bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
2 Samuel 18
2 Samuel 18
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 17
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 19 →
1
ดาวิดจึงทรงตรวจพลทหารซึ่งอยู่กับท่านแล้วตั้งนายพันนายร้อยให้ควบคุม.
2
ทรงโปรดให้พลทหารออกไปเป็นสามกองๆ หนึ่งอยู่ในบังคับของโยอาบ, อีกกองหนึ่งอยู่ในบังคับของอะบีซัยบุตรซะรูยาน้องชายของโยอาบ, อีกกองหนึ่งอยู่ในบังคับของอิธัยชาวเมืองฆัธ. กษัตริย์จึงมีพระราชดำรัสแก่พลทหารว่า, เราคงจะนำเจ้าทั้งหลายออกไป.
3
แต่พลทหารกราบทูลว่า, ขออย่าได้เสด็จเลย, ถึงแม้ว่าพวกข้าพเจ้าทั้งหลายจะหนีพ้นไปจะไม่เป็นอะไรแก่เขา, หรือถึงว่าพวกข้าพเจ้าจะพินาศเสียสักครึ่งกองก็จะไม่เป็นอะไรแก่เขา, แต่พระองค์ทรงมีค่าเท่าพวกข้าพเจ้าหมื่นคน. ซึ่งพระองค์จะเป็นผู้จัดกองทัพหนุนแต่หัวเมืองคงดีกว่า.
4
ฝ่ายกษัตริย์ทรงตรัสแก่เขาว่า, เจ้าทั้งหลายเห็นชอบอย่างไรเราจะกระทำอย่างนั้น. กษัตริย์ทรงยืนอยู่ริมประตูเมือง, และบรรดาพลทหารก็ออกไปกองละร้อยกองละพัน.
5
ฝ่ายโยอาบและอะบีซัยและอิธัยได้รับพระราชโองการแต่กษัตริย์ว่า, จงเมตตาชายหนุ่มนั้นคืออับซาโลมด้วยเห็นแก่เรา, บรรดาพลทหารก็ได้ยินพระราชโองการสั่งนายกองถึงเรื่องอับซาโลมนั้น
6
พลทหารจึงออกไปจะทำสงครามกับพวกยิศราเอล, ยังสนามที่ป่าไม้เอ็ฟรายิม;
7
พวกยิศราเอลอับราชัยต่อหน้าพวกดาวิด ณ ตำบลนั้น, ในวันนั้นถูกอาวุธพินาศเสียที่นั่นมากถึงสองหมื่นคน.
8
การสงครามก็ลุกลามแผ่ไปทั่วพื้นดิน, และป่าไม้ได้ผลาญชนทั้งหลายเสียในวันนั้นมากยิ่งกว่ากระบี่
9
ฝ่ายอับซาโลมได้พบกับกองทหารของดาวิดแล้ว. เมื่อกำลังทรงลาของท่าน, ตัวลาก็ลอดใต้กิ่งต้นสนใหญ่, และพระเศียรของท่านก็ติดอยู่ที่กิ่งสนนั้นแน่น, ห้อยอยู่ในระหว่างฟ้ากับดิน, แต่ลาที่ทรงนั้นก็เลยไป.
10
เมื่อชายผู้หนึ่งมาเห็นแล้วแจ้งความกับโยอาบว่า, นี่แน่ะ, ข้าพเจ้าได้เห็นอับซาโลมแขวนอยู่ที่ต้นสนนั้น.
11
โยอาบพูดแก่ชายที่บอกข่าวนั้นว่า, เห็นแล้วทำไมเจ้าไม่ฟันให้ตกถึงดินทันทีเล่า? เราจะได้ให้เงินแก่เจ้าสิบแผ่นทั้งสายรัดเอวสายหนึ่งด้วย.
12
ชายนั้นตอบโยอาบว่า, หากว่าจะชั่งเงินพันแผ่นใส่ฝ่ามือข้าพเจ้าๆ จะไม่ยื่นมือออกทำแก่ราชบุตร; ด้วยหูข้าพเจ้าทั้งหลายได้ยินพระราชโองการสั่งท่านกับอะบีซัย, และอิธัยว่า, จงระวังอย่าให้ผู้หนึ่งผู้ใดทำร้ายแก่อับซาโลมชายหนุ่มนั้น.
13
หากว่าข้าพเจ้าประพฤติไม่ซื่อสัตย์ต่อพระชนม์ของราชบุตรนั้นจะมีสิ่งใดๆ ซ่อนเร้นจากกษัตริย์นั้นหามิได้เลย,ท่านเองคงจะใส่โทษข้าพเจ้าด้วย.
14
โยอาบก็ว่า, เราไม่ควรจะเสียเวลากับเจ้าเช่นนี้. ท่านจึงหยิบหอกสั้นสามอันแทงเข้าที่หัวใจอับซาโลมเมื่อยังทรงพระชนม์อยู่ท่ามกลางต้นสนนั้น.
15
ชายหนุ่มสิบคนที่ถือเครื่องอาวุธของโยอาบก็ล้อมไว้เข้าฟันฆ่าอับซาโลมเสีย
16
โยอาบจึงเป่าแตรแล้วพลทหารก็กลับมาจากไล่ตามพวกยิศราเอล, ด้วยโยอาบให้ชนทั้งหลายยับยั้งอยู่.
17
เขายกพระศพอับซาโลมทิ้งลงในบ่อใหญ่ที่ป่าไม้, แล้วตั้งกองหินทับเป็นเนินใหญ่ยิ่ง, พวกยิศราเอลทุกคนก็พากันหนีไปกะท่อมของตน.
18
เมื่ออับซาโลมยังทรงพระชนม์อยู่ได้ทรงสร้างหอระลึกไว้ที่ตำบลดินราบหลวง, ด้วยทรงพระคำนึงอยู่ว่า, เราหามีบุตรที่จะสืบตระกูลไม่, จึงทรงตั้งชื่อหอนั้นตามพระนามของท่านได้เรียกกันว่า, ที่ระลึกแห่งอับซาโลมจนทุกวันนี้
19
ฝ่ายอะฮีมะอัศบุตรชายซาโดคเรียนว่า, ขออนุญาตให้ข้าพเจ้าวิ่งไปทูลกษัตริย์ให้ทรงทราบว่า, พระยะโฮวาทรงแก้แค้นให้พ้นมือศัตรูแล้ว.
20
โยอาบตอบว่า, เจ้าอย่าเพ่อส่งข่าววันนี้, ให้ส่งข่าววันอื่นเถิด: แต่วันนี้อย่าส่งข่าว, เพราะว่าราชบุตรสิ้นพระชนม์แล้ว.
21
โยอาบจึงสั่งคนหนึ่งเป็นชาติคูซีว่า, จงไปทูลกษัตริย์ตามที่เจ้าได้เห็นนั้น, ชนชาติคูซีนั้นก็กลาบลาโยอาบแล้วก็วิ่งไป.
22
อะฮีมะอัศบุตรซาโดคยังเรียนโยอาบอีกว่า, ถึงอย่างไรก็ดี, ขอให้ข้าพเจ้าวิ่งไปตามคูซีด้วย. โยอาบตอบว่า, บุตรเอ๋ยจะวิ่งไปทำไมเล่า, ด้วยไม่มีข่าวดีเลย?
23
อะฮีมะอัศเรียนต่อไปว่า, ถึงอย่างไรๆ ก็ดี, ขออนุญาตให้วิ่ง. ท่านจึงตอบว่า, วิ่งเถิด: อะฮีมะอัศก็วิ่งไปทางดินราบผ่านเลยคูซีไป
24
ฝ่ายดาวิดทรงประทับอยู่ระหว่างประตูเมืองสองชั้น: ทหารยามก็ขึ้นไปบนซุ้มประตูเหนือกำแพงเงยตาแลดู, ก็เห็นบุรุษหนึ่งกำลังวิ่งมา.
25
จึงร้องทูลกษัตริย์ๆ มีพระราชาดำรัสว่า, ถ้าคนเดียวคงมีข่าว, คนนั้นก็รีบเข้ามา.
26
ทหารยามเห็นวิ่งมาอีกคนหนึ่ง, จึงร้องบอกนายประตูว่า, ดูเถิด, มีบุรุษอีกคนหนึ่งวิ่งมาด้วย, ฝ่ายกษัตริย์ทรงตรัสว่า, คนนี้นำข่าวมาเหมือนกัน.
27
ทหารยามทูลว่า, ข้าพเจ้าเห็นกิริยาวิ่งของคนที่มาก่อนนั้นดูเหมือนกิริยาวิ่งของอะฮีมะอัศบุตรซาโดค. ฝ่ายกษัตริย์มีพระราชดำรัสว่า, ผู้นั้นเป็นคนดีจะนำข่าวดีมา
28
อะฮีมะอัศก็ร้องทูลกษัตริย์ว่า, ขอให้ทรงพระเจริญสุขสวัสดิ์. แล้วยอบกายลงซบหน้าถึงพื้นดินถวายบังคมทูลว่า, จงสาธุการแก่พระยะโฮวาพระเจ้าของพระองค์ผู้ทรงมอบชนทั้งปวงไว้ที่ได้ยกมือต่อสู้กษัตริย์เจ้านายของข้าพเจ้า.
29
กษัตริย์จึงทรงถามว่า, ชายหนุ่มอับซาโลมนั้นเป็นสุขอยู่หรือ? อะฮีมะอัศก็ทูลตอบว่า, ข้าแต่กษัตริย์, เมื่อโยอาบใช้ข้าพเจ้าๆ เห็นวุ่นวายมากแต่เป็นเหตุไรไม่ทราบ.
30
กษัตริย์มีพระราชดำรัสว่า, จงหลีกไปยืนคอยอยู่ที่นี่, เขาก็หลีกไปยืนนิ่งอยู่
31
ชาวคูซีคนนั้นเข้ามากราบทูลว่า, ข้าแต่กษัตริย์, มีข่าวดีมาด้วย, วันนี้พระยะโฮวาทรงแก้แค้นให้พระองค์พ้นมือบรรดาพวกกบฏ.
32
กษัตริย์จึงทรงถามชาวคูซคนนั้นว่า, ชายหนุ่มอับซาโลมนั้นเป็นสุขอยู่หรือ? คูซีก็ทูลว่า, หมู่ศัตรูและบรรดาพวกกบฏที่ปองร้ายต่อกษัตริย์ผู้เป็นเจ้านายของข้าพเจ้าจงเป็นดุจชายหนุ่มนั้น.
33
กษัตริย์มีพระทัยโทมนัสมากทรงเสด็จขึ้นไปห้องชั้นบนเหนือพระทวารแล้วทรงพระกรรแสง, เสด็จพลางทรงรำพรรณพลางว่า, โอ้อับซาโลมบุตรของเรา, บุตรเราเอ๋ย, อับซาโลมบุตรเราเอ๋ย, เราจะใคร่สิ้นชีพแทนเจ้า; อับซาโลมบุตรของเรา, บุตรเราเอ๋ย
← Chapter 17
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 19 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24