bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
2 Chronicles 34
2 Chronicles 34
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 33
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 35 →
1
เมื่อโยซีอาขึ้นเสวยราชย์มีพระชนมายุได้แปดพรรษา, แล้วได้ครอบครองที่กรุงยะรูซาเลมสามสิบเอ็ดปี.
2
ท่านได้กระทำการชอบต่อพระเนตรพระยะโฮวา, ดำเนินตามแบบอย่างของดาวิดราชบิดาใหญ่ของท่าน, ไม่เลี้ยวไปข้างซ้ายหรือข้างขวา.
3
ในปีที่แปดแห่งรัชชกาล, เมื่อท่านยังทรงพระเยาว์อยู่, ก็ไว้ตั้งพระราชหฤทัยแสวงหาพระเจ้าแห่งดาวิดราชบิดาใหญ่ของท่าน: ครั้นในปีที่สิบสองได้ตั้งต้นชำระแผ่นดินยูดาและกรุงยะรูซาเลม, กวาดให้ปราศจากที่นมัสการบนเนินสูง, รูปเสา, รูปสลัก, และรูปหล่อ.
4
เขาได้พากันรื้อทำลายแท่นของพระบาละต่อพระพักตร; รูปสันฐานพระอาทิตย์ที่ปักตั้งไว้สูงเหนือแท่นเหล่านั้น, ท่านให้ฟันลงเสีย, และรูปเสา, รูปสลัก, รูปหล่อ, ก็ไว้หักทำลายเสีย, ตำให้แหลกละเอียด แล้วโปรยไว้บนที่ฝังศพแห่งคนที่เคยทำการสักการบูชาถวายแก่รูปเหล่านั้น.
5
ส่วนอัฐิแห่งปุโรหิตท่านก็ได้เผาเสียบนแท่นของเขา, ชำระแผ่นดินยูดาและกรุงยะรูซาเลม.
6
กับหัวเมืองในตระกูลมานาเซ, เอ็ฟรายิม, และซีโมน, จนถึงนัฟธาลี, พร้อมด้วยเหล่าเมืองร้างที่อยู่ล้อมรอบ.
7
ส่วนแท่นนั้นท่านได้รื้อเสีย, รูปเสาและรูปสลักท่านก็ได้หักฟันเสียให้แหลกละเอียด, และรูปสัณฐานพระอาทิตย์ทั่วแผ่นดินยิศราเอล, ท่านก็ได้ฟันลงเสีย, แล้วเสด็จกลับไปยังกรุงยะรูซาเลม
8
ครั้นถึงปีที่สิบแปดแห่งรัชชกาลของท่าน, เมื่อชำระบ้านเมืองและโบสถ์วิหารเสร็จแล้ว, จึงรับสั่งให้ซาฟานบุตรชายของอะซาระยา, มาเซยาผู้ว่าราชการเมือง, และโยอายุตรชายของโยอาฮัศอาลักษณ์, ให้บำรุงซ่อมแซมโบสถ์วิหารของพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน.
9
เมื่อคนทั้งปวงนั้นที่ได้มาหาฮิศคียาผู้ปุโรหิตใหญ่, เขาได้มอบเงินถวายสำหรับโบสถ์วิหารของพระเจ้า, คือเงินที่พวกเลวีพนักงานเฝ้าประตูได้เรี่ยรายเก็บมาจากตระกูลมะนาเซ, ตระกูลเอ็ฟรายิม, และจากพวกยิศราเอล, บรรดาที่ยังเหลืออยู่นั้น, และจากชนตระกูลยูดา, ตระกูลเบ็นยามิน, และชาวกรุงยะรูซาเลม.
10
เงินนั้นเขาได้มอบไว้ในมือเจ้าพนักงานใหญ่ผู้บังคับการโบสถ์วิหารของพระยะโฮวา, พวกนั้นจึงมอบเงินไว้กับคนทั้งปวงที่ทำการอยู่ในวิหารนั้น, เพื่อจะได้ใช้จ่ายซ่อมแซมโบสถ์วิหารให้มั่นคง:
11
คือให้กับช่างไม้, ช่างก่อ, เพื่อจะได้ขอหินสลัก, ไม่ประกับติดต่อ, และไม้รองสำหรับซ่อมแซมห้องที่กษัตริย์ยูดารื้อเสียแล้วนั้น
12
คนทั้งปวงทำการนั้นด้วยสุจริต: เชื่อนายบังคับบัญชาการงานเหล่านั้นคือ, ยาฮัศ, และโอบัตยา, ชนตระกูลเลวี, แต่พงศ์พันธุ์ของมะรารี; กับซะคาระยาและมะซุลาม, พงศ์พันธุ์ของโคฮาธ, เป็นหัวหน้า; กับพวกเลวีที่ชำนาญในการประโคมเสียงด้วยเครื่องเพลงต่างๆ.
13
คนเหล่านั้นเป็นหัวหน้าแบกหาม, คนทั้งปวงที่ทำการทุกพวกยังมีชนเลวีเป็นเสมียนบ้าง, สารวัตรบ้าง, เฝ้าประตูบ้าง
14
เมื่อกำลังส่งเงินถวายแก่โบสถ์วิหารของพระยะโฮวานั้น, ฮิศคียาผู้ปุโรหิตก็พบปะหนังสือพระบัญญัติของพระยะโฮวาซึ่ง (ประกาศ) โดยโมเซ.
15
ฮิศคียาก็บอกซาฟานผู้อาลักษณ์ว่า, ในโบสถ์วิหารของพระยะโฮวานั้น. เราได้พบปะหนังสือพระบัญญัติ. ฮิศคียาจึงได้มอบหนังสือนั้นไว้กับซาฟาน.
16
ซาฟานได้รับหนังสือนั้นไปถวายแก่กษัตริย์ทูลว่า, ข้าราชการของท่านกำลังทำตามรับสั่งทุกประการ.
17
ในโบสถ์ของพระยะโฮวานั้น, ได้พบเงินเท่าไร, เขาได้เทออกส่งมอบไว้ในมือเจ้าพนักงานและมือช่าง.
18
ซาฟานผู้เป็นอาลักษณ์ได้นำข้อความทูลกษัตริย์ว่า, ฮิศคียาผู้ปุโรหิตได้ฝากหนังสือม้วนหนึ่งไว้กับข้าพเจ้า. แล้วซาฟานได้อ่านหนังสือนั้นฉะเพาะกษัตริย์
19
เมื่อไว้ทรงฟังข้อความในหนังสือพระบัญญัตินั้นแล้ว, ท่านก็ได้ฉีกฉลองพระองค์.
20
จึงรับสั่งแก่ฮิศคียา, อะฮีคามบุตรชายของซาฟาน, อับโดนบุตรชายของมีคา, ซาฟานผู้อาลักษณ์, และอะซายา, ผู้รับใช้ของท่านว่า,
21
จงไปกราบทูลถามพระยะโฮวาถึงข้อความในหนังสือที่พบแล้ว, เพื่อเราและเพื่อคนทั้งปวงที่ยังเหลืออยู่ในแผ่นดินยิศราเอลและแผ่นดินยูดา, ด้วยความพิโรธแห่งพระยะโฮวาได้พลุ่งขึ้นต่อพวกเราใหญ่ยิ่งนัก, เพราะปู่ย่าตายายของพวกเราไม่ได้ถือรักษาโอวาทของพระยะโฮวาในการที่จะประพฤติ, ตามซึ่งเขียนไว้ในหนังสือม้วนนี้ทุกประการ
22
ฮิศคียากับพวกข้าราชการนั้น, ได้ไปหานางผู้พยากรณ์ชื่อฮุลดานั้น, นางเป็นภรรยาของมาลุมเจ้าพนักงานเครื่องทอง, มาลุมเป็นบุตรของธิควา ๆ เป็นบุตรของอัศรา, นางนั้นอาศัยอยู่ในกรุงยะรูซาเลม ณ ตำบลนั้น: สองคนนั้นได้เล่าเรื่องให้นางนั้นทราบ.
23
นางได้ตอบแก่คนนั้นว่า, พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งพวกยิศราเอลทรงตรัสดังนี้ว่า, จงไปบอกผู้ที่ใช้ให้มาหาเรานั้นว่า,
24
พระยะโฮวาทรงตรัสดังนี้ว่า, “เราคงจะบันดาลให้กับอันตรายสวมทับตำบลนี้และชาวเมืองทั้งปวง, คือคำแช่งสาปทั้งปวงตามที่เขียนไว้ในหนังสือซึ่งเขาได้อ่านตรงหน้ากษัตริย์ยูดานั้น:
25
ด้วยเขาได้พากันละทิ้งเรา, และได้เผาเครื่องหอมถวายแก่พระอื่นๆ. การประพฤติเช่นนั้นเป็นเหตุให้ความพิโรธของเราพลุ่งขึ้น; เหตุฉะนั้นความพิโรธของเราก็ได้พลุ่งขึ้นแล้วต่อตำบลนี้และจะไม่ดับเลย.”
26
แต่ส่วนกษัตริย์ยูดา, ผู้ใช้ท่านทั้งหลายมาทูลถามเรานั้น, จงทูลตอบท่านว่า, พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งพวกยิศราเอลทรงตรัสดังนี้, ตามคำที่ท่านได้ยินแล้วว่า;
27
เพราเหตุใจของท่านอ่อนสุภาพถ่อมลงต่อพระพักตรพระยะโฮวา, ครั้นเมื่อได้ยินคำที่พระองค์ทรงตรัสต่อตำบลและชนชาวเมืองนี้, กับเพราท่านได้อ่อนน้อมลงฉีกเสื้อผ้า, ทั้งเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยการร้องไห้: เหตุฉะนั้นพระยะโฮวาทรงตรัสว่า, “เราได้ทรงโปรดสดับฟังแล้ว.”
28
“ดูเถิด, เราจะประมวญท่านไว้กับเชื้อวงศ์ราชบิดาของท่าน, เจ้าจะดำรงอยู่ด้วยความสุขสำราญ, กว่าเจ้าจะไปยังที่ฝังศพเป็นสุขสำราญ, ตาของเจ้าจะไม่ได้เห็นโพยภัยอันตรายต่างๆ ที่เราจะบันดาลให้สวมทับตำบลนี้กับชนชาวเมือง” คนเหล่านั้นได้นำความนี้มาทูลกษัตริย์.
29
ฝ่ายกษัตริย์รับสั่งไปยังผู้เฒ่าผู้แก่แห่งแผ่นดินยูดาและกรุงยะรูซาเลมให้ประชุมกันหมด.
30
จึงเสด็จขึ้นไปยังโบสถ์วิหารของพระยะโฮวา, พร้อมด้วยบรรดาชาวชนแผ่นดินยูดา, และชาวกรุงยะรูซาเลม, กับพวกปุโรหิตและพวกเลวี, และราษฎรทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อย; แล้วทรงอ่านให้เขาฟังถ้อยคำทั้งปวงในหนังสือคำสัญญาไมตรีนั้น, ที่เขาได้พบปะในโบสถ์วิหารของพระยะโฮวา.
31
กษัตริย์ได้ยืนบนที่สูงทำคำสัตย์สาบานต่อพระพักตรพระยะโฮวารับสัญญาว่า, จะแสวงหาพระยะโฮวา, จะถือรักษาบทพระบัญญัติ, กับกฎหมายและข้อตัดสินของพระองค์, ด้วยสิ้นสุดใจและสุดจิตต์วิญญาณของตน, ทั้งจะกระทำตามซึ่งเขียนไว้ในหนังสือสัญญาไมตรีนี้.
32
ท่านได้บังคับคนทั้งปวงที่กรุงยะรูซาเลมและในตระกูลเบ็นยามินให้ตั้งมั่นคงอยู่ในคำสัญญานั้น. ชาวกรุงยะรูซาเลมก็ได้ประพฤติตามคำสัญญาไมตรีของพระเจ้าแห่งปู่ย่าตายายของตน.
33
โยซีอาจึงได้กวาดของอันน่าเกลียดทั้งปวงนั้นไปเสียทั่วอาณาเขตต์ชาติยิศราเอล, ได้เป็นเหตุให้คนทั้งปวงที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินยิศราเอล ให้ปฏิบัติพระยะโฮวาพระเจ้าของตนทั่วตลอดรัชชกาลของท่าน. เขามิได้บ่ายหน้าไปจากพระยะโฮวาพระเจ้าแห่งปู่ย่าตายายเลย
← Chapter 33
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 35 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36