bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai Tok
/
Luke 14
Luke 14
Thai Tok
← Chapter 13
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 15 →
1
ทรง รักษา ชาย เป็น โรค มาน น้ำ ใน วัน สะ บา โต ต่อ มา เมื่อ พระองค์ เสด็จ เข้าไป ใน บ้าน ของ ขุนนาง คน หนึ่ง ใน พวก ฟาริสี ใน วัน สะ บา โต จะ เสวย พระ กระยาหาร เขา ทั้งหลาย คอย มอง ดู พระองค์
2
ดูเถิด มี ชาย คน หนึ่ง เป็น โรค มาน น้ำ อยู่ ต่อ พระ พักตร์ พระองค์
3
พระ เยซู จึง ตรัส ถาม พวก นัก กฎหมาย และ พวก ฟาริสี ว่า " ถ้า จะ รักษา คน ป่วย ใน วัน สะ บา โต จะ ผิด พระราชบัญญัติ หรือ ไม่ "
4
เขา ทั้งหลาย ก็ นิ่ง อยู่ พระองค์ ทรง รับ และ รักษา คน นั้น ให้ หาย แล้ว ก็ ให้ เขา ไป
5
พระองค์ จึง ตรัส กับ เขา ทั้งหลาย ว่า " คน ไหน ใน พวก ท่าน ถ้า จะ มี ลา หรือ วัว ตก บ่อ จะ ไม่ รีบ ฉุด ลาก มัน ออก ใน วัน สะ บา โต หรือ "
6
เขา ทั้งหลาย ตอบ ข้อ นี้ ไม่ ได้
7
คำ อุปมา เกี่ยว กับ แขก รับ เชิญ ผู้ เย่อหยิ่ง ฝ่าย พระองค์ เมื่อ ทอดพระเนตร เห็น คน ทั้งหลาย ที่ รับ เชิญ นั้น ได้ เลือก เอา ที่ อัน มี เกียรติ พระองค์ จึง ตรัส คำ อุปมา แก่ เขา ว่า
8
" เมื่อ ผู้ ใด เชิญ ท่าน ไป ใน การ เลี้ยง สมรส อย่า เอนกาย ลง ใน ที่ อัน มี เกียรติ เกลือก ว่า เขา ได้ เชิญ คน มี เกียรติ มาก กว่า ท่าน อีก
9
และ เจ้าภาพ ที่ ได้ เชิญ ท่าน ทั้ง สอง นั้น จะ มา พูด กับ ท่าน ว่า ` จง ให้ ที่นั่ง แก่ ท่าน ผู้ นี้ เถิด ' แล้ว เมื่อนั้น ท่าน จะ ต้อง เลื่อน ลง มา ที่ ต่ำ ได้ รับ ความ อดสู
10
แต่ เมื่อ ท่าน ได้ รับ เชิญ แล้ว จง ไป เอนกาย ลง ใน ที่ ต่ำ ก่อน เพื่อ ว่า เมื่อ เจ้าภาพ ที่ ได้ เชิญ ท่าน มา พูด กับ ท่าน ว่า ` สหาย เอ๋ย เชิญ เลื่อน ไป นั่ง ที่ อัน มี เกียรติ ' แล้ว ท่าน จะ ได้ เกียรติ ต่อหน้า คน ทั้งหลาย ที่ เอนกาย ลง รับประทาน ด้วย กัน นั้น
11
เพราะว่า ผู้ ใด ที่ ได้ ยก ตัว ขึ้น จะ ต้อง ถูก เหยียด ลง และ ผู้ ที่ ถ่อมตัว ลง นั้น จะ ได้ รับ การ ยก ขึ้น "
12
ฝ่าย พระองค์ ตรัส กับ คน ที่ เชิญ พระองค์ ว่า " เมื่อ ท่าน จะ ทำ การ เลี้ยง จะ เป็นกลาง วัน หรือ เวลา เย็น ก็ตาม อย่า เชิญ เฉพาะ เหล่า มิตรสหาย หรือ พี่น้อง หรือ ญาติ หรือ เพื่อนบ้าน ที่ มั่งมี เกลือก ว่า เขา จะ เชิญ ท่าน อีก และ ท่าน จะ ได้ รับ การ ตอบแทน
13
แต่ เมื่อ ท่าน ทำ การ เลี้ยง จง เชิญ คน จน คน พิการ คน ง่อย คน ตาบอด
14
และ ท่าน จะ เป็น สุข เพราะว่า เขา ไม่ มี อะไร จะ ตอบแทน ท่าน ด้วยว่า ท่าน จะ ได้ รับ ตอบแทน เมื่อ คน ชอบธรรม เป็น ขึ้น มา จาก ความ ตาย แล้ว "
15
คำ อุปมา เกี่ยว กับ การ เลี้ยง ใหญ่ ( มธ 22 : 1 - 14 ) ฝ่าย คน หนึ่ง ที่ เอนกาย ลง รับประทาน ด้วย กัน เมื่อ ได้ยิน คำ เหล่า นั้น จึง ทูล พระองค์ ว่า " ผู้ ที่ จะ รับประทาน อาหาร ใน อาณาจักร ของ พระเจ้า ก็ เป็น สุข "
16
พระองค์ ตรัส กับ เขา ว่า " ยัง มี ชาย คน หนึ่ง ได้ ทำ การ เลี้ยง ใหญ่ และ ได้ เชิญ คน เป็นอันมาก
17
เมื่อ ถึง เวลา เลี้ยง แล้ว เขา ก็ ใช้ ผู้ รับ ใช้ ของ ตน ไป บอก คน ทั้งหลาย ที่ ได้ รับ เชิญ ไว้ แล้ว ว่า ` เชิญ มา เถิด เพราะ สิ่ง สารพัด เตรียม ไว้ พร้อม แล้ว '
18
บรรดา คน ทั้งหลาย ก็ เริ่ม พา กัน ขอตัว คน แรก บอก เขา ว่า ` ข้าพเจ้า ได้ ซื้อ นา ไว้ และ จะ ต้อง ไป ดู นา นั้น ข้าพเจ้า ขอตัว เถอะ '
19
อีก คน หนึ่ง ว่า ` ข้าพเจ้า ได้ ซื้อ วัว ไว้ ห้า คู่ และ จะ ต้อง ไป ลอง ดู วัว นั้น ข้าพเจ้า ขอตัว เถอะ '
20
อีก คน หนึ่ง ว่า ` ข้าพเจ้า พึ่ง แต่งงาน ใหม่ เหตุ ฉะนั้น ข้าพเจ้า ไป ไม่ ได้ '
21
ผู้ รับ ใช้ นั้น จึง กลับ มา เล่า เนื้อความ ให้ เจ้านาย ฟัง นาย เจ้าของ บ้าน ก็ โกรธ จึง สั่ง ผู้ รับ ใช้ ว่า ` จง ออก ไป โดย เร็ว ตาม ถนน ใหญ่ และ ตรอก น้อย ใน เมือง พา คน จน คน พิการ คน ง่อย และ คน ตาบอด เข้า มา ที่ นี่ '
22
แล้ว ผู้ รับ ใช้ จึง บอก ว่า ` นาย เจ้าข้า ข้าพเจ้า ได้ กระทำ ตาม ท่าน สั่ง แล้ว และ ยัง มี ที่ ว่าง อยู่ '
23
เจ้านาย จึง สั่ง ผู้ รับ ใช้ นั้น ว่า ` จง ออก ไป ตาม ทาง ใหญ่ และ รั้ว ต้นไม้ ทั้งหลาย และ เร่งเร้า เขา ให้ เข้า มา เพื่อ เรือน ของ เรา จะ เต็ม
24
เพราะ เรา บอก เจ้า ว่า ใน พวก คน ทั้งหลาย ที่ ได้ รับ เชิญ ไว้ นั้น ไม่ มี สัก คน หนึ่ง จะ ได้ ลิ้ม เครื่อง ของ เรา เลย ' "
25
สิ่ง ที่ สาวก ต้อง สละ คน เป็นอันมาก ได้ ไป กับ พระองค์ พระองค์ จึง ทรง เหลียวหลัง ตรัส กับ เขา ว่า
26
" ถ้า ผู้ ใด มา หา เรา และ ไม่ ชัง บิดา มารดา บุตร ภรรยา และ พี่น้อง ชาย หญิง แม้ ทั้ง ชีวิต ของ ตน เอง ด้วย ผู้ นั้น จะ เป็น สาวก ของ เรา ไม่ ได้
27
ผู้ ใด มิได้ แบก กางเขน ของ ตน ตาม เรา มา ผู้ นั้น จะ เป็น สาวก ของ เรา ไม่ ได้
28
ด้วยว่า ใน พวก ท่าน มี ผู้ ใด เมื่อ ปรารถนา จะ สร้าง ป้อม จะ ไม่ นั่ง ลง คิด ราคา ดู เสีย ก่อน ว่า จะ มี พอ สร้าง ให้ สำเร็จ ได้ หรือ ไม่
29
เกรง ว่า เมื่อ ลงราก แล้ว และ กระทำ ให้ สำเร็จ ไม่ ได้ คน ทั้งปวง ที่ เห็นจะ เริ่ม เยาะ เย้ย เขา
30
ว่า ` คน นี้ ตั้งต้น ก่อ แต่ ทำให้ สำเร็จ ไม่ ได้ '
31
หรือ มี กษัตริย์ องค์ ใด เมื่อ จะ ยก กองทัพ ไป ทำ สงคราม กับ กษัตริย์ อื่น จะ มิได้ นั่ง ลง คิด ดูก่อน หรือ ว่า ที่ ตน มี พล ทหาร หมื่น หนึ่ง จะ สู้ กับ กองทัพ ที่ ยก มาร บ สอง หมื่น นั้น ได้ หรือ ไม่
32
ถ้า สู้ ไม่ ได้ เมื่อ ยัง อยู่ ห่าง กัน ก็ จะ ใช้ พวก ทูต ไป ขอ เป็น ไมตรี กัน
33
ก็ เช่น นั้น แหละ ผู้ ใด ใน พวก ท่าน ที่ มิได้ สละ สิ่ง สารพัด ที่ ตน มี อยู่ จะ เป็น สาวก ของ เรา ไม่ ได้
34
เกลือ เป็น สิ่ง ดี แต่ ถ้า แม้ เกลือ นั้น หมด รส เค็ม ไป แล้ว จะ ทำให้ กลับ เค็ม อีก อย่างไร ได้
35
จะ ใช้ เป็น ปุ๋ย ใส่ ดิน ก็ ไม่ ได้ จะ หมัก ไว้ กับ กอง มูล สัตว์ ทำ ปุ๋ย ก็ ไม่ ได้ แต่ เขา ก็ ทิ้ง เสีย เท่านั้น ใคร มี หู จง ฟัง เถิด "
← Chapter 13
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 15 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24