bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
2 Chronicles 6
2 Chronicles 6
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 5
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 7 →
1
เมื่อนั้นซะโลโมกล่าวว่า, พระยะโฮวาได้ทรงตรัสไว้ว่า, พระองค์จะทรงสถิตอยู่ในที่มืดมัวอันแน่นทึบ.
2
แต่ข้าพเจ้าได้สร้างโบสถ์วิหารถวายพระองค์เป็นที่ประทับ, หวังจะให้เป็นที่พระองค์ทรงสถิตอยู่เป็นนิตย์.
3
แล้วกษัตริย์หันพระพักตรอำนวยพรแก่บรรดาพวกยิศราเอลที่ประชุมยืนอยู่นั้นว่า,
4
สาธุการแก่พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกยิศราเอล, พระหัตถ์ของพระองค์ได้ทรงกระทำให้ทุกสิ่งสำเร็จ, ที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระองค์กล่าวถึงดาวิดราชบิดาของข้าพเจ้านั้นว่า,
5
ตั้งแต่วันที่เราได้นำพลไพร่ของเราขึ้นมาจากแผ่นดินอายฆุบโต, เรายังมิได้เลือกเมืองใดในตระกูลใดของพวกยิศราเอล, เป็นที่สร้างโบสถ์วิหารให้นามของเราปรากฏที่นั้น; และเรามิได้เลือกผู้หนึ่งผู้ใดให้เป็นผู้ครอบครองเหนือพวกยิศราเอลพลไพร่ของเรา:
6
เราได้เลือก (ฉะเพาะแต่) กรุงยะรูซาเลม, เพื่อเป็นที่ให้นามของเราปรากฏ; และเราได้เลือกดาวิดเป็นผู้ครอบครองเหนือพวกยิศราเอลพลไพร่ของเรา.
7
ฝ่ายดาวิดราชบิดาของข้าพเจ้ามีน้ำพระทัยจะสร้างโบสถ์วิหารถวายแก่พระนามพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกยิศราเอล.
8
แต่พระยะโฮวาทรงตรัสแก่ดาวิดราชบิดาของข้าพเจ้าว่า, ความประสงค์ที่มีอยู่ในใจของเจ้านั้น, ที่จะสร้างโบสถ์วิหารถวายแก่นามของเราก็ดีแล้ว:
9
แต่เจ้าจะสร้างโบสถ์วิหารนั้นไม่ได้; บุตรชายของเจ้าที่จะเกิดมาแต่บั้นเอวของเจ้า, จะเป็นผู้สร้างโบสถ์วิหารแก่นามของเรา.
10
พระยะโฮวาได้ทรงบันดาลให้พระดำรัสของพระองค์นั้นสำเร็จ: ด้วยข้าพเจ้าได้เลื่อนขึ้นแทนราชบิดาของข้าพเจ้า, และได้ขึ้นนั่งบนพระที่นั่งเหนือพวกยิศราเอล, เหมือนพระยะโฮวาได้ทรงสัญญาไว้นั้น, แล้วข้าพเจ้าได้สร้างโบสถ์วิหารนี้, ถวายแก่พระนามพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกยิศราเอล.
11
และหีบสัญญาไมตรีนั้นข้าพเจ้าก็ได้เชิญประดิษฐานไว้ในโบสถ์นั้น, คือหีบสำหรับประมวญเก็บคำสัญญาไมตรีของพระยะโฮวาที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้กับพวกยิศราเอล
12
ซะโลโมได้ยืนตรงหน้าแท่นของพระยะโฮวา, ชูฝ่าพระหัตถ์ขึ้นต่อหน้าบรรดาพวกยิศราเอลทั้งปวงที่ประชุมกัน.
13
ด้วยว่ากษัตริย์ซะโลโมได้กระทำธรรมาสน์ทองเหลือง, ยาวห้าศอก, กว้างห้าศอก, สูงสามศอก, ตั้งไว้ที่กลางบริเวณ: ท่านขึ้นยืนที่ธรรมาสน์นั้นจึงคุกเข่าลงต่อหน้าพวกยิศราเอลทั้งปวงที่ชุมนุมอยู่นั้น, ยกมือทั้งสองชูขึ้นขยายออกตรงท้องฟ้า,
14
ทูลว่า, ข้าแต่พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งพวกยิศราเอล, ในสวรรค์ก็ดี, ที่พิภพโลกนี้ก็ดี, พระเจ้าอื่นเหมือนพระองค์ไม่มี; พระองค์ผู้ทรงรักษาคำสัญญา, และทรงพระกรุณาคุณต่อทาสของพระองค์ที่ดำเนินต่อพระพักตรพระองค์ด้วยใจสุจริต:
15
พระดำรัสซึ่งพระองค์ทรงสัญญาไว้แก่ดาวิดทาสของพระองค์, ราชบิดาของข้าพเจ้านั้น, พระองค์ได้ทรงรักษาไว้, และซึ่งได้ออกจากพระโอษฐ์ของพระองค์นั้น, พระหัตถ์พระองค์ทรงกระทำให้สำเร็จเหมือนเช่นเป็นอยู่ทุกวันนี้.
16
เหตุฉะนั้น, ข้าแต่พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกยิศราเอล, ขอพระองค์ทรงโปรดให้เป็นไปตามซึ่งพระองค์ได้ทรงสัญญาไว้แก่ดาวิดราชบิดาของข้าพเจ้านั้นว่า, ถ้าแม้นพงศ์พันธุ์ของเจ้าระวังรักษาทางของตนดำเนินตามข้อบัญญัติของเรา, เหมือนเจ้าได้ดำเนินต่อหน้าเรามาแล้วนั้น, จะทรงโปรดไม่ให้เจ้าขาดชายผู้หนึ่งต่อหน้าเรา เพื่อขึ้นนั่งบนพระที่นั่งของพวกยิศราเอล.
17
บัดนี้, ข้าแต่พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกยิศราเอล, ขอให้พระดำรัสของพระองค์สำเร็จดุจพระองค์ได้ทรงตรัสไว้แก่ดาวิดทาสของพระองค์
18
แต่พระเจ้าจะทรงสถิตอยู่กับมนุษย์ที่แผ่นดินโลกจริงหรือ? ดูเถิด, ท้องฟ้ากับฟ้าชั้นยอดนั้นก็ยังไม่พอเป็นที่สถิตของพระองค์ โบสถ์วิหารที่ข้าพเจ้าได้สร้างไว้นั้นก็ไม่พอยิ่งกว่านั้นเท่าไร!
19
ข้าแต่พระยะโฮวาพระเจ้าของข้าพเจ้า, ขอพระองค์ทรงโปรดเห็นแก่คำอธิษฐานและคำทูลขอแห่งทาสของพระองค์, ทรงโปรดสดับฟังคำร้องทูลขอ, คำอธิษฐานที่ข้าพเจ้าทูลฉะเพาะพระองค์:
20
ขอทรงโปรดทอดพระเนตรดูโบสถ์วิหารนี้ทั้งกลางวันกลางคืน, ณ สถานที่ ๆ พระองค์ทรงตรัสไว้ว่า จะจารึกพระนามของพระองค์ไว้ที่นั่น; เพื่อพระองค์จะได้ทรงโปรดสดับฟังคำอธิษฐานที่ผู้ทาสของพระองค์ทูลขอที่สถานนี้.
21
ขอพระองค์ทรงโปรดสดับฟังคำทูลขอแห่งข้าพเจ้าผู้ทาสของพระองค์, และคำทูลขอแห่งพวกยิศราเอลพลไพร่ของพระองค์ที่ทูลขอ ณ สถานนี้, ขอพระองค์ทรงโปรดสดับฟังแต่สวรรค์ที่สถิตของพระองค์; และเมื่อทรงสดับฟังแล้วขอทรงพระกรุณาโปรดยกโทษเสีย
22
ถ้ามีคนหนึ่งคนใดกระทำผิดต่อเพื่อนบ้าน, และเพื่อนบ้านจะให้คนนั้นทำสัตย์สาบาน, และคนนั้นเข้ารับสัตย์สาบานต่อหน้าแท่นของพระองค์ในโบสถ์นี้;
23
เมื่อนั้นขอพระองค์ทรงโปรดสดับฟังแต่สวรรค์, และทรงพิพากษาทาสของพระองค์ตามโทษของเขาให้การชั่วของคนชั่วนั้นตกที่ศีรษะของตน, และให้การชอบธรรมของผู้สัตย์ซื่อปรากฏขึ้น, และทรงปูนบำเหน็จแก่คนชอบธรรมตามการชอบธรรมของเขา
24
ถ้าพวกยิศราเอลพลไพร่ของพระองค์พ่ายแพ้ต่อหน้าพวกศัตรูแล้ว, เพราะได้ล่วงกระทำผิดต่อพระองค์, แต่จะกลับมาทูลรับสารภาพผิดด้วยออกพระนามของพระองค์และจะอ้อนวอนทูลขอฉะเพาะพระองค์ในโบสถ์วิหารนี้;
25
เมื่อนั้นขอพระองค์ทรงโปรดสดับฟังแต่สวรรค์, และยกบาปผิดของพวกยิศราเอลพลไพร่ของพระองค์และทรงนำพาพวกนั้นกลับมายังแผ่นดินที่พระองค์ได้ทรงโปรดมอบไว้แก่เขา, และแก่ปู่ย่าตายายของเขานั้น
26
ถ้าท้องฟ้าต้องปิดเสียฝนไม่ตก, เพราะพวกนี้ได้กระทำผิดต่อพระองค์; แต่เขาหันหน้าตรงโบสถ์วิหารนี้, ทูลขออ้อนวอนลุแก่โทษรับผิดด้วยออกพระนามของพระองค์, และกลับใจเสียจากการผิดนั้น, ขณะเมื่อพระองค์ทรงปรับโทษเขา;
27
เมื่อนั้นขอพระองค์ทรงโปรดสดับฟังแต่สวรรค์, และยกบาปผิดผู้ทาส, คือพวกยิศราเอลพลไพร่ของพระองค์, ในเวลาพระองค์ทรงฝึกสอนให้เขารู้จักทางดีที่เขาควรจะประพฤติ; เมื่อนั้นขอพระองค์ทรงบันดาลให้มีฝนตกที่แผ่นดินของพระองค์, ที่ทรงโปรดมอบได้แก่พลไพร่ของพระองค์ให้เป็นมรดก
28
ถ้าเกิดกันดารอาหารที่แผ่นดิน, หรือโรคภัยอันตราย, หรือเกิดข้าวลีบ, หรือข้าวตายฝอย, หรือฝูงตั๊กแตน, หรือตัวหนอนกินเสีย; หรือยังมีศัตรูตั้งค่ายล้อมรอบประตูเมืองของเขาทั่วแผ่นดิน, หรือจะมีกาฬโรค, หรือความเจ็บป่วยประการใดก็ดี:
29
จะมีคำอธิษฐานหรือคำทูลขออย่างไรๆ ที่คนหนึ่งคนใด, หรือที่บรรดาพวกยิศราเอลพลไพร่ของพระองค์จะทูลขอนั้น, ขณะเมื่อต่างคนตางรู้สึกความเจ็บป่วยหรือความทุกข์ร้อนใจของตน, และจะเหยียดมือออกไปตรงโบสถ์วิหารนี้:
30
เมื่อนั้นขอพระองค์ทรงสดับฟังแต่สวรรค์ซึ่งเป็นที่สถิตของพระองค์, และทรงพระกรุณาโปรดยกโทษเสีย, ให้แก่ทุกคนตามการประพฤติของตนทุกประการดุจพระองค์ทรงทราบสันดานใจของคนนั้น; ด้วยพระองค์ผู้เดียวทรงทราบใจมนุษย์ชาติ:
31
เพื่อคนทั้งหลายจะได้เกรงกลัวพระองค์, และดำเนินตามพระบัญญัติของพระองค์สิ้นวันทั้งหลายที่เขาจะมีชีวิตดำรงอยู่ในแผ่นดินที่พระองค์ได้ทรงมอบไว้แก่ปู่ย่าตายายของพวกข้าพเจ้า
32
ฝ่ายคนต่างประเทศที่ไม่ใช่ชาติยิศราเอลพลไพร่ของพระองค์แต่ได้มาจากประเทศไกล, เพราะเห็นแก่พระนามอันประเสริฐของพระองค์, และพระหัตถ์ของพระองค์อันทรงฤทธิ์เหยียดออกนั้น; ถ้าผู้นั้นจะเข้ามาอธิษฐานในโบสถ์วิหารนี้;
33
เมื่อนั้นขอพระองค์ทรงโปรดสดับฟังแต่สวรรค์ซึ่งเป็นที่สถิตของพระองค์และกระทำตามที่ชนต่างประเทศจะทูลขอแต่พระองค์นั้นทุกประการ; เพื่อบรรดามนุษย์โลกจะได้รู้จักพระนามของพระองค์, และจะได้นับถือเกรงกลัวพระองค์เหมือนกับชาติยิศราเอลพลไพร่ของพระองค์, และจะได้รู้ว่าโบสถ์วิหารที่ข้าพเจ้าได้สร้างไว้นี้เป็นที่จารึกพระนามของพระองค์
34
ถ้าพลไพร่ของพระองค์จะยกไปสู้รบกับศัตรูตามทางที่พระองค์ทรงใช้เขาไปนั้น, เขาจะทูลขอแต่พระองค์ด้วยหันหน้าไปตรงเมืองที่พระองค์ได้ทรงเลือกสรรนี้, และตรงโบสถ์วิหารนี้ที่ข้าพเจ้าได้สร้างไว้ถวายแก่พระนามของพระองค์;
35
คำที่เขาอธิษฐานทูลขอนั้น, ขอพระองค์ทรงโปรดสดับฟังแต่สวรรค์, และทรงโปรดให้เหตุการณ์ของเขายั่งยืนอยู่
36
ถ้าพวกนั้นทำผิดต่อพระองค์, ด้วยผู้ที่ปราศจากความผิดสักคนหนึ่งนั้นไม่มีเลย, และพระองค์ทรงพระพิโรธต่อเขา, มอบเขาไว้กับพวกศัตรู, ให้กวาดเขาไปเป็นชะเลยที่ประเทศไกลหรือใกล้ก็ดี;
37
แต่ทว่าถ้าเขาระลึกรู้สึกตัวในแผ่นดินที่เขาต้องถูกกวาดไปเป็นชะเลยนั้น, และกลับใจอธิษฐานทูลพระองค์ในแผ่นดินที่เขาไปเป็นชะเลยนั้น, รับว่า, ข้าพเจ้าทั้งหลายได้หลงผิดกระทำบาปชั่ว;
38
ถ้าเขากลับหาพระองค์ด้วยสุดจิตต์สุดใจของเขา, เมื่อเขายังเป็นชะเลยอยู่ในแผ่นดินที่ต้องถูกกวาดไปนั้น, และเขาจะอธิษฐานหันหน้าตรงแผ่นดินของตนที่พระองค์ได้ทรงมอบไว้แก่ปู่ย่าตายายของเขา, และตรงเมืองที่เลือกสรรของพระองค์นั้น, และตรงโบสถ์วิหารนี้ที่ข้าพเจ้าได้สร้างถวายแก่พระนามของพระองค์:
39
เมื่อนั้นคำที่เขาได้อธิษฐานทูลขอนั้น, ขอพระองค์ทรงโปรดสดับฟังแต่สวรรค์ซึ่งเป็นที่สถิตของพระองค์, และโปรดให้เหตุการณ์ของพวกเขายั่งยืนอยู่, กับทรงพระกรุณาโปรดยกโทษพลไพร่ของพระองค์ที่ได้กระทำผิดต่อพระองค์ด้วย
40
ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้า, ขอพระองค์ทรงลืมพระเนตร, โปรดเอียงพระกรรณของพระองค์ทรงสดับฟังคำอธิษฐานในตำบลนี้.
41
ข้าแต่พระยะโฮวาเจ้า, ขอพระองค์เสด็จมายังที่สถิตของพระองค์, ทั้งพระองค์กับหีบไมตรีอันเรืองฤทธิ์ของพระองค์: ข้าแต่พระยะโฮวาเจ้า, ขอทรงโปรดให้ปุโรหิตของพระองค์สวมซึ่งความรอด, ให้สานุศิษย์ของพระองค์ยินดีในพระกรุณาคุณ.
42
ข้าแต่พระยะโฮวาเจ้า, ขอพระองค์อย่าได้เบือนพระพักตรจากผู้เฉลิมของพระองค์: ขอทรงระลึกถึงพระกรุณาคุณที่ทรงสำแดงแก่ดาวิดผู้ทาสของพระองค์นั้น
← Chapter 5
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 7 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36