bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
2 Samuel 2
2 Samuel 2
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 1
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 3 →
1
ครั้นเหตุการณ์เหล่านี้ล่วงไปแล้วดาวิดจึงทูลถามพระยะโฮวาว่า, จะให้ข้าพเจ้าไปยังเมืองยูดาตำบลหนึ่งตำบลใดหรือ? พระยะโฮวาทรงตรัสว่า, “จงไปเถิด,” ดาวิดทูลว่าจะให้ข้าพเจ้าไปที่ไหน? พระองค์ทรงตรัสว่า, “จงไปเมืองเฮ็บโรน.”
2
ดาวิดจึงขึ้นไปที่นั่น, ภรรยาทั้งสองไปด้วย, คืออะฮีโนอำชาวยิศเรลและอะบีฆายิล (เดิมเป็น) ภรรยานาบาลชาวคารเม็ล.
3
ดาวิดจึงให้พรรคพวกของตนพร้อมทั้งครอบครัวขึ้นไปอาศัยอยู่ที่เมืองเฮ็บโรนด้วย.
4
ชาวยูดาได้มาประชุมที่นั่น, เพื่อจะชะโลมตั้งดาวิดเป็นกษัตริย์แห่งตระกูลของตน, มีคนมาทูลดาวิดว่า, ผู้ที่เชิญพระศพของซาอูลไปประดิษฐานไว้นั้นคือ, ชาวเมืองยาเบ็ชฆีละอาด.
5
และดาวิดมีพระราชโองการสั่งให้ราชทูตไปหาชนชาวยาเบชฆีละอาดกล่าวว่า, ขอพระยะโฮวาทรงอวยพระพรให้ท่านทั้งหลายเถิด, ด้วยได้มีความกตัญญูต่อซาอูลเจ้านายของท่านทั้งหลาย, คือเชิญพระศพไปประดิษฐานไว้ในอุโมง.
6
บัดนี้ขอพระยะโฮวาทรงโปรดแสดงพระกรุณาคุณและความสัตย์ต่อท่านทั้งหลาย, ส่วนเราจะสนองคุณนั้นด้วย, เหตุท่านทั้งหลายได้ทำการนี้.
7
จงให้มือท่านทั้งหลายมีกำลังขึ้น, จงมีใจอาจหาญเถิด, ด้วยซาอูลเจ้านายของท่านยูดาได้ชะโลมเราเพื่อตั้งเป็นกษัตริย์
8
ฝ่ายอับเนรบุตรเนรแม่ทัพของซาอูลได้เชิญอีซะโบเซ็ธราชโอรสซาอูลข้ามไปที่มะฮะนาอิม;
9
เพื่อตั้งให้เป็นกษัตริย์ครองเขตต์แดนฆีละอาด, กับตระกูลอาซูรี, เมืองยิศเอล, และตระกูลเอ็ฟรายิมทั้งตระกูลเบ็นยามิน, และบรรดาประเทศยิศราเอล.
10
เมื่ออีซะโบเซ็ธราชโอรสซาอูลขึ้นเป็นกษัตริย์ครองยิศราเอลมีพระชนม์มายุได้สี่สิบพรรษา, ทรงครอบครองได้สองปี. แต่ตระกูลยูดาอยู่ฝ่ายกษัตริย์ดาวิด.
11
ดาวิดทรงครอบครองตระกูลยูดาที่กรุงเฮ็บโรนเป็นเวลาเจ็ดปีกับหกเดือน
12
ฝ่ายอับเนรบุตรเนรกับกองทัพของอีซะโบเซ็ธราชบุตรซาอูลยกออกจากมะฮะนาอิมไปยังเมืองฆิบโอน.
13
ส่วนโยอาบบุตรซะรูยาและกองทัพของดาวิด, ออกไปต้านทานริมสระฆิบโอน, ตั้งค่ายอยู่ริมสระนั้นกองละฟาก.
14
อับเนรพูดกับโยอาบว่า, จงให้ชายหนุ่มลุกขึ้นลองฝีมือรบกันต่อหน้าเราเถิด. โยอาบตอบว่า, ให้ลุกขึ้นเถิด.
15
เขาก็ลุกขึ้นไปตามจำนวนที่กำหนดไว้คือฝ่ายตระกูลเบ็นยามิน, และฝ่ายอีซะโบเซ็ธราชบุตรซาอูลสิบสองคน, และฝ่ายกองทัพดาวิดสิบสองคน.
16
เขาทั้งหลายต่างคนต่างจับศีรษะกันเอากระบี่แทงสีข้างกันและกัน, แล้วก็ล้มลงด้วยกัน, เขาจึงเรียกชื่อตำบลนั้นซึ่งอยู่ในเขตต์ฆีบโอนว่า, “สนามกระบี่.”
17
วันนั้นการศึกยิ่งลุกลามขึ้นมาก, อับเนรกับกองทัพยิศราเอลพ่ายแพ้ต่อกองทัพดาวิด
18
บุตรชายทั้งสามของซะรูยาอยู่ที่นั้นคือโยอาบและอะบีซัยและอะซาเฮล, ฝ่ายอะซาเฮลฝีเท้าว่องไวดุจเนื้อป่า.
19
อะซาเฮลจึงไล่ตามอับเนรไปโดยไม่เลี้ยวขวาหรือเลี้ยวซ้ายเลย.
20
อับเนรก็เหลี่ยวหลังดู, ถามว่า, ท่านคืออะซาเฮลหรือ? เขารับว่า, ฉันเอง.
21
อับเนรบอกว่า, จงเลี้ยวไปข้างขวาหรือข้างซ้าย, จับชายหนุ่มคนหนึ่งมาชิงเอาอาวุธของเขามา, แต่อะซาเฮลขืนไล่ตามไปไม่ยอมเลี้ยว.
22
อับเนรก็บอกอะซาเฮลอีกว่า, อย่าไล่ตามเราเลยจงเลี้ยวไปเถิดจะให้เราตีท่านล้มลงถึงดินทำไมเล่า? แล้วเราจะมองดูหน้าโยอาบพี่ชายของท่านอย่างไรได้?
23
แต่อะซาเฮลไม่ยอมเลี้ยวไป, อับเนรจึงเอา, โคนหอกแทงที่ท้องทะลุออกข้างหลังอะซาเฮลก็ล้มลงตายกับที่, อยู่มาบรรดาคนที่เข้ามายังที่ๆ อะซาเฮลล้มตายก็พากันยืนนิ่งอยู่
24
โยอาบแลอะบีซัยก็ไล่ตามอับเนรไป, ครั้นมาถึงภูเขาอำมาซึ่งอยู่ตรงฆี่อัคทางไปป่าฆีบโอน, ตะวันก็ตก.
25
ทหารเบ็นยามินที่ติดตามอับเนรก็มารวมเข้าเป็นกองเดียวกัน, แล้วยืนอยู่บนภูเขาลูกหนึ่ง.
26
ฝ่ายอับเนรร้องถามโยอาบว่า, กระบี่จะกินเป็นนิตย์หรือ? ท่านไม่ทราบหรือว่าเวลาภายหน้าจะมีรสขม? จะนานอีกสักเท่าใดท่านจึงจะสั่งทหารให้กลับจากไล่ติดตามพี่น้อง?
27
โยอาบตอบว่า, พระยะโฮวาทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด, หากว่าท่านไม่ได้พูด (ท้าทายก่อน) คงได้ล่าทัพกลับไปแต่เมื่อเช้านี้, และทหารคงไม่ไล่ติดตามพี่น้องไป.
28
โยอาบจึงเป่าแตร, และทหารทั้งปวงก็หยุดจากไล่ติดตามและรบพุ่งพวกยิศราเอลต่อไป.
29
อับเนรกับกองทัพก็ไปทางป่าคืนยังรุ่ง, ข้างแม่น้ำยาระเดนเข้าไปทั่วเขตต์บิธโรนจนมาถึงมะฮะนาอิม
30
โยอาบก็เลิกจากไล่ติดตามอับเนร. เมื่อรวบรวมบรรดาทหารแล้วนับดู, เห็นทหารดาวิดขาดไปสิบเก้าคนกับอะซาเฮลด้วย.
31
แต่กองทัพดาวิดได้ฆ่าฟันทหารเบ็นยามินและทหารอับเนรเสียสามร้อยหกสิบคน.
32
เขาเอาศพอะซาเฮลไปฝังไว้ในอุโมงของบิดาที่เมืองเบธเลเฮ็ม, ฝ่ายโยอาบกับกองทัพก็ยกไปตลอดคืนนั้น, พอรุ่งเช้าก็มาถึงกรุงเฮ็บโรน
← Chapter 1
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 3 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24