bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
2 Samuel 12
2 Samuel 12
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 11
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 13 →
1
พระยะโฮวาจึงมีพระราชดำรัสสั่งให้นาธานไปเฝ้าดาวิด. เวลาเฝ้านั้นให้ทูลว่า “ในเมืองหนึ่งมีชายสองคน, คนหนึ่งมั่งมี, อีกคนหนึ่งยากจน.
2
คนมั่งมีนั้นมีแกะและโคเป็นอันมาก:
3
แต่คนจนนั้นไม่มีอะไรเลย, เว้นแต่แกะตัวเมียตัวเดียว, ซึ่งเขาเลี้ยงไว้แต่เล็กจนเจริญโตขึ้นด้วยกันกับเขาและบุตรของเขา: กินอาหารหรือดื่มน้ำ, แต่จอกเดียวกับเขา, นอนบนอกของเขาเหมือนเป็นบุตรสาว.
4
ครั้นมีแขกมาเยี่ยมคนมั่งมีนั้น, เขาเสียดายแกะโคของตนที่จะต้องจัดการเลี้ยงแขกผู้มาเยี่ยม, จึงไปจับลูกแกะตัวเมียของคนจนมาทำอาหารเลี้ยงแขกที่มาเยี่ยมนั้น.”
5
ดาวิดจึงทรงพระพิโรธต่อผู้นั้นมาก, และตรัสแก่นาธานว่า, พระยะโฮวาทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด, ผู้ทำการเช่นนี้ควรจะตายแน่ฉันนั้น:
6
อนึ่งต้องใช้ตัวแกะให้สี่เท่าเพื่อทดแทนการที่ได้ทำโดยปราศจากเมตตาจิตต์
7
นาธานจึงทูลดาวิดว่า, ท่านเองเป็นคนนั้นแหละ. พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกยิศราเอลทรงตรัสอย่างนี้ว่า, “เราชะโลมเจ้าเป็นกษัตริย์ยิศราเอล, และช่วยเจ้าให้พ้นอำนาจซาอูล;
8
เราได้ประทานราชวงศ์ของเจ้านายให้แก่เจ้า, และภรรยาของเจ้านายไว้แนบอกของเจ้า, และมอบให้เจ้าครองพงศ์พันธุ์ยิศราเอลกับยูดา, ถ้ายังไม่พอเรายังจะเพิ่มเติมสิ่งต่างๆ ให้เจ้าอีก.
9
เหตุไรเจ้าจึงได้หมิ่นประมาทต่อโอวาทแห่งยะโฮวา, มาทำการชั่วต่อพระเนตรของพระองค์เจ้า? ได้ประหารอูรียาชาติเฮธด้วยกระบี่และแย่งเอาภรรยาเขามาเป็นภรรยาของตน, ประหารสามีด้วยกระบี่ของพวกอาโมน.
10
เหตุฉะนั้นกระบี่จะคลาดจากวงศ์ของเจ้าต่อไปเป็นนิตย์หามิได้, ด้วยเจ้าประมาทต่อเรา, เอาภรรยาของอูรียาชาติเฮธมาเป็นภรรยาของตน.
11
พระยะโฮวาทรงพระดำรัสดังนี้ว่า, เราจะนำความชั่วร้ายให้เกิดแก่เจ้าจากวงศ์ของตนเอง, เราจะยกภรรยาของเจ้าให้แก่เพื่อนบ้านต่อหน้าเจ้า, ผู้นั้นจะนอนสังวาสด้วยภรรยาของเจ้าในที่แจ้งเมื่ออาทิตย์ส่องแสง.
12
ด้วยเจ้าทำการโดยซ่อนเร้น, แต่เราจะทำการนั้นต่อหน้าบรรดาชนยิศราเอลในที่แจ้งเวลากลางวัน.”
13
ดาวิดทรงสารภาพต่อนาธานว่า, เราทำผิดฉะเพาะพระยะโฮวาแล้ว. นาธานทูลดาวิดว่า, พระยะโฮวาทรงโปรดยกโทษแล้ว, ท่านจะไม่สิ้นพระชนม์.
14
แต่ที่ทำเช่นนี้เป็นเหตุให้ศัตรูของพระยะโฮวามีช่องติเตียนได้, ราชบุตรที่จะประสูตินั้นคงสิ้นพระชนม์.
15
แล้วนาธานก็ทูลลาไปบ้านของตน. พระยะโฮวาจึงทรงบันดาลให้ทารกซึ่งภรรยาของอูรียาประสูติโดยดาวิดนั้นประชวนหนัก.
16
ดาวิดก็ทรงอ้อนวอนพระเจ้าเพราะทารกนั้น, และถือศีลไม่เสวยพระกระยาหาร, ไปบรรทมที่พื้นดินตลอดคืน.
17
พวกผู้เฒ่าแก่ในราชวัง, เชิญเสด็จให้ขึ้นจากพื้นดิน, แต่ท่านไม่ทรงยอมลุกขึ้น, ไม่เสวยกระยาหารกับเขา.
18
ถึงวันที่เจ็ดทารกนั้นก็สิ้นพระชนม์. ส่วนข้าราชการมิกล้าทูลให้ทรงทราบ: จึงพากันคิดว่าเมื่อทารกนั้นยังทรงพระชนม์อยู่, เราทูลเท่าไรๆ ท่านก็ไม่ทรงสดับฟัง, ถ้าจะทูลว่ากุมารนั้นสิ้นพระชนม์แล้ว, ท่านจะทรงเป็นทุกข์โศกเศร้าสักเท่าไร?
19
ครั้นดาวิดทรงเห็นข้าราชการพูดกระซิบกัน, จึงทรงทราบว่ากุมารสิ้นพระชนม์แล้ว, ทรงตรัสถามข้าราชการว่า, ทารกตายแล้วหรือ? เขาทูลว่า, สิ้นพระชนม์แล้ว.
20
ดาวิดก็ทรงลุกขึ้นจากพื้นดิน, ชำระพระกายเอาน้ำมันชะโลมพระองค์, แล้วทรงพระภูษาใหม่, เสด็จเข้าพระวิหารนมัสการพระยะโฮวา, แล้วเสด็จกลับพระราชวัง, รับสั่งให้เอาพระกระยาหารมาเสวย.
21
ข้าราชการทูลถามว่า, เป็นอย่างไรพระองค์จึงทรงทำเช่นนี้? คือทรงถือศีลอดพระกระยาหาร, และทรงพระกรรแสง, เมื่อพระกุมารยังทรงพระชนม์อยู่, แต่ครั้นสิ้นพระชนม์แล้ว, ท่านทรงลุกขึ้นเสวยพระกระยาหาร.
22
ดาวิดมีพระราชดำรัสตอบว่า, ขณะเมื่อทารกยังเป็นอยู่เราถือศีลอดอาหารและร้องไห้: ใครอาจจะรู้ว่าพระยะโฮวาจะทรงพระเมตตาเราโปรดให้กุมารมีชีวิตหรือไม่?
23
แต่บัดนี้ตายแล้ว, เราจะถือศีลอดอาหารเพื่อจะให้ทารกกลับเป็นมาอีกได้หรือ? เราจะไปตามทางทารกก็ได้, แต่ทารกจะกลับมาหาเราอีกไม่ได้.
24
ดาวิดทรงประเล้าประโลมใจบัธเซบะมเหษี, และทรงร่วมรู้กับพระนางๆ ก็ประสูติราชบุตรองค์หนึ่ง, ทรงพระนามว่าซะโลโม, พระยะโฮวาทรงรักทารกนั้น.
25
พระองค์ทรงใช้นาธานผู้พยากรณ์, ให้ตั้งนามว่ายะดิดะยาเพราะเห็นแก่พระยะโฮวา
26
ฝ่ายโยอาบทำศึกสงครามต่อกรุงราบาประเทศอำโมนตีเมืองหลวงได้.
27
จึงให้คนใช้ไปเฝ้าดาวิดทูลว่า, ข้าพเจ้าทำสงครามต่อกรุงราบาที่อยู่ริมแม่น้ำตีได้แล้ว.
28
พระองค์จงทรงรวบรวมพลทหารที่เหลืออยู่ตั้งค่ายตีเอากรุงนั้น, เกลือกว่าเมื่อข้าพเจ้าตีได้จะต้องเรียกเมืองนั้นตามชื่อของข้าพเจ้า.
29
ดาวิดก็ทรงรวบรวมพลทหารเสด็จไปกรุงราบาตีเอาเมืองได้.
30
จึงทรงถอดมงกุฎทองคำหนักตลันต์หนึ่ง, ประดับด้วยเพ็ชรต่างๆ จากพระเศียรของกษัตริย์อำโมนมาสรวมพระเศียรของดาวิด, แล้วเก็บเอาทรัพย์สมบัติจากกรุงนั้นเป็นอันมาก.
31
ควบคุมชาวเมืองนั้นให้ทำการด้วยเลื่อย, คราด, เหล็ก, และขวานและที่เตาอิฐ, ดาวิดทรงทำเช่นนี้แก่ชาวประเทศอำโมนทุกๆ เมือง, แล้วดาวิดทรงยกพลทหารเสด็จกลับไปกรุงยะรูซาเลม
← Chapter 11
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 13 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24