bible
ra
🌐 Language
English
Español
Français
Deutsch
Português
Italiano
Nederlands
Русский
中文
日本語
한국어
العربية
Türkçe
Tiếng Việt
ไทย
Indonesia
All Languages
Home
/
Thai
/
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
/
Isaiah 9
Isaiah 9
Thai 1940 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940)
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 53
Chapter 54
Chapter 55
Chapter 56
Chapter 57
Chapter 58
Chapter 59
Chapter 60
Chapter 61
Chapter 62
Chapter 63
Chapter 64
Chapter 65
Chapter 66
Chapter 10 →
1
แต่จะไม่มีความทุกข์ระทมหม่นไหม้แก่บ้านเมืองนั้นเสมอไป, ในกาลก่อนแว่นแคว้นซะบูโลนและแว่นแคว้นนัฟธาลีได้ถูกเหยียดให้ต่ำต้อยไปฉันใด, แต่ในวารที่สุดพระองค์จะทรงกระทำให้แคว้นแห่งทะเลฆาลิลายร่งเรืองเจริญขึ้นฉันนั้น, คือแว่นแคว้นที่ประชาชาติตั้งภูมิลำเนาอยู่.
2
คนเหล่านั้นซึ่งดำเนินอยู่ในความมืด, ได้เห็นความสว่างอันใหญ่แล้ว: และผู้ที่อยู่ในเมืองแห่งเงาของความตาย, แห่งแม่น้ำยาระเดนก็มีแสงสว่างส่องเข้ามาถึงเขาแล้ว.
3
พระองค์ได้ทรงโปรดให้พลเมืองทวีมากขึ้น, พระองค์ได้ทรงกระทำให้เขามีความชื่นชมยินดียิ่งขึ้น: เขามีความยินดีต่อพระพักตรพระองค์เหมือนกับความยินดีในฤดูเกี่ยว, เหมือนกับคนทั้งหลายที่ยินดีเมื่อเขาแบ่งปันทรัพย์สินแก่กัน.
4
เนื่องด้วยพระองค์ได้ทรงทำลายแอกอันเป็นภาระของเขา, และลูกสลักที่ป่าของเขา, และประตักของผู้กดขี่ข่มเหงให้วินาศไป, เหมือนเมื่อครั้งทรงช่วยเขาให้พ้นจากชาวมิดยานนั้น.
5
เพราะเครื่องอาวุธยุทธภัณฑ์ของทหารในการศึก, และเครื่องนุ่งห่มอันชุ่มโชกไปด้วยโลหิต, จะถูกเผาเป็นเชื้อเพลิงไป.
6
ด้วยว่าจะมีบุตรคนหนึ่งเกิดขึ้นในพวกเรา, คือทรงประทานบุตราคนหนึ่งให้แก่พวกเรา, และท่านได้แบกการปกครองไว้เหนือบ่าของท่าน, และเขาจะขนานนามของท่านว่า, ที่ปรึกษามหัศจรรย์พระเจ้าทรงอานุภาพ, พระบิดาองค์ถาวร, และองค์สันติราช.
7
ความจำเริญรุ่งเรืองแห่งรัฐบาลของท่านและสันติสุขจะไม่รู้สิ้นสุดไปจากราชบัลลังก์แห่งกษัตริย์ดาวิด, และราชอาณาจักรของท่าน. พระองค์จะทรงตั้งแผ่นดินของพระองค์, และทรงค้ำชูไว้ด้วยความยุตติธรรมและความชอบธรรมแต่บัดนี้ต่อไปจนไม่รู้สิ้นสุด. ความกะตือรือร้นแห่งพระยะโฮวาจอมโยธาจะทำให้การนี้สำเร็จ
8
พระยะโฮวาทรงมีพระดำรัสบัญชาปรักปรำวงศ์ของยาโคบ, และพระดำรัสนั้นจะตกต้องชนชาติยิศราเอล.
9
และคนทั้งปวงจะรู้แจ้ง, คือตระกูลเอ็ฟรายิม, และชาวชนซึ่งอยู่ในเมืองซะมาเรีย, ผู้กล่าวด้วยความเย่อหยิ่งและด้วยใจทะนงองอาจว่า,
10
“บรรดาอิฐถูกทำลายลงแล้วก็จริง, แต่เราจะใช้หินสะกัดก่อขึ้นใหม่, ต้นสุกโมรถูกโค่นลงแล้วก็จริง, แต่เราก็จะปลูกต้นสนขึ้นแทน.”
11
ดังนั้นพระยะโฮวาได้ทรงหนุนศัตรูให้มาต่อสู้เขาทั้งหลาย, และพระองค์จะทรงกะตุ้นศัตรูของเขา.
12
คือชาวซุเรียอยู่ด้านหน้าและชาวฟะเลเซ็ธซึ่งอยู่ด้านหลัง, และเขาทั้งหลายจะอ้าปากกลืนกินชนชาติยิศราเอลเสีย. เมื่อพระองค์ได้ทรงกระทำเพียงนี้แล้ว, ก็ยังมิได้คลายความพิโรธ, แต่พระหัตถ์ของพระองค์ก็ยังทรงเหยียดออกอยู่
13
ถึงกระนั้นพลเมืองก็หาได้หันกลับมาหาพระองค์ก็ทรงโบยเขาไม่, และมิได้แสวงหาพระยะโฮวาแห่งพลโยธา.
14
เหตุฉะนั้นพระยะโฮวาจะทรงตัดหัวตัดหางทั้งจะตัดทางตาลและหางบกเสียในวันเดียว.
15
หัวหน้าและเจ้าหน้าที่นั้นได้แก่หัว, และผู้ทำนายเท็จได้แก่หาง.
16
เพราะพวกผู้นำเหล่านี้ย่อมเป็นเหตุให้ประชาชนหลงผิดไป, และผู้ที่ถูกเขานำนั้นก็ถูกกลืนเสีย.
17
เพราะฉะนั้นพระยะโฮวาจะไม่ละเว้นชายฉกรรจ์ทั้งหลายหรือจะไม่ทรงปราณีลูกกำพร้าและหญิงม่ายของเขา; โดยเหตุที่เขาทุกคนไม่ถือพระเจ้า, และเป็นคนกระทำชั่ว, และปากของเขาทุกคนพูดคำที่ชั่วโฉด; เมื่อพระองค์ได้ทรงกระทำถึงเพียงนี้แล้ว, ก็ยังมิได้คลายความพิโรธ, แต่พระหัตถ์ของพระองค์ก็ยังเหยียดออกอยู่.
18
เพราะว่าความชั่วร้ายเผาเหมือนกับไฟเผา, ซึ่งไหม้หนามเล็กหนามใหญ่ให้พินาศไป, แล้วลุกลามไหม้ดังป่าชัฎ, และพลุ่งขึ้นเป็นลำควัน.
19
เป็นด้วยความพิโรธแห่งพระยะโฮวาแห่งพลโยธา, ประเทศนั้นจึงไหม้พินาศไป, และประชาชนก็กลายเป็นเชื้อเพลิง, ไม่มีใครเมตตาปราณีต่อพวกพ้องของตน.
20
และคนหนึ่งจะหยิบฉวยเอามาจากทางขวามือแต่ก็ยังหิวอยู่; และแย่งกินทางซ้ายมือแต่ก็ยังไม่อิ่ม, ต่างก็หันไปกินเนื้อหนังของเพื่อนบ้าน.
21
มะนาเซก็กินเอ็ฟรายิม, เอฟรายิมก็กินมะนาเซ, และเขาทั้งสองก็ร่วมมือกันเข้าห้ำหั่นยะฮูดา, เมื่อพระองค์ได้ทรงกระทำถึงเพียงนี้แล้ว, ก็ยังมิได้คลายความพิโรธ, แต่พระหัตถ์ของพระองค์ก็ยังทรงเหยียดออกอยู่
← Chapter 8
Jump to:
Chapter 1
Chapter 2
Chapter 3
Chapter 4
Chapter 5
Chapter 6
Chapter 7
Chapter 8
Chapter 9
Chapter 10
Chapter 11
Chapter 12
Chapter 13
Chapter 14
Chapter 15
Chapter 16
Chapter 17
Chapter 18
Chapter 19
Chapter 20
Chapter 21
Chapter 22
Chapter 23
Chapter 24
Chapter 25
Chapter 26
Chapter 27
Chapter 28
Chapter 29
Chapter 30
Chapter 31
Chapter 32
Chapter 33
Chapter 34
Chapter 35
Chapter 36
Chapter 37
Chapter 38
Chapter 39
Chapter 40
Chapter 41
Chapter 42
Chapter 43
Chapter 44
Chapter 45
Chapter 46
Chapter 47
Chapter 48
Chapter 49
Chapter 50
Chapter 51
Chapter 52
Chapter 53
Chapter 54
Chapter 55
Chapter 56
Chapter 57
Chapter 58
Chapter 59
Chapter 60
Chapter 61
Chapter 62
Chapter 63
Chapter 64
Chapter 65
Chapter 66
Chapter 10 →
All chapters:
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52
53
54
55
56
57
58
59
60
61
62
63
64
65
66