bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
2 Samuel 11
2 Samuel 11
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 10
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 12 →
1
ครั้นถึงปีใหม่ตามเวลาที่กษัตริย์เคยยกทัพไป, ดาวิดจึงใช้โยอาบกับข้าราชการและบรรดาพลทหารยิศราเอล, ให้ไปสังหารพวกอำโมน, แล้วล้อมกรุงราบาไว้. แต่ดาวิดยังประทับอยู่ ณ กรุงยะรูซาเลม ต่อมาเพลากลางคืนดาวิดเสด็จออกจากพระแท่นบรรทม, ทรงดำเนินไปมาบนหลังคาพระราชวัง, ทอดพระเนตรเห็นหญิงกำลังอาบน้ำอยู่, นางนั้นรูปร่างสวยน่ารัก. เมื่อดาวิดทรงใช้ให้คนไปสืบถามถึงนางนั้น, เขาทูลว่า, นางชื่อบัธเซบะ, บุตรหญิงของเอลีอาม, ภรรยาของอูรียาชาติเฮธมิใช่หรือ? ดาวิดทรงใช้ให้คนไปรับหญิงนั้นมาเฝ้า, แล้วท่านได้ทรงร่วมรู้กับนาง, เพราะซึ่งถือว่าเป็นมลทินนั้นได้ชำระแล้ว, นางนั้นจึงกลับไปบ้านของตน. ภายหลังก็มีครรภ์, จึงใช้ให้ไปทูลว่า, ข้าพเจ้ามีครรภ์แล้ว ดาวิดทรงใช้คนไปบอกโยอาบว่า, จงให้อูรียาชาติเฮธมาหาเราโยอาบจึงได้ใช้อูรียาให้ไปเฝ้าดาวิด. ครั้นอูรียามาเฝ้าแล้ว, ดาวิดจึงทรงถามถึงข่าวคราวโยอาบและพลทหารและการสงครามเป็นอย่างไรบ้าง. ดาวิดมีพระราชดำรัสสั่งอูรียาว่า, ให้ไปล้างเท้าของตนที่บ้าน, เมื่ออูรียาออกไปจากพระราชวังแล้ว, กษัตริย์ทรงใช้ให้คนตามไปส่งของบริโภค. แต่อูรียาพักนอนอยู่กับพวกข้าราชการที่พระทวารราชวัง, หาได้ลงไปบ้านของตนไม่. เมื่อเขาทูลดาวิดว่า, อูรียาไม่ได้ลงไปบ้านของตน, ดาวิดทรงดำรัสถามอูรียาว่า, มาแต่ทางไกลมิใช่หรือ? ทำไมเจ้าไม่ลงไปบ้านของตนเล่า? อูรียาทูลดาวิดว่า, หีบสัญญาไมตรีและกองทัพยิศราเอลกับยูดาอยู่ในกะท่อม, อนึ่งโยอาบนายของข้าพเจ้าทั้งพรรคพวกตั้งค่ายอยู่ตามทุ่งนา, ส่วนข้าพเจ้าจะเข้าบ้านของตน, เพื่อจะกินและดื่มและนอนกับภรรยาสมควรหรือ? ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด, ข้าพเจ้าจะไม่ทำอย่างนั้นเลย. ดาวิดจึงมีพระราชดำรัสสั่งอูรียาว่า, วันนี้จงคอยอยู่อีก, พรุ่งนี้เราจึงจะให้ไป. อูรียาจึงพักอยู่ ณ กรุงยะรูซาเลมอีกวันนั้นกับวันรุ่งขึ้นด้วย. เมื่อดาวิดรับสั่งให้มาเฝ้า, แล้วทรงเลี้ยงอาหารและดื่มจนเมา, ครั้นเวลากลางคืนอูรียาก็ไปนอนพร้อมกับข้าราชการไม่ได้ลงไปบ้านของตนเลย ครั้นรุ่งเช้าดาวิดทรงฝากลายพระหัตถ์ให้อูรียาไปส่งให้โยอาบ. ในลายพระหัตถ์นั้นมีพระราชโองการสั่งว่า, จงตั้งอูรียาให้เป็นกองหน้า, ให้เข้าไปยังที่ๆ ข้าศึกแข็งแรง, แล้วท่านทั้งหลายจึงถอยหลังปล่อยให้ถูกฆ่าฟันตาย. ฝ่ายโยอาบเมื่อตั้งทัพล้อมอยู่, ก็สั่งอูรียาให้อยู่ตำบลที่รู้ว่ามีทหารฉกรรจ์อยู่ที่นั่น. ชาวเมืองนั้นออกมาสู้โยอาบ, พลทหารของดาวิดก็สู้ล้มตายบ้าง, อูรียาชาติเฮธก็ตายด้วย. โยอาบจึงใช้คนไปทูลดาวิดให้ทรงทราบเรื่องการศึกทั้งสิ้น, สั่งว่าเมื่อทูลกษัตริย์ถึงเรื่องการสงครามจบแล้ว. ถ้าพระองค์จะทรงกริ้ว, และจะทรงถามว่า, เมื่อทำศึกทำไมเจ้าทั้งหลายเข้ามาใกล้เมืองเล่า? เจ้าไม่รู้หรือว่าเขาจะยิงมาจากบนกำแพง? ใครฆ่าอะบีเมเล็คบุตรยะรูบะเซ็ธตาย? หญิงอยู่บนกำแพงเอาหินโม่แป้งซีกข้างบนทิ้งลงมาทับเขาตายที่เมืองเธเบศมิใช่หรือ? เจ้าทั้งหลายเข้าชิดกำแพงทำไมเล่า? แล้วจงทูลว่า, อูรียาชาติเฮธข้าราชการสิ้นชีวิตแล้ว คนใช้ก็ไปเฝ้าดาวิดทูลตามที่โยอาบสั่งทุกประการ. ทูลกษัตริย์ว่า, ข้าศึกได้ชัยชะนะต่อพวกข้าพเจ้า, แล้วไล่ติดตามมาถึงทุ่งนาพวกข้าพเจ้าเข้าไปรบจนกระทั่งพระทวารเมือง. ทหารธนูบนกำแพงยิงถูกพวกข้าพเจ้าตายบ้าง, อูรียาชาติเฮธข้าราชการก็ตายด้วย. ดาวิดทรงพระดำรัสสั่งคนใช้ว่า, จงบอกโยอาบว่าอย่าน้อยใจเพราะเหตุนี้เลย, ด้วยกระบี่จะสังหารไม่เลือกหน้าว่าผู้นั้นหรือผู้นี้เลย, จงสู้รบหนักเข้าตีเอากรุงนั้นให้จงได้, จงพูดอุดหนุนท่านให้มีใจกล้าขึ้น ครั้นภรรยาอูรียารู้ว่าสามีตายแล้ว, นางก็ไว้ทุกข์. เมื่อไว้ทุกข์ครบกำหนดแล้ว, ดาวิดทรงใช้คนให้ไปรับนางมาไว้ในราชวังนางจึงได้เป็นมเหษีประสูติราชบุตร, แต่พระยะโฮวาไม่ทรงพอพระทัยที่ดาวิดได้กระทำอย่างนี้
2
ต่อมาเพลากลางคืนดาวิดเสด็จออกจากพระแท่นบรรทม, ทรงดำเนินไปมาบนหลังคาพระราชวัง, ทอดพระเนตรเห็นหญิงกำลังอาบน้ำอยู่, นางนั้นรูปร่างสวยน่ารัก.
3
เมื่อดาวิดทรงใช้ให้คนไปสืบถามถึงนางนั้น, เขาทูลว่า, นางชื่อบัธเซบะ, บุตรหญิงของเอลีอาม, ภรรยาของอูรียาชาติเฮธมิใช่หรือ?
4
ดาวิดทรงใช้ให้คนไปรับหญิงนั้นมาเฝ้า, แล้วท่านได้ทรงร่วมรู้กับนาง, เพราะซึ่งถือว่าเป็นมลทินนั้นได้ชำระแล้ว, นางนั้นจึงกลับไปบ้านของตน.
5
ภายหลังก็มีครรภ์, จึงใช้ให้ไปทูลว่า, ข้าพเจ้ามีครรภ์แล้ว
6
ดาวิดทรงใช้คนไปบอกโยอาบว่า, จงให้อูรียาชาติเฮธมาหาเราโยอาบจึงได้ใช้อูรียาให้ไปเฝ้าดาวิด.
7
ครั้นอูรียามาเฝ้าแล้ว, ดาวิดจึงทรงถามถึงข่าวคราวโยอาบและพลทหารและการสงครามเป็นอย่างไรบ้าง.
8
ดาวิดมีพระราชดำรัสสั่งอูรียาว่า, ให้ไปล้างเท้าของตนที่บ้าน, เมื่ออูรียาออกไปจากพระราชวังแล้ว, กษัตริย์ทรงใช้ให้คนตามไปส่งของบริโภค.
9
แต่อูรียาพักนอนอยู่กับพวกข้าราชการที่พระทวารราชวัง, หาได้ลงไปบ้านของตนไม่.
10
เมื่อเขาทูลดาวิดว่า, อูรียาไม่ได้ลงไปบ้านของตน, ดาวิดทรงดำรัสถามอูรียาว่า, มาแต่ทางไกลมิใช่หรือ? ทำไมเจ้าไม่ลงไปบ้านของตนเล่า?
11
อูรียาทูลดาวิดว่า, หีบสัญญาไมตรีและกองทัพยิศราเอลกับยูดาอยู่ในกะท่อม, อนึ่งโยอาบนายของข้าพเจ้าทั้งพรรคพวกตั้งค่ายอยู่ตามทุ่งนา, ส่วนข้าพเจ้าจะเข้าบ้านของตน, เพื่อจะกินและดื่มและนอนกับภรรยาสมควรหรือ? ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด, ข้าพเจ้าจะไม่ทำอย่างนั้นเลย.
12
ดาวิดจึงมีพระราชดำรัสสั่งอูรียาว่า, วันนี้จงคอยอยู่อีก, พรุ่งนี้เราจึงจะให้ไป. อูรียาจึงพักอยู่ ณ กรุงยะรูซาเลมอีกวันนั้นกับวันรุ่งขึ้นด้วย.
13
เมื่อดาวิดรับสั่งให้มาเฝ้า, แล้วทรงเลี้ยงอาหารและดื่มจนเมา, ครั้นเวลากลางคืนอูรียาก็ไปนอนพร้อมกับข้าราชการไม่ได้ลงไปบ้านของตนเลย
14
ครั้นรุ่งเช้าดาวิดทรงฝากลายพระหัตถ์ให้อูรียาไปส่งให้โยอาบ.
15
ในลายพระหัตถ์นั้นมีพระราชโองการสั่งว่า, จงตั้งอูรียาให้เป็นกองหน้า, ให้เข้าไปยังที่ๆ ข้าศึกแข็งแรง, แล้วท่านทั้งหลายจึงถอยหลังปล่อยให้ถูกฆ่าฟันตาย.
16
ฝ่ายโยอาบเมื่อตั้งทัพล้อมอยู่, ก็สั่งอูรียาให้อยู่ตำบลที่รู้ว่ามีทหารฉกรรจ์อยู่ที่นั่น.
17
ชาวเมืองนั้นออกมาสู้โยอาบ, พลทหารของดาวิดก็สู้ล้มตายบ้าง, อูรียาชาติเฮธก็ตายด้วย.
18
โยอาบจึงใช้คนไปทูลดาวิดให้ทรงทราบเรื่องการศึกทั้งสิ้น,
19
สั่งว่าเมื่อทูลกษัตริย์ถึงเรื่องการสงครามจบแล้ว.
20
ถ้าพระองค์จะทรงกริ้ว, และจะทรงถามว่า, เมื่อทำศึกทำไมเจ้าทั้งหลายเข้ามาใกล้เมืองเล่า? เจ้าไม่รู้หรือว่าเขาจะยิงมาจากบนกำแพง?
21
ใครฆ่าอะบีเมเล็คบุตรยะรูบะเซ็ธตาย? หญิงอยู่บนกำแพงเอาหินโม่แป้งซีกข้างบนทิ้งลงมาทับเขาตายที่เมืองเธเบศมิใช่หรือ? เจ้าทั้งหลายเข้าชิดกำแพงทำไมเล่า? แล้วจงทูลว่า, อูรียาชาติเฮธข้าราชการสิ้นชีวิตแล้ว
22
คนใช้ก็ไปเฝ้าดาวิดทูลตามที่โยอาบสั่งทุกประการ.
23
ทูลกษัตริย์ว่า, ข้าศึกได้ชัยชะนะต่อพวกข้าพเจ้า, แล้วไล่ติดตามมาถึงทุ่งนาพวกข้าพเจ้าเข้าไปรบจนกระทั่งพระทวารเมือง.
24
ทหารธนูบนกำแพงยิงถูกพวกข้าพเจ้าตายบ้าง, อูรียาชาติเฮธข้าราชการก็ตายด้วย.
25
ดาวิดทรงพระดำรัสสั่งคนใช้ว่า, จงบอกโยอาบว่าอย่าน้อยใจเพราะเหตุนี้เลย, ด้วยกระบี่จะสังหารไม่เลือกหน้าว่าผู้นั้นหรือผู้นี้เลย, จงสู้รบหนักเข้าตีเอากรุงนั้นให้จงได้, จงพูดอุดหนุนท่านให้มีใจกล้าขึ้น
26
ครั้นภรรยาอูรียารู้ว่าสามีตายแล้ว, นางก็ไว้ทุกข์.
27
เมื่อไว้ทุกข์ครบกำหนดแล้ว, ดาวิดทรงใช้คนให้ไปรับนางมาไว้ในราชวังนางจึงได้เป็นมเหษีประสูติราชบุตร, แต่พระยะโฮวาไม่ทรงพอพระทัยที่ดาวิดได้กระทำอย่างนี้
← Chapter 10
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 12 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24