bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
2 Samuel 3
2 Samuel 3
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 2
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 4 →
1
ราชวงศ์ซาอูลกับราชวงศ์ดาวิดได้ทำสงครามกันช้านาน: ดาวิดมีกำลังเจริญยิ่งๆขึ้นไปเสมอส่วนราชวงศ์ซาอูลถอยกำลังทรุดลงทุกที
2
ดาวิดมีราชบุตรเกิดในกรุงเฮ็บโรนหลายองค์ๆใหญ่คืออำโนนเกิดจากนางอะฮีโนอำชาวเมืองยิศเรล.
3
ราชบุตรที่สองคือคิละอาบ, เกิดแต่นางอะบีฆายิล (เดิมเป็น) ภรรยานาบาลชาวคารเม็ล, ราชบุตรที่สามคืออับซาโลมบุตรมะอะคาราชธิดาของธะละมัยกษัตริย์เมืองฆะซูร์.
4
ที่สี่อะโดนิยาบุตรนางฮะฆีธ, ที่ห้าซะฟัตยาบุตรนางอะบีตาล.
5
ที่หกยิธระอามเกิดจากนางเอฆลาพระมเหษีของดาวิด, ราชบุตรของดาวิดเหล่านี้เกิดที่กรุงเฮบโรนทั้งสิ้น
6
อยู่มาเมื่อเวลาราชวงศ์ซาอูลกับราชวงศ์ดาวิดทำสงครามกันนั้น, อับเนรได้ช่วยข้างราชวงศ์ซาอูลอย่างแข็งแรง.
7
ซาอูลมีสนมคนหนึ่งชื่อนางริศพาบุตรของนายอายา, อีซะโบเซ็ธจึงมีพระดำรัสถามอับเนรว่า, เหตุไรเล่าเจ้าจึงเข้าไปหาสนมแห่งราชบิดาของเรา?
8
อับเนรก็ไม่พอใจด้วยพระดำรัสของอีซะโบเซ็ธจึงทูลว่า, เราเป็นสุนัขอยู่ฝ่ายยูดาหรือ? บัดนี้เราแสดงคุณต่อราชวงศ์ซาอูลราชบิดาของท่านทั้งหมู่ญาติและมิตรสหายจึงไม่ได้มอบท่านไว้ในมือดาวิด, วันนี้ท่านยังจะหาความว่าเราเกี่ยวข้องกับหญิงผู้นั้นหรือ?
9
พระเจ้าทรงกระทำเช่นนั้นต่ออับเนรและทรงเพิ่มเติมอีก, ถ้าเราไม่กระทำแก่ดาวิดตามซึ่งพระยะโฮวาทรงปฏิญาณไว้แล้ว.
10
คือยกราชสมบัติจากวงศ์ซาอูลและตั้งพระที่นั่งแห่งดาวิดไว้ให้อยู่เหนือประเทศยิศราเอลและตระกูลยูดาตั้งแต่เขตต์ตระกูลดานจนถึงเมืองบะเอระซาบา.
11
ส่วนอีซะโบเซ็ธมีความเกรงกลัวอับเนรไม่กล้าตอบอีกสักคำเดียว
12
ฝ่ายอับเนรก็ใช้ให้ทูตไปหาดาวิดแทนตนทูลว่า, ใครเป็นพระเจ้าแผ่นดิน? และทูลอีกว่า, ท่านจงทำสัญญากับข้าพเจ้าแล้วมือของข้าพเจ้าจะอยู่ฝ่ายท่าน, เพื่อจะนำบรรดาพวกยิศราเอลให้เป็นสามัคคีกับท่าน.
13
ดาวิดทรงตอบว่า, ดีแล้วเราจะทำสัญญากับท่าน, แต่เราจะขอแต่สิ่งเดียวต่อท่าน, คือจะไม่ยอมให้ท่านมาเฝ้าเรา, เว้นแต่เวลามาเฝ้านั้นท่านจะพามีคัลราชธิดาของซาอูลมาด้วย.
14
ดาวิดทรงใช้ให้ราชทูตไปหาอีซะโบเซ็ธราชบุตรซาอูลว่า, จงมอบมีคัลภรรยาของเราให้กับเรา, ด้วยเราได้มั่นไว้ด้วยหนังองคชาติของพวกฟะลิศตีมร้อยคนเป็นสินสอด.
15
อีซะโบเซ็ธจึงทรงใช้คนให้พานางนั้นไปจากพะละตีเอลบุตรลายีศสามี.
16
สามีก็เดินตามไปพลาง, ร้องไห้พลาง, จนถึงตำบลบะฮูริมอับเนรจึงบอกว่า, จงกลับไปเถิด, แล้วเขาก็กลับไป
17
อับเนรได้พูดกับผู้เฒ่าแก่ของพวกยิศราเอลว่า, ครั้งก่อนท่านทั้งหลายจะใคร่ให้ดาวิดเป็นกษัตริย์:
18
บัดนี้จงให้เป็นเถิด, เพราะพระยะโฮวาทรงตรัสถึงดาวิดแล้วว่า, เราจะช่วยพวกยิศราเอลพลไพร่ของเราด้วยมือดาวิดทาสของเราให้พ้นจากเงื้อมมือชาวฟะลิศตีม, และพ้นจากมือศัตรูของเขาทั้งสิ้น.
19
อับเนรได้พูดแก่ตระกูลเบ็นยามินด้วย, บรรดาประชาชนยิศราเอลกับบรรดาตระกูลเบ็นยามินเห็นชอบอย่างไร, อับเนรไปกรุงเฮ็บโรนทูลให้ดาวิดทรงทราบทั้งสิ้น.
20
เมื่ออับเนรไปเฝ้าดาวิดที่กรุงเฮ็บโรน, มีคนตามไปด้วยยี่สิบคน. ส่วนดาวิดทรงจัดการเลี้ยงอับเนรกับพรรคพวกที่มาด้วย.
21
อับเนรทูลดาวิดว่า, ข้าพเจ้าจะไปรวบรวมบรรดาประชาชนยิศราเอลให้มาเฝ้าพระองค์ผู้เป็นกษัตริย์, เพื่อให้เขาทั้งหลายทำสัญญากับพระองค์, แล้วพระองค์จะได้ทรงครอบครองทั่วไปตามพระประสงค์, ดาวิดจึงอนุญาตให้อับเนรไปโดยดี
22
ฝ่ายโยอาบกับพลทหารดาวิดเลิกมาจากการติดตามข้าศึก, เก็บเอาเข้าของมาด้วยมาก, แต่อับเนรหาได้อยู่กับดาวิดในกรุงเฮบโรนไม่, ด้วยท่านอนุญาตให้ไปโดยดีแล้ว.
23
ครั้นโยอาบกับบรรดาพลทหารมาถึง, มีผู้บอกโยอาบว่า, อับเนรบุตรเนรได้มาเฝ้า, แล้วกษัตริย์ก็ทรงอนุญาตให้ไปโดยดี.
24
ฝ่ายโยอาบเข้ามาเฝ้ากษัตริย์ทูลว่า, ท่านได้ทรงกระทำอย่างไร? ดูกรกษัตริย์ครั้นอับเนรเข้ามาเฝ้า, เหตุไฉนท่านทรงปล่อยให้ไปเสียโดยดี?
25
ท่านทรงทราบว่าอับเนรบุตรเนรมาสอดแนมเพื่อจะได้รู้ว่าซึ่งท่านดำเนินราชการกับบรรดากิจการของท่านอย่างไร.
26
เมื่อโยอาบทูลลาดาวิดแล้ว, ก็ให้คนใช้ไปตามอับเนร, เชิญให้กลับมาจากสระฃี่ราแต่ดาวิดหาทรงทราบไม่
27
ครั้นอับเนรกลับมายังกรุงเฮ็บโรน, แล้วโยอาบชวนให้เลี้ยวไปในประตูเพื่อจะพูดกันเป็นการลับ, แล้วก็แทงท้องอับเนรตายที่นั่น, เพื่อแก้แค้นโลหิตของอะซาเฮลน้องชายของตน.
28
ภายหลังเมื่อความทราบถึงดาวิด, จึงทรงพระดำรัสว่า, เรากับราชวงศ์ของเราก็ปราศจากโทษแห่งโลหิตอับเนรบุตรเนรฉะเพาะพระพักตรพระยะโฮวาสืบไปเป็นนิตย์;
29
ขอให้โทษนั้นตกทับศีรษะโยอาบ, ทั้งบรรดาวงศ์ญาติบิดาของเขาทั้งสิ้น; อย่าให้พงศ์พันธุ์โยอาบปราศจากคนที่มีแผลเป็นหนอง, และคนโรคเรื้อนคนพิการที่ถือไม้เท้าหรือคนถูกกระบี่ตาย, และคนจนขัดสนอาหาร.
30
โยอาบกับอะบีซัยน้องชายได้ฆ่าอับเนรเสียเพราะเหตุอับเนรได้ฆ่าอะซาเฮลน้องชายเขาในการศึกที่ฆิบโอน
31
ดาวิดมีพระบรมราชโองการสั่งโยอาบกับบรรดาพลทหารซึ่งตามโยอาบมาว่า, จงฉีกเสื้อเสียนุ่งผ้าหยาบ, ไว้ทุกข์ให้อับเนร. กษัตริย์ดาวิดก็เสด็จตามแคร่หามศพไป.
32
เขาเอาศพอับเนรฝังไว้ที่กรุงเฮ็บโรน, และกษัตริย์ทรงพระกรรแสงที่อุโมงอับเนร; บรรดาประชาชนพากันร้องไห้ด้วย.
33
ส่วนกษัตริย์ก็พรรณาถึงอับเนรว่า, อับเนรควรตายเช่นคนอสัตย์อธรรมหรือ?
34
มือท่านไม่ถูกมัดไว้, เท้าไม่ติดตรวน, ท่านต้องตายเช่นผู้ที่ตายโดยผู้ร้าย. แล้วบรรดาประชาชนพากันร้องไห้ถึงอับเนรอีก.
35
ฝูงคนทั้งหลายมาเชิญดาวิดให้เสวยกระยาหารเมื่อยังวันอยู่, เพราะดาวิดได้ทรงสาบานไว้ว่า, พระเจ้าจงกระทำเช่นนั้นแก่เราและเพิ่มเติมอีก, ถ้าเราชิมขนมหรืออาหารสิ่งใดๆ ก่อนตะวันตก.
36
ชนทั้งปวงแจ้งเหตุนี้แล้วก็เห็นชอบด้วยบรรดากิจการของกษัตริย์เป็นที่พอใจเขา.
37
วันนั้นบรรดาราษฎร, และชาวประเทศยิศราเอลเข้าใจแล้วว่าซึ่งฆ่าอับเนรบุตรเนรนั้น, ไม่เป็นที่พอพระราชหฤทัยเลย.
38
กษัตริย์จึงทรงตรัสแก่ข้าราชการว่า, ท่านทั้งหลายพึงรู้ว่าวันนี้มีเจ้านายผู้ใหญ่ในพวกยิศราเอลสิ้นชีพ?
39
แม้ว่าเราต้องชะโลมเป็นกษัตริย์วันนี้ก็อ่อนกำลัง, ส่วนบุตรซะรูยาเหล่านี้ก็ดื้อดึงเกินที่เราจะบังคับได้, ขอพระยะโฮวาทรงพิพากษาผู้ทำชั่วให้สมกับการของเขาเถิด
← Chapter 2
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 4 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24