bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Isaiah 37
Isaiah 37
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 36
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 53
Chapter 54
Chapter 55
Chapter 56
Chapter 57
Chapter 58
Chapter 59
Chapter 60
Chapter 61
Chapter 62
Chapter 63
Chapter 64
Chapter 65
Chapter 66
Chapter 38 →
1
พอกษัตริย์ฮิศคียาได้กินข้อความนั้น, พระองค์ก็ทรงฉีกฉลองพระองค์. และได้ทรงสวมฉลองพระองค์ด้วยผ้าเนื้อหยาบ; และเสด็จเข้าไปในพระวิหารแห่งพระยะโฮวา,
2
และท่านได้รับสั่งใช้เอละยาคีมกรมวัง, และเซ็บนาพระอาลักษณ์, และเหล่าปุโรหิตผู้มีอาวุโส, ต่างคนต่างสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบให้ไปหายะซายาบุตรของอาโมส.
3
และเขาทั้งหลายบอกแก่ยะซายาว่า, กษัตริย์ฮิศคียาตรัสดังนี้ว่า: ‘วันนี้เป็นวันแห่งความทุกข์, ถูกถากกางและถูกสพประมาท, เพราะทารกถึงกำหนดจะคลอดแล้ว, แต่ไม่มีกำลังลมเบ่ง,
4
ชะรอยพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน, คงได้ยินข้อความของแม่ทัพรับซาเค, ซึ่งกษัตริย์ประเทศอะซูระนายของเขาได้ใช้ให้มาดูหมิ่นดูถูกพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่, และจะได้ทรงคัดง้างถ้อยคำทั้งหลายซึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านทรงได้ยินนั้น; เหตุฉะนั้นขอให้ท่านได้อธิษฐานทูลขึ้นไปขอเผื่อชาติยิศราเอลที่ยังเหลืออยู่นั้น!’ ”
5
และเมื่อราชบริพารของกษัตริย์ฮิศคียาได้มาถึงยะซายา, ยะซายาได้กล่าวกับเขาว่า,
6
“พวกท่านจงไปทูลเจ้านายของท่านว่า, ‘พระยะโฮวาได้ตรัสดังนี้ว่า: “อย่าหวาดกลัวต่อถ้อยคำที่ท่านได้ยิน, ซึ่งบ่าวไพร่ของกษัตริย์ประเทศอะซูระมาหยาบหยามเรา.
7
นี่แน่ะ, เราจะทำให้เขาเกิดความรู้สึกขึ้นอย่างหนึ่ง, คือพอเขาได้ยินข่าวโจทย์กันเรื่องหนึ่ง, เขาก็จะกลับไปยังบ้านเมืองของเขาเองและเราจะบันดาลให้เขาถูกฆ่าด้วยคมดาบในบ้านเมืองของเขาเอง.’ ”
8
ฝ่ายแม่ทัพรับซาเคก็ได้กลับไปและได้พบกษัตริย์อะซูระกำลังทำสงครามอยู่กับเมืองลิบนา; เพราะแม่ทัพได้ยินว่ากษัตริย์อะซูระไปจากเมืองลาคิศแล้ว.
9
แต่กษัตริย์อะซูระได้ยินข่าวอันเกี่ยวกับธิระฮักกากษัตริย์ประเทศอายธิโอบว่าท่านได้ยกทัพออกมาต่อสู้กับพระองค์, เมื่อพระองค์ได้ยินดังนั้นแล้วจึงใช้ทูตไปเฝ้ากษัตริย์ฮิศคียา, และสั่งทูตนั้นว่า,
10
“เจ้าจงไปทูลฮิศคียากษัตริย์ประเทศยะฮูดาดังนี้ว่า, ‘อย่าให้พระเจ้าของท่านที่ท่านหมายพึ่งนั้นลวงท่าน, โดยตรัสว่า, “กรุงยะรูซาเลมจะไม่ถูกมอบไว้ในเงื้อมมือของประเทศอะซูระ.”
11
นี่แน่ะ, ท่านคงได้ยินแล้วเป็นแน่นอนว่ากษัตริย์ประเทศอะซูระได้ทำลายบรรดาประเทศอื่นๆ เสียย่อยยับทีเดียวแล้วอย่างไร, แล้วท่านจะพ้นมือได้หรือ?
12
บรรดาพระแห่งประเทศต่างๆ, ซึ่งพระราชบิดาของเราได้ทำลายเสียแล้วนั้น, ได้ช่วยเขาไว้หรือ, คือเมืองโฆซัน, ฮาราน, และเรเซฟ, และชาวเมืองเอเด็น, ซึ่งอยู่ในเมืองธลาซัร?
13
กษัตริย์ของเมืองซะฟันวายิม, กษัตริย์ของเมืองเฮนา, และกษัตริย์ของเมืองอีวานั้นอยู่ที่ไหนเล่า? ’ ”
14
ฝ่ายกษัตริย์ฮิศคียาเมื่อรับสาส์นจากมือของทูตจึงอ่าน, แล้วกษัตริย์ฮิศคียาก็ขึ้นไปพระวิหารแห่งพระยะโฮวา, และคลี่หนังสือนั้นออกต่อพระพักตรพระยะโฮวา.
15
และกษัตริย์ฮิศคียาได้อธิษฐานต่อพระยะโฮวาว่า,
16
“ข้าแต่พระยะโฮวาจอมพลโยธา, พระเจ้าของชนชาติยิศราเอล, ผู้ทรงประทับอยู่เหนือคะรูบิม, พระองค์เป็นพระเจ้าแต่พระองค์เดียว, เป็นพระเจ้าเหนืออาณาจักรทั้งหมดแห่งพิภพโลก; พระองค์ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และพิภพโลก.
17
ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอเงี่ยพระโสตสดับฟัง; ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงทอดพระเนตรดูและสดับฟังถ้อยคำทั้งปวงของกษัตริย์ซันเฮริบซึ่งท่านได้ฝากมาสพประมาทพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่.
18
ข้าแต่พระยะโฮวา, เป็นความจริงที่กษัตริย์ทั้งหลายแห่งประเทศอะซูระได้กระทำให้ประเทศทั้งหมดเริดร้าง, และดินแดนของเขาให้ยับเยินไป,
19
และได้โยนพระทั้งหลายของเขาทั้งหลายลงในไฟเสียแล้ว, เพราะรูปเหล่านั้นไม่ใช่เป็นพระเที่ยงแท้, แต่เป็นพระทำด้วยไม้บ้าง, หินบ้าง, ซึ่งเป็นเพียงฝีมือมนุษย์; เพราะเหตุฉะนั้นเขาทั้งหลายจึงทำลายพระเหล่านั้นเลยได้.
20
แต่บัดนี้, ข้าแต่พระยะโฮวา, พระเจ้าของพวกข้าพเจ้า, ขอทรงโปรดช่วยพวกข้าพเจ้าให้พ้นจากเงื้อมมือของกษัตริย์ซันเฮริบเถิด, เพื่ออาณาจักรทั้งปวงแห่งแผ่นดินโลกจะได้รู้ว่าพระองค์เป็นพระยะโฮวาพระเจ้าแต่องค์เดียว.”
21
แล้วยะซายาบุตรของอาโมสจึงใช้คนไปทูลกษัตริย์ฮิศคียาว่า, “พระยะโฮวาพระเจ้าของชนชาติยิศราเอลได้ตรัสว่าดังนี้: ‘เพราะท่านได้อธิษฐานขอเราเกี่ยวกับเรื่องซันเฮริบกษัตริย์ประเทศอะซูระนั้น,
22
นี่คือข้อความซึ่งพระยะโฮวาได้ตรัสถึงกษัตริย์นั้น: “บุตรีสาวแห่งกรุงซีโอนได้ดูหมิ่นเจ้าและหัวเราะเยาะเจ้า! บุตรีแห่งกรุงยะรูซาเลมได้ยกคอให้แก่เจ้า!
23
เจ้าได้สพประมาทและหยาบหยามกับผู้ใด? เจ้าได้ส่งเสียงอึกทึกและเลิกตาให้สูงเอากับใคร? ก็ทำกับองค์บริสุทธิ์แห่งชนชาติยิศราเอลซิ!
24
เจ้าได้ประมาทพระยะโฮวาโดยทางผู้รับใช้ทั้งหลายของเจ้า, แล้วได้กล่าวว่า, ‘เราได้ขึ้นไปยังยอดภูเขายอดแย้แห่งละบาโนน, ด้วยราชรถมากมายของเราแล้ว; และเราได้ตัดต้นสนสีดาร์สูงที่สุดและต้นสนเฟอร์อย่างดีที่สุดแล้ว; เราได้เข้าไปในป่าลึกกะทั่งป่าทึบที่สุด.
25
เราได้ขุดบ่อและดื่มน้ำในที่ต่างประเทศ; และด้วยฝ่าเท้าของเราเราจะกวาดน้ำในบรรดาแม่น้ำอายฆุบโตเสียให้แห้ง.’
26
เจ้าไม่ได้ยินหรือว่าเราได้ตระเตรียมการเช่นนี้มานานแล้ว, เราได้กะการนี้ไว้แต่ดึกดำบรรพ์, ว่าเจ้าจะทำลายเมืองที่มีป้อมคูประตูหอรบลงเป็นกองอิฐกองหิน, บัดนี้ก็สำเร็จลงแล้ว.
27
ส่วนชาวเมืองทั้งหลายกำลังวังชาของเขาก็หมดไปสิ้น, เกิดทุกข์ท้อใจและยุ่งเหยิง, กลายไปเป็นดังหญ้าในทุ่ง, ดั่งหญ้าเขียวอ่อน, ดั่งหญ้าบนดาดฟ้าหลังคาตึกซึ่งเหี่ยวเสียก่อนที่จะโตขึ้น.
28
อาการลุกอาการนั่งของเจ้า, อาการไปอาการมาของเจ้า, และอาการเดือดดาลของเจ้าต่อเรานั้น, เราก็รู้แล้ว.
29
เพราะเจ้าได้เดือดดาลต่อเรา, และความหยิ่งยะโสของเจ้าได้ยินขึ้นมาถึงหูของเรา, เราจึงจะสนสะพายจมูกของเจ้า, และเอาบังเหียนผ่าปากของเจ้า, แล้วเราจะชักเจ้าใหกลับไปในทางซึ่งเจ้ามานั้น.”
30
“นี่แหละจะเป็นหมายสำคัญสำหรับเจ้า: ในปีที่หนึ่งเจ้าจะกินพืชผลที่งอกขึ้นเอง, และปีที่สองเจ้าจะได้กินพืชผลที่เกิดจากพืชผลนั้น, แต่ในปีที่สามจงถือหว่านและเกี่ยว, ทำสวนองุ่นและกินผลของมัน.
31
และชนชาติยะฮูดาที่เหลืออยู่ซึ่งหนีพ้นไปได้นั้น, จะหยั่งรากลงในดินและบังเกิดผล.
32
ด้วยว่าพวกยะฮูดาที่เหลืออยู่นั้นจะออกไปจากกรุงยะรูซาเลม, และพวกที่รอดพ้นภัยจะออกไปจากภูเขาซีโอน, ความอุสสาหะแห่งพระยะโฮวาจอมพลโยธาจะกระทำให้การนี้สำเร็จ.”
33
“เพราะฉะนั้น, พระยะโฮวาได้ตรัสข้อความอันเกี่ยวกับกษัตริย์ประเทศอะซูระไว้ดังนี้ว่า, ‘ท่านจะไมได้เข้ามาในกรุงนี้, หรือยิงธนูได้แม้แต่ลูกเดียว, หรือท่านจะได้ถือโล่ห์มาหน้าเมืองก็หาไม่, หรือท่านจะได้พูนดินประชิดกำแพงก็เหลว,
34
ท่านมาทางไหน, ท่านก็จะต้องกลับไปทางนั้น, แต่ท่านจะไม่ได้เข้ามาในกรุงนี้’ พระยะโฮวาได้ตรัสไว้ดังนั้นแหละ.
35
‘ด้วยเราจะบ้องกันและช่วยกรุงนี้ไว้ให้รอดเพราะเห็นแก่เราเอง, และเพื่อเห็นแก่ผู้รับใช้ของเราคือกษัตริย์ดาวิด.’ ”
36
แล้วทูตของพระยะโฮวาก็ออกไปประหารทหารหนึ่งแสนแปดหมื่นห้าพันคนที่อยู่ในกองทัพอะซูระ; และพอคนตื่นขึ้นในเวลาเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น, ทหารเหล่านั้นก็เป็นศพไปหมดแล้ว
37
ฝ่ายซันเฮริบกษัตริย์ประเทศอะซูระก็เลิกทัพกลับไปเมือง, ประทัพอยู่ที่เมืองนีนะเว.
38
อยู่มาเมื่อพระองค์ได้อยู่ในวิหารทรงกำลังนมัสการพระนิศโรคซึ่งเป็นพระของพระองค์, อัดรามเลดและซันเฮเซนราชโอรสของพระองค์ได้สำเร็จโทษพระองค์เสียด้วยดาบ, แล้วพากันหนีไปอยู่ประเทศอะราราศ, และเอซันฮาโดนราชโอรสของท่านได้เป็นกษัตริย์เสวยราชย์แทน
← Chapter 36
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 53
Chapter 54
Chapter 55
Chapter 56
Chapter 57
Chapter 58
Chapter 59
Chapter 60
Chapter 61
Chapter 62
Chapter 63
Chapter 64
Chapter 65
Chapter 66
Chapter 38 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52
53
54
55
56
57
58
59
60
61
62
63
64
65
66