าของพวกข้าพเจ้า, ขอพระองค์ทรงโปรดช่วย, เพราะข้าพเจ้ายึดถือพระองค์เป็นที่พึ่ง, และได้ออกมาต่อสู้หมู่คณะใหญ่นี้ในพระนามของพระองค์. ข้าแต่พระยะโฮวา, พระเจ้าของพวกข้าพเจ้า, ขออย่าให้มนุษย์ได้ชัยชะนะต่อพระองค์เลย.
12
พระยะโฮวาจึงทรงปราบปรามพวกอายธิโอบต่อหน้าอาซากับกองทัพยูดา; และกองทัพอายธิโอบก็แตกหนีไป.
13
ฝ่ายอาซากับกองทัพที่อยู่กับท่านก็ได้ไล่ติดตามพวกนั้นจนถึงเมืองฆะราร: ชนชาติอายธิโอบได้ล้มตายเพียงจะตั้งตัวอีกไม่ได้; ด้วยแตกหนีไปฉะเพาะพระยะโฮวา, และต่อหน้ากระบวนศึกของพระองค์; แล้วพวกอาซาได้เก็บทรัพย์สิ่งของมาเป็นอันมาก.
14
เขาได้ตีทุกบ้านเมืองที่อยู่ล้อมรอบเมืองฆะราร; เพราะความกลัวเกรงพระยะโฮวาก็ได้แผ่ไปทั่วชาวเมืองนั้น: เขาได้ตีปล้นบรรดาเมืองด้วยที่เมืองเหล่านั้นมีทรัพย์สิ่งของมาก.
15
กับได้ตีกะท่อมไว้ฝูงสัตว์ริบเอาแกะและอูฐเป็นอันมาก, แล้วกลับไปยังกรุงยะรูซาเลม
← Chapter 13
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 15 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36