bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Job 31
Job 31
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 30
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 32 →
1
“ข้าฯ ได้ตั้งคำมั่นสัญญากับตาของข้าฯ ไว้; ข้าฯ จะไปเหลือบดูหญิงสาวอย่างไรได้?
2
เพราะอะไรเล่าเป็นส่วนที่พระเจ้าทรงส่งลงมาจากเบื้องบน? จะได้รับผลกรรมอันใดจากท่านผู้ทรงฤทธิ์ผู้สถิตอยู่เบื้องสูงนั้น?
3
นั่นมิใช่คือภัยพิบัติสำหรับคนอสัตย์อธรรมหรือ? และภัยพิบัติแก่ผู้กระทำชั่วหรือ?
4
พระองค์ไม่ทรงเห็นทางประพฤติของข้าฯ หรือ? ไม่ทรงทราบอิริยาบถของข้าฯ หรือ?
5
“ถ้าข้าฯ ได้เดินไปในทางเท็จเทียมและสาวก้าวตามมารยาหลอกลวงไป.
6
ขอให้พระเจ้าทรงชั่งข้าฯ ด้วยตราชูอันเที่ยงตรง, เพื่อพระองค์จะได้ประจักษ์ความเที่ยงตรงของข้าฯ.
7
ถ้าเท้าของข้าฯ ได้ก้าวล้ำออกไปจากพระมรคา, และใจของข้าฯ เดินแน่วตามตาของข้าฯ ไป, และถ้ามีมลทินอะไรติดอยู่ที่มือของข้าฯ;
8
ถ้าอย่างนั้น, สรรพพืชดีที่ข้าฯ หว่านไว้นั้น, ขอให้คนอื่นมาเก็บเกี่ยวไปกินเถิด. เออ, ขอให้พืชผลในนาของข้าฯ ถูกถอนทิ้งจนสิ้นเชิง
9
“ถ้าดวงใจของข้าฯ ถูกผู้หญิงดึงดูดให้เขาไป, และข้าฯ แอบด้อมอยู่ตามประตูรั้วบ้านเพื่อนบ้านข้าฯ;
10
ถ้าเช่นนั้นจงให้ภรรยาของข้าฯ เป็นทาสโม่แป้งให้คนอื่น, และจงให้ชายอื่นนอนร่วมกับเขา.
11
นั่นแหละเป็นบาปหนา. เออ, เป็นการชั่วที่จะต้องถูกตุลาการลงโทษ.
12
เพราะการนี้เป็นเหมือนไฟที่เผาผลาญให้พินาศ. และจะถอนรากทุกสิ่งที่เป็นทรัพย์สมบัติของข้าฯ ให้เสียไป
13
“ถ้าข้าฯ ได้เหยียดเรื่องอันเกิดขึ้นกับคนใช้ชายหญิงของข้าฯ, เมื่อเขามาแถลงเรื่องต่อข้าฯ นั้น;
14
ข้าฯ จะแก้ตัวอย่างไรเมื่อพระเจ้าเสด็จมา, และเมื่อพระองค์ทรงเหยียดหยามข้าฯ เช่นนั้น? ข้าฯ จะมีอะไรทูลตอบพระองค์เล่า?
15
ผู้ที่ทรงสร้างข้าฯ ในครรภ์, มิได้ทรงสร้างผู้นั้นด้วยหรือ? และท่านองค์เดียวมิได้ทรงสร้างเราทั้งสองในครรภ์หรือ?
16
“มีหรือ, ข้าฯ ได้ยับยั้งให้ทานแก่คนยากจน, และเป็นเหตุให้หญิงม่ายมองตาค้าง?
17
หรือกินอาหารเสียแต่ลำพัง, ปล่อยให้ลูกกำพร้าอดอยาก? หามิได้เลย!
18
ด้วยว่าพระเจ้าได้ทรงเลี้ยงดูข้าฯ ตั้งแต่เป็นเด็กมาดุจบิดาบังเกิดเกล้า, และทรงประคบประหงมข้าฯ ไว้ตั้งแต่ข้าฯ เกิดมา
19
“มีหรือ, ข้าฯ ได้ดูดายเมื่อเห็นคนขาดเสื้อผ้าและหนาวสะท้าน, เมื่อเห็นคนขัดสนไม่มีผ้าหุ้มห่อตัว?
20
มีหรือ, ลำตัวของคนเช่นนี้มิได้อวยพรให้ข้าฯ? มีหรือ, คนที่มิได้รับความอบอุ่นจากหนังแกะของข้าฯ?
21
ถ้าข้าฯ ได้ยกมือขึ้นประทุษร้ายลูกกำพร้าเพราะเห็นว่าศาลประตูเมืองจะสนับสนุนข้าฯ,-
22
ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว, ก็จงให้กะดูกไหปลาร้าของข้าฯ หักจากไหล่, และให้กะดูกแขนของข้าฯ หลุดออกจากกะดูกเบ้าเสียเถิด.
23
ด้วยว่าภัยพิบัติซึ่งมาจากพระเจ้านั้นเป็นที่หวาดกลัวแก่ข้าฯ นัก; และเนื่องด้วยสง่าน่าเกรงขามของพระองค์ข้าฯ ไม่อาจทำอย่างนั้นได้
24
“มีหรือ, ข้าฯ ได้ยึดเอาทองคำเป็นที่พึ่งของข้าฯ, และได้กล่าวแก่ทองคำบริสุทธิ์ว่านั่นเป็นที่ไว้วางใจของข้าฯ?
25
มีหรือ, ข้าฯ ปลาบปลื้มเพราะทรัพย์สมบัติของข้าฯ มีมากมาย, และเพราะมือของข้าฯ ได้กอบโกยมาเหลือหลาย
26
“มีหรือ, ข้าฯ ได้เพ่งดูดวงอาทิตย์ส่องแสงจ้า, และเพ่งดูดวงจันทร์ส่องแสงกระจ่างเลื่อนลอยไป,
27
และดวงจิตต์ของข้าฯ หมกมุ่นเคารพอยู่ในใจ, และปากของข้าฯ ก็จูบมือส่งขึ้นไปเป็นการคำนับ?
28
อย่างนี้ก็เป็นความผิดด้วยที่จะต้องถูกตุลาการลงโทษ. เพราะด้วยอาการอย่างนั้นเป็นที่แสดงว่าข้าฯ ไม่นับถือพระเจ้าเบื้องบน
29
“มีหรือ, ข้าฯ ได้ชอบใจเมื่อคนที่เกลียดข้าฯ วอดวายไป, หรือแสดงอาการสมน้ำหน้าเมื่อทุกข์ภัยมาถึงเขา? เปล่าเลย!
30
ข้าฯ ไม่เคยยอมให้ปากของข้าฯ กล่าวชั่วโดยแช่งสาปให้เขามีอันเป็นไป
31
“มีหรือ, ที่คนในทับอาศัยของข้าฯ ไม่ได้กล่าวถามว่า, ‘จะหาใครได้ไหมที่ไม่อิ่มหนำด้วยอาหารของนายท่าน?’
32
แม้ว่าคนจรต่างถิ่นก็ไม่เคยต้องนอนค้างที่ถนน, แต่ข้าฯ ย่อมเปิดประตูต้อนรับคนเดินทางอยู่เสมอ
33
“มีหรือ, ข้าฯ ได้เคยปิดบังความผิดของข้าฯ ไว้ไม่ให้ใครรู้, โดยซ่อนความชั่วนั้นไว้ในอกของข้าฯ.
34
เพราะเกรงกลัวต่อประชาชน, และหวาดกลัวว่าตระกูลอื่นๆ จะดูหมิ่นข้าฯ? ดังนั้นข้าฯ ก็เก็บตัวเงียบไม่ออกไปจากประตูบ้าน
35
“โอถ้าได้มีท่านผู้หนึ่งฟังเสียงของข้าฯ ก็จะดี! เออ, เรื่องราวของข้าฯ เป็นดังนี้แหละ, ขอให้ท่านผู้ทรงฤทธิ์ทรงดำริให้ข้าฯ เถิด, โอถ้าคู่ความของข้าฯ จะได้ยื่นถ้อยคำแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรก็จะดี!
36
แน่ทีเดียวข้าฯ จะแบกคำแถลงการณ์นั้นไว้บนบ่าข้าฯ, และจะสวมไว้ที่ศีรษะของข้าฯ ดุจมงกุฎ.
37
ข้าฯ จะกล่าวแถลงการณ์กระทำทุกอย่างของข้าฯ ต่อท่าน, และจะเข้าไปเฝ้าใกล้ชิดท่านอย่างเจ้านาย
38
“มีหรือ, ไร่นาของข้าฯ มีข้อความกล่าวโทษข้าฯ, และรอยไถในนานั้นคร่ำครวญด้วยเหตุใด?
39
ถ้าหากข้าฯ ได้เคยกินผลที่มิได้ออกเงินซื้อมา, หรือเป็นเหตุให้เจ้าของเดิมได้เสียชีวิต,
40
ก็จงให้ต้นหนามงอกขึ้นแทนข้าวสาลี, และวัชชพืชงอกขึ้นแทนเข้าลูกเดือย.” ถ้อยคำของโยบก็สิ้นสุดลงแต่เพียงนี้
← Chapter 30
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 32 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42