bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
2 Samuel 15
2 Samuel 15
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 14
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 16 →
1
ภายหลังอับซาโลมได้เตรียมราชรถเทียบด้วยม้าและพรรคพวกวิ่งนำเสด็จห้าสิบคน.
2
พอรุ่งเช้าก็เสด็จลุกขึ้นไปยืนอยู่ที่หนทางริมประตูเมือง; ถ้าผู้ใดมีความจะถวายฎีกาต่อกษัตริย์, อับซาโลมก็เรียกผู้นั้นมาถามว่า, เจ้าเป็นชาวเมืองไหน? ผู้นั้นก็ทูลตอบว่า, ข้าพเจ้าเป็นชนชาติยิศราเอลตระกูลนี้หรือตระกูลนั้น.
3
อับซาโลมจึงบอกว่า, ดูเถิดคดีของเจ้าถูกดีเป็นการยุตติธรรมแล้ว, แต่กษัตริย์หาได้ตั้งผู้พิพากษาไว้ให้ฟังคดีของเจ้าไม่เลย.
4
อนึ่งอับซาโลมเคยตรัสว่า, ใครหนอจะตั้งเราเป็นผู้พิพากษาในประเทศนี้, เพื่อให้บรรดาคนที่มีข้อความประการใดมาหาเราๆ จะตัดสินให้เขาตามความยุตติธรรม!
5
อยู่มาเมื่อมีผู้เข้ามาบังคมท่านๆ ก็เอื้อมพระหัตถ์จับและจุบผู้นั้น.
6
อับซาโลมทรงกระทำอย่างนี้แก่บรรดาชนยิศราเอลที่มาเฝ้ากษัตริย์เพื่อจะให้ชำระความ, เพื่อเป็นอุบายปลอบเอาใจเขาทั้งหลาย
7
ครั้นล่วงมาได้สี่สิบปีอับซาโลมทูลกษัตริย์ว่า, ขอทรงโปรดอนุญาตให้ข้าพเจ้าไปแก้สินบนต่อพระยะโฮวาในเมืองเฮ็บโรน.
8
ด้วยข้าพเจ้าได้บนตัวไว้, เมื่อยังอยู่เมืองฆะซูรประเทศซุเรีย, ได้ปฏิญาณว่า, ถ้าพระยะโฮวาทรงโปรดนำข้าพเจ้ากลับมายังกรุงยะรูซาเลมอีก, ข้าพเจ้าจะปฏิบัติพระองค์.
9
กษัตริย์จึงมีพระราชดำรัสว่า, จงไปเป็นสุขเถิด. อับซาโลมจึงลุกขึ้นเสด็จไปยังเมืองเฮ็บโรน.
10
อับซาโลมจึงใช้คนไปทั่วบรรดาตระกูลยิศราเอลประกาศว่า, ท่านทั้งหลายได้ยินเสียงแตรเป่าเมื่อไร, จงร้องประกาศว่า, อับซาโลมได้ครอบครองแผ่นดินที่กรุงเฮ็บโรนแล้ว.
11
มีรับสั่งให้คนสองร้อยคนตามเสด็จไปจากกรุงยะรูซาเลม, เขาทั้งหลายเป็นคนซื่อไม่รู้เหตุและผลเลย.
12
อับซาโลมรับสั่งเรียกอะฮีโธเฟลชาวเมืองฆีโลผู้เป็นมนตรีของดาวิด, ให้มาจากฆีโลเมืองของตนไปยังงานบูชายัญของอับซาโลม, และการที่คบคิดกันนั้นก็มีกำลังพรรคพวกมากสมัครเข้ากับอับซาโลม
13
มีผู้หนึ่งมากราบทูลดาวิดว่า, ใจของชนยิศราเอลนิยมชมชอบในอับซาโลมแล้ว.
14
ดาวิดจึงมีพระราชดำรัสแก่บรรดาข้าราชการที่อยู่ด้วยท่านในกรุงยะรูซาเลมว่า, เราจงยกหนีไปเถิด, เกลือกว่าจะไม่มีใครพ้นมือของอับซาโลม, จงรีบเร่งไปเถอะ, เกรงว่าท่านจะไล่ตามมาทัน, และทำการร้ายแก่เรา, และจะทำลายกรุงนี้เสียด้วยคมดาบ.
15
ข้าราชการก็กราบทูลกษัตริย์ว่า, ข้าแต่กษัตริย์, พระองค์ทรงพอพระทัยจะกระทำประการใดก็แล้วแต่จะทรงโปรด.
16
กษัตริย์จึงทรงพาบรรดาพระบรมวงษานุวงศ์เสด็จออกไป. เว้นแต่นางสนมสิบคนได้ทรงละไว้ให้อยู่รักษาราชวัง.
17
กษัตริย์ทรงพาบรรดาชนนิกรเสด็จหนีไปประทับอยู่ที่เบธเมระฮาก.
18
บรรดาข้าราชการก็เดินเคียงพระองค์ไป, และบรรดาพวกคะเรธและพวกปะเลธและพวกฆัธ, หกร้อยคนเป็นผู้ที่ตามเสด็จมาแต่เมืองฆัธ, ก็เดินผ่านไปต่อพระพักตรกษัตริย์
19
จึงมีพระราชดำรัสถามอิธัยชาวเมืองฆัธว่า, เหตุไรท่านจึงจะไปกับเราด้วย? จงกลับไปอยู่กับกษัตริย์เถิด. เพราะท่านเป็นแขกเมืองซึ่งต้องเนรเทศมาจากบ้านเมืองของตน.
20
เจ้าพึ่งมาแต่วานนี้, วันนี้เราจะให้พลัดไปพลัดมาด้วยกันหรือ? ควรแล้วหรือด้วยเราจะไปที่ไหนๆ ก็สุดแล้วแต่จะได้, จงพาพี่น้องกลับไปเถิด. ขอให้พระกรุณาคุณและความสัตย์จริงอยู่กับท่านเถิด.
21
อิธัยทูลตอบกษัตริย์ว่า. พระยะโฮวาทรงพระชนม์อยู่และพระเจ้าแผ่นดินมีพระชนม์มายุอยู่แน่ฉันใด, ถึงตายก็ดีเป็นก็ดี, พระเจ้าแผ่นดินจะประทับอยู่ตำบลใดๆ, ข้าพเจ้าคงจะอยู่ตำบลนั้นๆ ด้วย.
22
ดาวิดมีพระราชดำรัสสั่งอิธัยว่า, จงเลยไปเถิด. อิธัยชาวเมืองฆัธจึงได้พาบรรดาพรรคพวกทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไป.
23
บรรดาชาวเมืองนั้นพากันร้องไห้เสียงดัง, แล้วผ่านไป, กษัตริย์ได้ทรงข้ามลำธารเก็ดโรน, และบรรดาชนนิกรก็ข้ามไปตรงทางป่าดอน
24
เผอิญซาโดคมาด้วยพร้อมกับบรรดาพวกเลวีกำลังหามหีบไมตรีแห่งพระเจ้ามาวางไว้, ส่วนอะบีอาธารได้นำชนนิกรขึ้นหามไปจากเมืองจนหมดแล้ว.
25
กษัตริย์มีพระราชโองการสั่งซาโดคว่า, จงเชิญหีบไมตรีแห่งพระเจ้ากลับไปยังกรุงเถิด: หากว่าเราจะได้ความชอบต่อพระเนตรพระยะโฮวา, พระองค์จะทรงโปรดนำเรากลับมา, ให้เห็นหีบนั้นอีกทั้งที่พระองค์ทรงสถิตอยู่นั้น.
26
ถ้าหากพระองค์ทรงตรัสเช่นนี้ว่า, เราไม่ชอบเจ้า, จงดูเถอะว่า, เราอยู่ที่นี่ขอให้พระองค์ทรงกระทำแก่เราแล้วแต่จะทรงโปรดเถิด.
27
อนึ่งกษัตริย์มีพระราชดำรัสถามซาโดคปุโรหิตว่า, ท่านเป็นผู้พยากรณ์มิใช่หรือ? จงกลับไปยังกรุงโดยดีเถิด, และอะฮีมะอัศบุตรชายของท่าน, กับโยนาธานบุตรชายของอะบีอาธารนั้นให้พาไปด้วยทั้งสองคน.
28
ดูกรท่าน, เราจะคอยอยู่ที่ป่าดอนนี้จนมีข่าวมาจากท่านให้เราทราบ.
29
ส่วนซาโดคกับอะบีอาธารก็เชิญหีบไมตรีแห่งพระเจ้ากลับไปกรุงยะรูซาเลม, แล้วคอยพักอยู่ที่นั่น
30
ฝ่ายดาวิดเสด็จขึ้นที่เนินเขาเอลายโอน, เสด็จพลางทรงพระกรรแสงพลาง, เอาผ้าคลุมพระเศียร, และถอดฉลองพระบาททรงดำเนินไป, ฝ่ายบรรดาคนที่ตามเสด็จ, ต่างคนต่างก็เอาผ้าคลุมศีรษะของตนแล้วก็ขึ้นเนินเขาพลางร้องไห้พลาง.
31
มีคนมาทูลดาวิดว่า, อะฮีโธเฟลสมัครเข้ากับพวกกบฏฝ่ายอับซาโลมแล้ว? ดาวิดทรงอธิษฐานทูลว่า, ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงโปรดให้คำปรึกษาของอะฮีโธเฟลฟั่นเฟือนไป.
32
ครั้นดาวิดมาถึงยอดภูเขาที่เคยนมัสการพระเจ้า, ฮูซัยชาวอะระคีได้เข้ามาเฝ้า, ทั้งเสื้อฉีกขาดและผงคลีดินติดศีรษะ:
33
ดาวิดจึงมีพระราชดำรัสว่า, ถ้าไปกับเราท่านก็จะเป็นดุจภาระที่เราต้องแบกไป:
34
แต่ถ้าหากว่าจะกลับไปยังกรุงและทูลอับซาโลมว่า, ข้าแต่กษัตริย์, ข้าพเจ้าขอถวายตัวเป็นข้าของพระองค์, ดุจแต่ก่อนข้าพเจ้าเป็นข้าของพระราชบิดาฉันใด, บัดนี้ข้าพเจ้าจะเป็นข้าของพระองค์ฉันนั้น, แล้วท่านจะเป็นผู้รับอาษาทำให้คำปรึกษาของอะฮีโธเฟลเสียไป.
35
ซาโดคและอะบีอาธารปุโรหิตอยู่ด้วยท่านที่โน้นมิใช่หรือ? เหตุฉะนั้นเมื่อท่านได้ยินข่าวอะไรในพระราชวัง, จงเล่าให้ซาโดคและอะบีอาธารฟังด้วย.
36
ที่นั่นเขามีบุตรอยู่ด้วยสองคน, คืออะฮีมะอัศบุตรชายซาโดค, และโยนาธานบุตรชายอะบีอาธาร, เหตุฉะนั้นเมื่อท่านได้ยินข่าวเรื่องใดจงใช้เขามาบอกเราทุกเรื่องเถิด.
37
ฮูซัยมิตรสหายของดาวิดได้กลับเข้าเมือง, และอับซาโลมก็เสด็จเข้ากรุงยะรูซาเลมด้วย
← Chapter 14
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 16 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
หนังสือแนะนำ
อรรถาธิบาย
อรรถาธิบาย 2 Samuel
→
เฝ้าเดี่ยว
คู่มือเฝ้าเดี่ยว 2 Samuel
→
รับพระคัมภีร์นี้
พระคัมภีร์ศึกษา (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ )
→